“กล้วยบด” ไม่ใช่อาหารเด็กทารก เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ย้ำนมแม่ดีที่สุด
ความเชื่อว่ากล้วยบดนั้นเป็นอาหารสำหรับทารกที่ทำให้เด็กสุขภาพร่างกายแข็งแรงมีประโยชน์ต่อลำไส้ และเชื่อว่าหลายคนก็เคยถูกเลี้ยงมาแบบนี้และนับว่าคุณโชคดีมากที่ยังสุขภาพแข็งแรงอยู่จนถึงตอนนี้ เพราะ ทางการแพทย์นั้นนับว่าเป็นอันตรายและเป็นความเชื่อที่ผิดเพราะอาจทำให้เด็กถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า ระบบทางเดินอาหารของทารกแรกเกิดมีข้อจํากัดในการสร้างน้ำย่อยเหล่านี้ ทําให้การย่อยการดูดซึมอาหารไม่มีประสิทธิภาพมากเท่ากับผู้ใหญ่ ถ้าหากป้อนอาหารอื่นๆ ให้แก่ทารกแรกเกิด เช่น ข้าวหรือกล้วย อาหารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยและดูดซึมในกระเพาะอาหารและลําไส้ของทารกได้ และจะก่อให้เกิดปัญหาลําไส้อุดตันจากเศษอาหารที่ไม่ย่อยนี้ได้
ถ้ารุนแรงมากอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดลําไส้เลยทีเดียว ฉะนั้นอาหารของทารกแรกเกิดที่ดีที่สุดคือนมแม่ และมีสารอาหารที่ครบถ้วนที่สุดแล้ว
เด็กทารกจะเริ่มกินอาหารอย่างอื่นนอกจากนมแม่ได้ตอนไหน?
ร่างกายของทารกจะมีความพร้อมที่จะรับอาหารอื่นๆ นอกจากนมเมื่ออายุประมาณ 4 เดือน สําหรับทารกตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน จึงแนะนําให้เริ่มอาหารชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากนมแม่เมื่ออายุได้ 6 เดือนขึ้นไป
ไม่ได้ห้ามไม่ให้กินกล้วยบดแต่ให้ทานในปริมาณที่เหมาะสมหลังเด็กอายุ 6 เดือน
นอกจากกล้วยบดแล้ว ยังมีความเชื่ออื่นๆ อาทิ ให้เด็กอายุ 6 อาทิตย์กินน้ำส้มคั้น เพื่อต้องการวิตามินซี ที่ความจริงแล้วทำให้เด็กติดเชื้อท้องเดิน ส่วนเรื่องที่ให้เด็กแรกเกิดกินข้าวหรือข้าวเหนียว ยิ่งไม่ควรทำ เพราะร่างกายเด็กต้องการน้ำมาก หากกินข้าว เด็กอิ่มก็จริงแต่ร่างกายจะขาดน้ำ ทำให้เป็นนิ่วได้
เตือน “นมข้นหวาน” แทนนมแม่ไม่ได้ เสี่ยงขาดสารอาหาร อันตรายถึงชีวิต
พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด หมอเด็กชื่อดัง ได้ยกตัวอย่างผ่าน Facebook : สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ ยายวัย 60 ป้อนกล้วยน้ำว้าครูดบดละเอียดวันละ 2 ลูก หลานวัย 3 เดือน กระเพาะอาหารแตก เสียชีวิต วันแรกผ่านไปเด็กท้องอืดไม่ถ่ายแต่ยังไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ในที่ 2 ป้อนยังไม่ทันเสร็จ อาเจียน ท้องโป่ง เด็กตาเหลือก รีบนำส่งโรงพยาบาล หมอเอ็กซเรย์พบว่ากระเพาะอาหารแตกรีบผ่าตัดด่วน แต่สุดที่จะยื้อชีวิตหนูน้อยไว้ได้ โดยย้ำว่าอาหารที่เหมาะสมที่สุดคือนมแม่เพียงอย่างเดียว หลัง 6 เดือนค่อยเริ่มอาหารเสริมควบคู่กับนมแม่ยาวนานให้ถึง 2 ปีหรือนานกว่านั้น
ฉะนั้นหากลูกน้อยมีปัญหาด้านโภชนาการ ไม่ยอมกินนม หรือ นมคุณแม่น้อย-ไม่มีเพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางออกร่วมกันเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนอันตรายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็กและสภาวะจิตใจของคุณแม่และครอบครัวด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
กรมอนามัย เตือน บดข้าวให้ทารกกินอันตรายต่อสุขภาพ ย้ำ นมแม่ดีที่สุด