ลิ้นแข็ง-หน้าแดงไม่ใช่สัญญาณตับทำงานหนักแนะวิธีเลี่ยงโรคตลอดชีวิต
ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อออนไลน์เรื่องหน้าแดงง่าย ลิ้นแข็งพูดไม่ทันความคิด บ่งบอกตับใช้งานหนัก น้ำเลี้ยงหัวใจโดนเผาจนไขมันอุดตัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบพบ เป็นข้อมูลเท็จ แนะ 7 วิธีป้องกันโรคตลอดชีวิต
จากที่มีผู้โพสต์ข้อความให้คำแนะนำสุขภาพว่า หน้าแดงง่าย ลิ้นแข็งพูดไม่ทันความคิด บ่งบอกตับใช้งานหนัก น้ำเลี้ยงหัวใจโดนเผาจนไขมันอุดตันนั้น ทางโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากข้อมูลตามบทความไม่มีสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันและกันตามข้อมูลทางการแพทย์ กล่าวคือข้อความที่นำเสนอไม่มีความเกี่ยวโยงหรือเป็นสาเหตุของโรคตับ อีกทั้งบางข้อมูลก็เป็นข้อมูลที่ไม่เป็นจริงตามความรู้ทางการแพทย์ เช่น น้ำเลี้ยงหัวใจที่กล่าวถึงไม่พบว่า มีจริงตามข้อมูลทางการแพทย์แผนปัจจุบัน
7 วิธีป้องกันโรคเรื้อรังตลอดชีวิต
- เลี่ยงไขมันทรานส์
เนื่องจากไขมันทรานส์เพิ่มระดับไขมันเลว จึงส่งผลเสียต่อหลอดเลือดหัวใจ ทำให้เกิดโรคหัวใจตามมา หากบริโภคในปริมาณที่เกินพอดีหรือติดต่อกันเป็นเวลานาน องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลกแนะนำให้บริโภคไขมันทรานส์ไม่เกิน 2.2 กรัมต่อวัน หรือ 0.5 กรัมต่อ 1 หน่วยบริโภค สิ่งที่น่าสนใจคือ ภาวะหลอดเลือดหัวใจเสื่อมพบในคนอายุน้อยมากขึ้นเรื่อย ๆ จากต้นเหตุที่เรียกว่าไขมันทรานส์
- ออกกำลังเน้นช่วงเบิร์นไขมัน
เป็นการออกกำลังกายในช่วงที่อัตราการเต้นของหัวใจเหมาะสมและมีสัดส่วนการเผาผลาญไขมันมากที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงอื่น ๆ นั่นคือ 70% โดยควรออกกำลังกายในช่วงเวลานี้ครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน โดยเลือกประเภทการออกกำลังกายได้ตามใจชอบ
- นอนให้เพียงพอ
การนอนหลับพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะถ้าอยากให้หัวใจแข็งแรง ไม่ควรนอนน้อยกว่า 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน และจะต้องนอนหลับลึก (Deep Sleep) เพื่อให้ตื่นมาแล้วสดชื่นแจ่มใส ซึ่งช่วงหลับลึกในแต่ละคืนจะต้องมีให้เพียงพอ (30 – 50 นาที) เพื่อให้สมองและหัวใจได้พักผ่อนเต็มที่
- จัดการความเครียด
ไม่ว่าสุขภาพร่างกายจะแข็งแรงแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ห้ามละเลยคือ ความเครียด โดยเฉพาะความเครียดเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ส่วนความเครียดฉับพลัน โดยเฉพาะความเศร้าหลังจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในเดือนแรกเพิ่มโอกาสการเสียชีวิตของผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ถึง 2 – 3 เท่า และหากมีภาวะซึมเศร้าจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจประมาณ 1.5 – 2 เท่า
ข่าวปลอม! “ไทรอยด์เป็นพิษ”ไม่เกี่ยวกับเส้นลมปราณ-กระเพาะอาหาร
- ระวังเบาหวาน-ไขมันในเลือดสูง
หากเป็นโรคเบาหวานหรือมีภาวะไขมันในเลือดสูงตั้งแต่อายุน้อยย่อมเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร โดยทั้งสองภาวะทำให้ผนังหลอดเลือดหัวใจอักเสบเรื้อรัง หากอุดตันจะส่งผลให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิดเรื้อรังหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายแบบเฉียบพลันได้
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
เพราะการสูบบุหรี่นั้นไม่ว่าจะสูบมากหรือสูบน้อยมีผลต่อหลอดเลือดหัวใจและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเท่ากัน ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า 1 ใน 4 ของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเป็นผลมาจากการสูบบุหรี่และผู้ที่สูบบุหรี่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 10 เท่า
- ทานปลาบำรุงหัวใจ
กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ โดยผลการศึกษาในวารสาร JAMA ระบุว่า การที่ร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 จะลดการเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันรุนแรงได้ถึง 10%
นอกจากนี้ การตรวจเช็กหัวใจตรวจสุขภาพประจำปีก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามและไม่ควรหลงเชื่อข้อมูลสุขภาพที่ไม่มีแหล่งที่มาอันน่าเชื่อถือ เพราะอาจทำให้สุขภาพของคุณแย่ลงกว่าเดิมได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลราชวิถี สามารถติดตามได้ที่ www.rajavithi.go.th หรือ โทร. 02-206-2900 หรือเช็กข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องได้ที่ PPTV ออนไลน์ค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ และ กรมการแพทย์
ภาพจาก : Shutterstock