เตือน!เยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้า หลังพบสารนิโคตินสูง ทำลายสมอง-ภาวะวิตกกังวล
บุหรี่ไฟฟ้า ไอเทมยอดฮิตที่ขายกันอย่างแพร่หลายแม้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอีกทั้งผู้สูบยังอายุน้อยลงต่อเรื่อง ด้านกรมควบคุมโรคเตือนหลังพบสารนิโคตินสูง ส่งผลทำลายสมองได้!
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้าพยายามทุกวิถีทางในการแสวงหากำไรและสร้างกลุ่มลูกค้ารายใหม่โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีจุดเด่น สีสันดึงดูด แปลกใหม่และง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงมีการเชิญชวนให้เยาวชนทดลองใช้อีกด้วย หวังให้เด็ก เสพติดได้ง่ายเป็นลูกค้าในระยะยาว
มีการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีผลต่อสมอง พบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารนิโคตินในปริมาณสูง สารเสพติดจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและสมอง
รวมทั้งส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของสมองในเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในส่วนของสมองที่รับผิดชอบด้านความสนใจ การเรียนรู้ และความจำ ทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับ ความจำลดลง เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิตกกังวล หงุดหงิด และมีความหุนหันพลันแล่น อารมณ์รุนแรงมากขึ้น
บุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ได้จริงหรือไม่ ?
ปัจจุบันข้อมูลวิจัยทางการแพทย์ ยังไม่มีงานวิจัยชุดใดที่บอกได้อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าบุหรี่ไฟฟ้าสามารถทำให้คนเลิกบุหรี่ได้จริง เช่นกันกับในแง่ของความปลอดภัยที่ก็ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน อย่างไรก็ตามมีตัวอย่างงานวิจัยชิ้นหนึ่งในประเทศอังกฤษที่น่าสนใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพของบุหรี่ไฟฟ้า โดยได้มีการทำการทดลองเก็บข้อมูลโดยการนำเอาผู้ป่วยที่ต้องการเลิกบุหรี่จำนวน 890 ราย มาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
- กลุ่มแรกนั้นทำการเลิกบุหรี่ด้วยการสูบบุหรี่ไฟฟ้า
- ส่วนอีกกลุ่มให้ทำการเลิกบุหรี่ด้วยการรับยาเลิกบุหรี่
ทั้ง 2 กลุ่มเข้ารับการทดลองต่อเนื่อง 3 เดือน ควบคู่กันไปกับการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมเพื่อเลิกบุหรี่ จนกระทั่งครบ 1 ปี ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเลิกบุหรี่ได้ 18% ส่วนในกลุ่มที่ใช้ยาสามารถเลิกบุหรี่ได้ 9.9%
ซึ่งจากตัวเลขนี้อาจทำให้เราเห็นว่า บุหรี่ไฟฟ้านั้นช่วยเลิกบุหรี่ได้ดีกว่า แต่ทว่าการติดตามผลวิจัยนี้ต่อมาพบว่า ใน 18% ของกลุ่มที่เลิกบุหรี่ด้วยบุหรี่ไฟฟ้า มี 80% กลับไปเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าแทน ส่วนในกลุ่มที่เลิกบุหรี่ด้วยยาพบว่า 90% เลิกบุหรี่ขาดได้เลยและไม่ต้องใช้ยาเลิกบุหรี่อีกด้วย ดังนั้นจากผลวิจัยนี้จึงอาจสรุปได้ว่า บุหรี่ไฟฟ้าอาจช่วยเลิกบุหรี่ได้จริง แต่กลายเป็นว่าเราจะหันไปติดบุหรี่ไฟฟ้าแทน
เตือน! บุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่ง นิโคตินเท่ากับบุหรี่ทั่วไป 20 มวน!
หากเทียบกันตรงๆ แล้ว บุหรี่ไฟฟ้านั้นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาจริง เพราะบุหรี่ธรรมดานอกจากนิโคตินที่ทำให้ติดแล้ว ยังมีสารอื่นๆ อยู่อีกมากถึง 7,357 ชนิด ซึ่งจากสารทั้งหมดนั้นมีอยู่อย่างน้อย 70 ชนิดที่เป็นสาเหตุสามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้แน่นอน แต่สำหรับในบุหรี่ไฟฟ้าก็ใช่ว่าจะไม่มีอันตรายเลยเพราะก็ประกอบด้วยสารระเหยอื่นๆ เช่นกัน แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลวิจัยออกมาที่แน่ชัดเหมือนกับบุหรี่ธรรมดาว่าสารใดเป็นอันตรายแค่ไหนอย่างไรแต่ทั้งนี้ “ควันก็คือควัน” การสูบบุหรี่ไฟฟ้าคือการสูดควันเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งไม่ว่าจะมาจากสารใดก็ตาม ควันคือสิ่งแปลกปลอม สิ่งผิดปกติ ดังนั้นเมื่อสูบเข้าไปในร่างกาย ย่อมอนุมานได้ว่าไม่ดีแน่ๆ ยิ่งถ้าสูบเข้าไปในปริมาณมากๆ นานๆ ก็จะยิ่งมีโอกาสเกิดอันตรายได้ จึงขอเตือนผู้ปกครองและครูอาจารย์ช่วยเฝ้าระวังและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นกลุ่มที่อาจถูกชักจูงจนหลงเชื่อ นำไปสู่การลองสูบจนทำให้เสพติดบุหรี่ไฟฟ้าได้ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าทำลายสุขภาพ มีสารพิษ เสพติดอันตราย
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมควบคุมโรค และ โรงพยาบาลพญาไท
เตือน! สารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า อันตรายผู้สูบและส่งต่อบุหรี่มือสองให้คนรอบข้าง
เทียบอันตรายบุหรี่ไฟฟ้า VS บุหรี่มวนก่อมะเร็งปอดได้เหมือนกันหรือไม่?