เชื้อ HPV ปัจจัยก่อ “มะเร็งช่องปาก” ใครบ้างเสี่ยง? สัญญาณรีบพบแพทย์!
รู้หรือไม่ ? คุณผู้ชายก็ติดเชื้อ HPV ได้ไม่ต่างจากผู้หญิงและมักเป็นพาหะนำโรคโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดมะเร็งในระบบสืบพันธุ์ทั้งชายหญิงได้แล้วยังก่อ “มะเร็งช่องปาก” ได้อีกด้วย
เอชพีวี หรือ Human Papillomavirus (HPV) คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อที่เยื่อบุผิว ก่อให้โรคบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนักทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย นอกจากนี้เชื้อไวรัส HPV นี้สามารถอาศัยอยู่ในเซลล์เยื่อบุผิวหนัง และในเยื่อมูกที่ปกคลุมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น
- ภายในจมูก ปาก และลำคอ
- ด้านในของเปลือกตา
- ด้านในของผิวหนังและท่อปัสสาวะที่องคชาติ
- ช่องคลอด ปากมดลูก และอวัยวะเพศภายนอก ทวารหนัก
ปัจจุบันพบว่ามีเชื้อเอชพีวี (HPV) มากกว่า 100 สายพันธุ์ และในจำนวนนี้จะมีประมาณ 40 สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศได้ โดยจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low risk type) คือ สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่ทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ เช่น สายพันธุ์ 6 และ 11
- กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง (High risk type) คือ สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ เช่น สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 68, 69, 73, 82 โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้มากถึง 70% เลยทีเดียว
เชื้อเอชพีวี (HPV) สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง เช่น ช่องคลอด ทวารหนัก หรือแม้แต่ทางช่องปาก นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ทางการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง (Skin to skin contact) เช่น
- มีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ แม้ในช่วงที่ผู้ติดเชื้อยังไม่แสดงอาการก็ตาม
- ใช้อุปกรณ์เพื่อสนองความต้องการทางเพศร่วมกับผู้ติดเชื้อ
- สัมผัสผิวหนังหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อจากผู้ติดเชื้อ
- สำเร็จความใคร่ทางปากหรือออรัลเซ็กส์ (Oral sex) กับผู้ติดเชื้อ
ส่วนมากแล้ว ผู้ชายมักจะเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่ผู้หญิงโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งอาการของการติดเชื้ออาจแสดงออกภายหลังจากผ่านไปหลายปีหลังจากติดเชื้อ นี่จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการแพร่เชื้อเอชพีวี (HPV) ไปยังบุคคลอื่นโดยที่ผู้ติดเชื้อและคู่นอนไม่รู้ว่าตนเองหรืออีกฝ่ายมีเชื้อ ข้อมูลข้างต้นได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “เชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) กับ มะเร็งช่องปาก” ได้ค่อนข้างชัดเจน ฉะนั้นไม่ควรละเลยด้านการป้องกันมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยและหมั่นตรวจสุขภาพอยู่เสมอ
อาการแสดงของมะเร็งช่องปาก
แผลเรื้อรัง หรือมีก้อนนูนในช่องปากเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ หรือ เกิดรอยขาวรอยแดงในช่องปาก ลักษณะมีทั้งแบบที่ขอบยกนูน ขอบแข็ง บางคนอาจไม่มีอาการเจ็บเลยก็ได้
เชื้อเอชพีวี (HPV) และ เอชไอวี(HIV) ต่างกันอย่างไร?
นอกจากเชื้อ HPV ปัจจัยอะไรอีกบ้างที่เสี่ยงมะเร็งช่องปาก
- พันธุกรรม
- มีประวัติการรักษาด้วยวิธีฉายรังสีหรือเคยโดนรังสี
- รับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัดเกินไปอยู่เป็น เนื่องจากความร้อนที่มาจากอาหารจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุในช่องปาก เมื่อเกิดการระคายเคืองต่อเนื่องเป็นประจำจึงอาจส่งผลให้เนื้อเยื่อในช่องปากเปลี่ยนแปลงไปจนกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
- มีสุขภาพช่องปากไม่ดี เช่น ฟันผุเรื้อรัง หรือเกิดการระคายเคืองหรือมีแผลในช่องปากเป็นระยะเวลานาน
- ใส่ฟันปลอมที่หลวม ซึ่งจะทำให้เกิดการระคายเคืองเรื้อรัง และอาจกักสารก่อมะเร็งต่าง ๆ เช่น สารเคมีในบุหรี่ แอลกอฮอล์ ทำให้สัมผัสกับเยื่อบุภายในช่องปากนานขึ้น
- รับประทานหรือเคี้ยวอาหารที่มีสารก่อมะเร็งเจือปนอยู่ เช่น หมาก พลู ยาเส้น และการใช้ยานัตถุ์
- รับประทานผักและผลไม้น้อย
- ใช้ยากดภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ
ภาพจาก : freepik
วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก เผยเหตุผลที่ฉีดในเด็กประสิทธิภาพสูงกว่า
รู้จัก “HPV” คืออะไร หลัง “เอมี่” เผยเคยตรวจพบเซลล์ผิดปกติเสี่ยงมะเร็ง