เคล็ดลับ “ฮั่น อิสริยะ” ลดน้ำหนักใน 3 เดือน - ป้องกัน “โรครองช้ำ”
ส่องเคล็ดลับ “ฮั่น อิสริยะ” ลดน้ำหนักแบบไม่โยโย่ 25 กิโล ภายใน 3 เดือน พร้อมรู้จัก “โรครองช้ำ” ปัญหาทางสุขภาพเมื่อน้ำหนักตัวเพิ่มและวิธีดูแลตัวเอง
กำลังอยู่ในช่วงเร่งรีดน้ำหนัก ฟิตหุ่น เตรียมความพร้อมที่จะคัมแบคอีกครั้ง สำหรับ “ฮั่น เดอะสตาร์” หรือ “ฮั่น - อิสริยะ ภัทรมานพ" หลังจากก่อนหน้านี้เคยประสบปัญหาน้ำหนักพุ่งพรวดกว่า 108 กิโลกรัม จนประสบปัญหาทางสุขภาพเป็น “โรครองช้ำ”
ล่าสุด หนุ่มฮั่น มาอัปเดตชีวิตการทำงาน สุขภาพ ตลอดจนเคล็ดลับการลดน้ำหนัก ดูแลสุขภาพของตัวเองในรายการ “Rise & Shine ชีวิตดีเริ่มที่ตัวเรา” ทางพีพีทีวี ช่อง 36
ฮั่น เดอะสตาร์ เล่าถึงเป้าหมายในการลดน้ำหนักว่า ที่ผ่านมาน้ำหนักตัวขึ้นถึงจุดสูงสุดเลยก็ว่าได้ โดยน้ำหนักขึ้นสูงถึง 108 กิโลกรัม ซึ่งปัญหาก็มาจากการตามใจปาก เคยทานข้าวเหนียวหมูปิ้งคนเดียว 40 ไม้ และข้าวเหนียว 10 ห่อ และทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปครั้งเดียวมากถึง 15 ห่อมาแล้ว จนถึงจุดที่คิดว่าจะต้องรีเซ็ตตัวเองใหม่
ผมมองว่าการรีเซ็ตมุมมองต่อตัวเองใหม่เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อก่อนผมแคร์คนรอบข้างเยอะมาก ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ถ้ามีคนทักว่าอ้วน ผมก็จะกลับบ้านไปไม่กินและ หรือไปเจอคนหุ่นดี เราก็จะเอาไปเปรียบเทียบ ทำไมเราถึงไม่ได้แบบเขา แล้วเราก็ขะพยายามทำ แต่ก็ทำได้ช่วงหนึ่ง
แต่ตอนนี้ผมว่าผมร้กตัวเองเป็น รู้จักตัวเองมากขึ้น คือคำว่ารู้จักตัวเองมันดูเหมือนง่าย แต่ผมไม่เคยถามตัวเองมาก่อนเลยว่า ผมชอบอะไร เก่งอะไร จนเกิดปัญหา
ก็เริ่มต้นด้วยการค่อย ๆ ชนะใจตัวเองไปทีละนิด จนตอนนี้น้ำหนักลดลงไป 25 กิโลแล้ว ภายในระยะเวลา 3 เดือน เคล็ดลับที่สำคัญได้แก่ การรับประทาน และการสร้างกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง และสุดท้ายคือ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ โดยกำหนดว่าใน 1 วัน จะต้องทำให้ได้อย่างน้อย 1 อย่าง
และอีกอย่างที่สำคัญคือสภาพแวดล้อม ทำที่บ้านก็ออกกำลังกายได้ แต่ 2-3 วันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม เดี๋ยวค่อยทำนะ ผมเลยเปลี่ยนมาออกที่ยิม เพราะที่นี่เราได้เจอเพื่อน ได้เจอมุมมองการออกกำลังกายใหม่ๆ จากเขา รวมถึงคอนเทนต์ก็สำคัญถ้าดูแต่เรื่องของกิน เราก็จะเจอแต่ของกิน แต่ถ้าเราดูเรื่องออกกำลังกาย เรื่องนี้ก็จะมาเรื่อยๆ ดูแล้วมันก็มีไฟ
ส่วนความกดดันเรื่องน้ำหนัก ผมมองว่าอย่าโฟกัสเรื่องตัวเลข ทุกเช้าให้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ที่รูปร่างและจิตใจแทน จะเป็นการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนกว่า
อย่างไรก็ตามเมื่อน้ำหนักตัวมากขึ้น ก็จะมีปัญหาสุขภาพตามมาคือ “โรครองช้ำ” เพราะตัวเองชอบออกกำลังกายโดยการวิ่ง เริ่มแรกวิ่งไปก็เกิดอาการปวดเข่าและเจ็บส้นเท้า จนทำให้มีปัญหาเรื้อรังกลายเป็นโรครองช้ำในที่สุด ซึ่งมีสาเหตุมาจากการชอบออกกำลังกายโดยการวิ่ง อาการเริ่มแรกมาจากอาการปวดเข่า และเจ็บที่ส้นเท้า จนทำให้มีปัญหาเรื้อรังจนกลายเป็นโรครองช้ำในที่สุด
โดย พญ.ปวีณา วิมลวัตรเวที แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูผู้สูงอายุ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ได้มาอธิบายถึงสาเหตุของโรค และวิธีป้องกัน รักษาตัวเอง ดังนี้
“โรครองช้ำ” เกิดขึ้นได้อย่างไร
“โรครองช้ำ” เกิดจากการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า ซึ่งมักมีอาการปวดบริเวณส้นเท้า ตอนตื่นนอนมาเมื่อเดินลงน้ำหนักก็จะมีอาการเจ็บแปลบ เหมือนมีอะไรมาทิ่มแทงที่ส้นเท้า อาการจะเป็น ๆ หาย ๆ
สาเหตุหลักมาจากการที่เท้ารับน้ำหนักตัวมากเกินไป การเดินมาก ๆ วิ่งมาก ๆ หรือใส่รองเท้าที่แข็งหรือบางเกินไป รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ หรือการมีส้นเท้าที่ผิดรูป เช่น อุ้งเท้าแบนหรืออุ้งเท้าสูงมากเกินไป
โดยอาการเหล่านี้มักพบได้ในคนวัยอายุ 40-60 ปี เนื่องจากความเสื่อมของพังผืดใต้ฝ่าเท้าทำให้มีการยืดหยุ่นน้อยลง
วิธีการรักษา “โรครองช้ำ”
ส่วนวิธีรักษานั้นแพทย์จะให้คนไข้รับประทานยาแก้ปวด หรือยาแก้อักเสบ รวมถึงให้คนไข้พักการใช้งานเท้าระยะหนึ่ง หรือใช้แผ่นเสริมฝ่าเท้าที่เหมาะสมกับรองเท้า, การใช้ Shock-wave therapy หรือใช้คลื่นเสียงกระตุ้นบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้า เพื่อลดการอักเสบและรักษาเฉพาะจุด โดยแพทย์จะหลีกเลี่ยงการฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์ จะถือให้เป็นการรักษาทางเลือกสุดท้าย เพราะอาจทำให้ชั้นไขมันบริเวณส้นเท้าบางลงได้
ภาพจาก : รายการ Rise & Shine ชีวิตดีเริ่มที่ตัวเรา
“เม็ดเลือดขาว” สูงต่ำมีผลอย่างไร “มัดหมี่” ถึงขั้นป่วยแอดมิทเข้า รพ.
“อัลไซเมอร์” เช็กอาการเริ่มต้น ผ่านประสบการณ์ดูแลย่าของ “แพท-ณปภา”