พฤติกรรมเสี่ยง “โรคงูสวัด” ในวัยทำงาน วิธีรักษาให้เหลือแผลเป็นน้อยที่สุด!
รู้หรือไม่? พฤติกรรมเสี่ยงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอนอนน้อย อดหลับอดนอน นอนไม่เป็นเวลา เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคงูสวัดในวัยทำงาน เช็กอาการและวิธีรักษาไม่ให้เกิดแผลเป็น!
โรคงูสวัด (HERPES ZOSTER) เกิดจากไวรัสชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ หรือไวรัสเฮอร์ปีส์ ซึ่งเป็นไวรัสชนิดหนึ่งในกลุ่มไวรัสเริม เชื้อนี้หากเป็นในเด็กจะทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส แต่หลังจากที่หายจากโรคอีสุกอีใส เชื้อไวรัสจะยังคงซ่อนเร้นอยู่ในร่างกาย และเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายอ่อนแอลง หรือภูมิคุ้มกันต่ำลง อาการของโรคจะกำเริบทำให้เกิดโรคงูสวัดได้
อาการของโรคงูสวัด
- มีตุ่มใสฐานสีแดง แต่จะไม่เหมือนกับอีสุกอีใสที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย
โดยมีลักษณะของตุ่มจะขึ้นเป็นกลุ่มหรือแถว เป็นซีกเดียวของร่างกาย หากงูสวัดขึ้นในเส้นประสาทที่อยู่อวัยวะที่อันตราย เช่น เส้นประสาทตา อาจจะทำให้ตาบอดได้ หรือสามารถทำให้เยื้อหุ้มสมองอักเสบได้ ขึ้นอยู่กับว่างูสวัดขึ้นตรงไหน
- มีอาการแสบร้อน
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของโรคงูสวัด
- ผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี
- ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย
- ใช้ยาที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง เช่น สเตียรอยด์ ยาบรรเทาอาการอักเสบ
- มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคเอชไอวี ทำให้มีความเสี่ยงกระตุ้นเชื่อไวรัสออกจากปมก่อนอายุ 60 ปี
วิธีการรักษาโรคงูสวัด
- กินยาต้านไวรัส ใช้กับผู้ที่โรคไม่รุนแรง จะเน้นการรักษาแบบรับประทานแค่ 7วัน
- ฉีดยาต้านไวรัส ใช้กับผู้ที่โรครุนแรงหรือมีปริมาณเชื้อเยอะมาก ขึ้นที่เยื่อหุ้มสมอง ขึ้นตา ขึ้นหู
การดูแลรักษาด้วยตัวเอง
- ระยะเป็นตุ่มน้ำใส ให้รักษาแผลให้สะอาด โดยใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเกลืออุ่นๆ หรือกรดบอริค 3% ปิดประคบไว้ประมาณ 5 – 10 นาที แล้วชุบเปลี่ยนใหม่ ทำวันละ 3 – 4 ครั้ง
- ระยะตุ่มน้ำแตกมีน้ำเหลืองไหลต้องระมัดระวังการติดเชื้อแบคทีเรียที่จะเข้าสู่แผลได้ ควรล้างแผลด้วยน้ำเกลือสะอาด แล้วปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ
- ถ้าปวดแผลมาก สามารถทานยาแก้ปวดได้
- ไม่ควรใช้เล็บแกะเกาตุ่มงูสวัด เพราะอาจทำให้มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน กลายเป็นตุ่มหนอง แผลหายช้า และ กลายเป็นแผลเป็นได้
- ไม่ควรเป่าหรือพ่นยาลงบนแผล เพราะจะทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน แผลหายช้าและกลายเป็นแผลเป็นได้า
ทริคเอาชนะ“ภูมิแพ้ขนสัตว์” เรื่องเล็กๆที่เป็นปัญหาใหญ่ของคนเลี้ยงสัตว์
วิธีป้องกันงูสวัด
- ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ลดการใช้ยาที่ลดภูมิคุ้มกัน
สำหรับกลุ่มคนอายุ 60 ขึ้นไป การฉีดวัคซีนงูสวัด เข็มเดียว ช่วยลดความเสี่ยงป้องกันได้ตลอดชีวิต ส่วนกลุ่มวัยรุ่น สามารถฉีดได้ แต่ไม่แนะนำให้ฉีดทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพราะอาจมีข้อจำกัดแต่ละคน อย่างไรก็ตามควรหมั่นสังเกตตนเองหากพบว่ามีอาการตุ่มใส ฐานแดง แสบร้อน ควรรีบมาพบแพทย์ทันที เพื่อทำการรักษาภายใน 72 ชั่วโมง เพราะหากรักษาเร็ว จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนได้ดีกว่า
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท และ โรงพยาบาลกรุงเทพ
ภาพจาก shutterstock
“ไวรัสเกาะไวรัส” ความสัมพันธ์ที่นักวิทยาศาสตร์ไม่เคยเห็นมาก่อน
“แพท ณปภา” วิตก! กลัวเป็น อัลไซเมอร์ ตามคุณย่า รุดขอคำปรึกษาแพทย์