ท่านอน-พฤติกรรมเสี่ยง “กรดไหลย้อนกำเริบ”แนะวิธีป้องกัน
ที่ว่ากันว่า “กินแล้วนอน” เสี่ยงกรดไหลย้อนกำเริบ แต่หากวันไหนที่เหนื่อยจริงๆ ต้องการที่จะนอนให้เร็วที่สุด ควรนอนตะแคงข้างไหนจะดีกว่า?
โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) หมายถึง ภาวะที่เกิดจากสิ่งที่ย้อนจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหาร ซึ่งนับเป็นโรคยอดฮิตของวัยทำงานที่มีพฤติกรรมกินแล้วนอน หรือกินข้าวไม่เป็นเวลาหรือการสูบบุหรี่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งอาการจะเป็นๆหายๆและเรื้อรังหากไม่มีการปรับพฤติกรรมหรือรักษาอย่างจริงจัง
อาการกรดไหลย้อนกำเริบ
- แสบร้อนกลางอกเป็นมากหลังกินอาหารมื้อหนัก
- เรอเปรี้ยว คืออาการที่มีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก
- ท้องอืด แน่นท้อง
- คลื่นไส้ อาเจียน หลังรับประทานอาหาร
- เจ็บหน้าอก จุก คล้ายเหมือนมีก้อนติดอยู่ในลำคอ
- หืดหอบ ไอแห้งๆ เสียงแหบ
ปัจจัยเสี่ยงกรดไหลย้อนกำเริบ
- น้ำหนักเกินและไม่ออกกำลังกาย
- กินอาหารไขมันสูงในปริมาณมาก
- นอนหลังจากกินอาหารทันที
- สวมเสื้อผ้ารัดเกินไป
- ดื่มแอลกอฮอล์
ท่าเมื่อเกี่ยวกับท่านอน ?
หากเรานอนราบหัวต่ำ หลังกินอาหารภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง ก็จะเพิ่มโอกาสการเกิดกรดไหลย้อน เพราะอาหารและกรดจะยังค้างอยู่ที่กระเพาะอาหาร ซึ่งสามารถไหลย้อนกลับมาที่บริเวณหลอดอาหารได้
อย่างไรก็ตามมีรายงานจากการวิจัยพบว่า การนอนตะแคงขวาอาจทำให้เกิดการไหลย้อนของกรดได้มากกว่าการนอนตะแคงซ้าย เพราะถุงเก็บอาหารในกระเพาะจะอยู่ทางด้านซ้าย เมื่อเรานอนตะแคงซ้าย ถุงจะย้อยลงรูเปิดหลอดอาหารที่ลงไปยังกระเพาะจะอยู่เหนือระดับกรดและอาหารที่อยู่ในกระเพาะ ฉะนั้นกรดจึงจะไม่ไหลย้อนขึ้นมา เมื่อใดก็ตามที่เรานอนตะแคงขวา รูเปิดหลอดอาหารจะอยู่ต่ำกว่าระดับของกรดและอาหารในกระเพาะ ทำให้สามารถย้อนกลับมาได้ ซึ่งทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนมากขึ้นนั่นเอง
การรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ หลายๆคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าไม่ควรนอนทันที เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออาการกรดไหลย้อนขึ้นมา แต่หากต้องการนอนจริงๆ ควรนอนตะแคงซ้ายจะดีกว่า และควรจะนอนหัวสูง เพราะถ้านอนหัวต่ำ กรดก็จะไหลย้อนขึ้นมามากขึ้น
“กรดไหลย้อน” โรควัยทำงาน ยิ่งอ้วนยิ่งเสี่ยง เผยพฤติกรรมต้องระวัง
คำแนะนำสำหรับผู้เป็นโรคกรดไหลย้อน
- ควบคุมน้ำหนัก อย่าให้อ้วน
- ไม่ใส่เสื้อผ้าที่รัดหรือคับเกินไป
- ไม่กินอาหารจนอิ่มกินไปโดยเฉพาะมื้อเย็น
- เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ไม่กินเร็วเกินไป
- งดสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์
- ไม่ควรนอนหรือเอนหลังภายใน 3 ชั่วโมง หลังมื้ออาหาร
- หนุนหัวเตียงสูงอย่างน้อย 6-8 นิ้วขึ้นไป
อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน หรือไม่รับประทานมากจนเกินไป ได้แก่ ชา กาแฟ น้ำอัดลม ช็อคโกแลต อาหารมัน เผ็ด น้ำผลไม้ เช่น ส้ม องุ่น มะเขือเทศ นอนตะแคงขวา เสี่ยงกรดไหลย้อนเล่นงาน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโลและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ภาพจาก : Shutterstock
“มะเร็งหลอดอาหาร” ลุกลามไปอวัยวะไหนได้บ้าง? อาการนำโรคคืออะไร?
“กรดไหลย้อนเรื้อรัง”ไม่ใช่แค่แสบร้อนกลางอกแต่เสี่ยงโรคแทรกซ้อนอันตราย