“กรดไหลย้อนเรื้อรัง”ไม่ใช่แค่แสบร้อนกลางอกแต่เสี่ยงโรคแทรกซ้อนอันตราย
“กรดไหลย้อน” อีกโรคยอดฮิตวัยทำงาน ที่หากปล่อยทิ้งไว้เรื้อรังไม่รีบรักษาอย่างจริงจัง เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ทั้งเสี่ยงมะเร็ง หลอดอาหารอักเสบ-ตีบหรือเปลี่ยนสภาพ แล้วเป็นกรดไหลย้อนบ่อยแค่ไหนนับว่าเรื้อรังเช็กเลย!
กรดไหลย้อน เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปสามารถเกิดขึ้นกับทุกคนทุกเพศทุกวัย เป็นภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปบริเวณหลอดอาหาร ซึ่งอยู่ใกล้กับตำแหน่งหัวใจทำให้รู้สึกแสบร้อนบริเวณช่วงอกแสบร้อนบริเวณลำคอหรือคอหอย อาการนี้เป็นอาการที่เกิดได้ง่าย พบได้ทั่วไปโดยเฉพาะช่วงหลังทานอาหารมื้อใหญ่ และเมื่อนอนราบทันทีหลังรับประทานอาหาร ซึ่งเมื่อเกิดอาการแสบร้อนกลางอกจะหายไปในไม่กี่นาที ในบางคนที่แสบร้อนมาก ๆ อาจใช้เวลา 1-2 ชม. หรือจนกว่าอาหารจะย่อย
ปกติกรดไหลย้อนจะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่หากเป็นอาการนี้ซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เป็นมากกว่า 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง Gastroesophageal reflux disease (GERD) ที่ไม่ควรมองข้าม
อาการของโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง (GERD)
- สำรอกอาหาร รู้สึกถึงรสขมของน้ำดีและรสเปรี้ยวจากกรดในกระเพาะ
- ปวดตรงท้องส่วนบน หรือทรวงอก
- กลืนลำบาก
- รู้สึกถึงก้อนในลำคอ
หากเป็นกรดไหลย้อนตอนกลางคืนอาจมีอาการดังต่อไปนี้
- ไออย่างต่อเนื่อง
- กล่องเสียงอักเสบ
- อาจเกิดอาการหอบ หรือผู้ที่เป็นโรคหอบหืดอาจมีอาการที่แย่ลง
ภาวะแทรกซ้อนกรดไหลย้อนเรื้อรัง
- หลอดอาหารอักเสบ Esophagitis การระคายเคืองและการอักเสบของเยื่อบุหลอดอาหารจากการกัดกร่อนของกรดไหลย้อน ในระยาวอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบรุนแรงถึงขั้นเป็นแผลเลือดออก ส่งผลให้เกิดอาการปวดแสบ ปวดร้อนกลางอก และกลืนลำบาก
- หลอดอาหารตีบ Strictures ในบางรายที่เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง การอักเสบอาจทำให้เป็นแผลเป็น (Scar) ในหลอดอาหาร และทำให้หลอดอาหารตีบแคบลง รบกวนการลำเลียงอาหารและน้ำไปยังกระเพาะอาหาร
- ภาวะเยื่อบุหลอดอาหารเปลี่ยนสภาพ Barrett’s esophagus ภาวะนี้คือการที่เซลล์เยื่อบุหลอดอาหารเปลี่ยนสภาพเพื่อรองรับการกัดกร่อนจากกรดไหลย้อน ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นราว ๆ 10% ในคนที่เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง (GERD) ยาวนานมากกว่า 1 ปี เซลล์เยื่อบุหลอดอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปอาจมีความผิดปกติ และมีความเสี่ยงที่เซลล์เปลี่ยนสภาพไปเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งหลอดอาหาร
- มะเร็งหลอดอาหาร Esophageal cancer เซลล์มะเร็งที่พัฒนาบริเวณหลอดอาหารเกิดขึ้นได้ 2 ชนิดหลัก ๆ คือ มะเร็งชนิดต่อม (Adenocarcinoma) บริเวณหลอดอาหารส่วนล่าง และมะเร็งผิวหนังชนิดสความัสเซลล์ (Squamous cell carcinomas) บริเวณหลอดอาหารส่วนกลางและส่วนบน ซึ่งมะเร็งที่หลอดอาหารส่วนล่างเป็นชนิดที่สามารถเกิดจากภาวะเยื่อบุหลอดอาหารเปลี่ยนสภาพจากการกัดกร่อนของกรดในกระเพาะอาหารได้ (Barrett’s esophagus)
“กรดไหลย้อน” โรควัยทำงาน ยิ่งอ้วนยิ่งเสี่ยง เผยพฤติกรรมต้องระวัง
ปกติอาการแสบร้อนกลางอกจากกรดไหลย้อนมักหายได้เอง ในผู้ที่เป็นกรดไหลย้อนบ่อย อาจรักษาด้วยยาจากเภสัชกรตามร้านขายยา แต่หากเป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง (GERD) มีอาการมากว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือเป็นเป็นซ้ำ ๆ ในหลายสัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เบื้องต้นแพทย์อาจรักษาด้วยยาสำหรับโรคกรดไหลย้อนโดยเฉพาะ พร้อมกับการแนะนำให้ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเช่น ลดน้ำหนัก เลี่ยงการใส่เสื้อรัดรูป ที่อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อหูรูดทำงานได้แย่ลง ควรเลิกบุหรี่ ที่สำคัญไม่ควรนอนราบหลังทานอาหารทันที ควรรออย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ช่วยลดโอกาสเป็นกรดไหลย้อนได้
ปรับท่านอนช่วยกรดไหลย้อนได้
ผู้ป่วยควรนอนด้วยการตะแคงซ้าย เมื่อเข้านอนหากเริ่มด้วยการตะแคงซ้ายจะช่วยลดโอกาสเป็นกรดไหลย้อนขณะนอนราบนอนได้ชันหัวเตียง หมายถึง การทำให้เตียงหรือฟูกนอนชันขึ้น 6-9 นิ้ว เพื่อให้ร่างกายท่อนบนตั้งแต่ช่วงเอวยกสูงขึ้นช่วยลดโอกาสเป็นกรดย้อนได้ ซึ่งไม่ใช่การหนุนหมอนให้หัวสูง เพราะจะทำให้หัวยกสูงแต่ลำตัวยังนอนราบ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ
ภาพจาก : Shutterstock
“กรดไหลย้อน” โรควัยทำงาน ยิ่งอ้วนยิ่งเสี่ยง เผยพฤติกรรมต้องระวัง
5 เรื่องต้องทำป้องกัน “กรดไหลย้อน” กำเริบตอนนอน ตะแคงข้างไหนช่วยได้ ?