โรคไมเกรนเสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกมากกว่าคนปกติ 46% จริงหรือไม่ ?
สธ.เตือนข่าวปลอม โรคไมเกรน “ไม่ได้เสี่ยง” เส้นเลือดสมองแตกมากกว่าคนปกติ เช็กวิธีแก้ปวดไมเกรนจากการแพ้แสง
กรณีที่มีผู้โพสต์และแชร์ข้อมูลในสื่อออนไลน์ว่า ผู้ที่เป็นโรคไมเกรน เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกมากกว่าคนปกติถึง 46% ทางสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เนื้อหาข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ในปัจจุบันบอกถึงไมเกรนว่าจะเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองแตกตามที่กล่าวอ้าง
ไมเกรนคืออะไร ?
ไมเกรน คือ โรคของระบบการรับความรู้สึกของเส้นเลือดไวผิดปกติ
ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวด้านใดด้านหนึ่งไมเกรน มีลักษณะอาการเฉพาะตัวที่สำคัญ คือ ปวดหัวไมเกรนตุ๊บๆ ปวดรุนแรง ปวดติดต่อกัน 4 - 72 ชม. มักปวดศีรษะข้างเดียว หรือย้ายข้างไปมา บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย มักมีอาการมากขึ้นเมื่อมีสิ่งเร้า เช่น การขยับศีรษะ การมองเห็นแสงจ้า อยู่ในที่อากาศร้อน หรือเย็นจัด มีเสียงดังรบกวน ชีวิตคนทำงานบางคนมียาพาราเซตามอลเป็นยาประจำตัว เนื่องจากปวดหัวไมเกรนเป็นประจำบางรายปวดเรื้อรัง และในบางรายยาพาราเซตามอลก็ไม่ช่วยให้อาการปวดศีรษะดีขึ้น เพราะร่างกายชินกับยาไปแล้ว ต้องเพิ่มความรุนแรงของการออกฤทธิ์ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนที่เกิดขึ้น
สาเหตุของไมเกรน
- ความเครียด
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ
- การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อในระหว่างวัน
- อาจเกิดจากโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ภายในสมอง เช่น หลอดเลือดสมองตีบ เนื้องอกในสมอง เลือดออกในสมอง เป็นต้น
อาการเตือน "ปวดศีรษะไมเกรน"
- การมองเห็นผิดปกติ เห็นแสงไฟกระพริบ มองเห็นภาพต่างๆ เป็นจุดหรือเป็นเส้นซิกแซก หลับตาแล้วยังเห็นได้อยู่
- ในผู้ป่วยไมเกรนบางราย จะมีอาการชา รู้สึกเหมือนมีเข็มเล็กๆ มาจิ้ม ประสาทสัมผัสไม่สามารถรับรู้ได้ชั่วคราว อาจมีอาการจากส่วนปลายนิ้ว เคลื่อนไปยังแขนหรือใบหน้า อาจมีอาการชาที่มือ-แขน หรือชารอบปาก
- มีการศึกษาของ Cephalalgia Magazine พบว่าผู้ป่วยไมเกรนกว่า 36% มีอาการหาวบ่อยๆ อาจจะทุกๆ 2 - 3 นาที ก่อนที่จะมีอาการไมเกรนเกิดขึ้น
ภาวะตาไม่สู้แสง พบว่าผู้ป่วยไมเกรนกว่า 80% มีอาการไวต่อแสง โดยภาวะนี้จะเริ่มจากประสาทตาส่งสัญญาณไปยังสมอง ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทนต่อแสงได้ โดยเฉพาะแสงจ้า เช่น แสงแดด หรือแสงแฟลช ซึ่งผู้ป่วยสามารถหลีกเลี่ยงแสงจ้าได้ด้วยวิธีนี้
- ใช้ผ้าม่านกันแสงปิดหน้าต่าง เพื่อป้องกันแสงแดดลอดผ่านเข้ามาในห้อง
- ไม่ใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดนีออน เพราะแสงจากหลอดไฟชนิดนี้อาจทำให้เกิดอาการไมเกรนในผู้ป่วยบางรายได้
- ปรับความสว่างของจอคอมพิวเตอร์ไม่ให้สว่างเกินไป และปรับมุมองศาของจอเพื่อลดการสะท้อนของแสง
- ติดตั้งไฟให้ห่างจากบริเวณที่อาจเกิดการสะท้อนของแสงจ้าได้ เช่น กระจก
การรักษาไมเกรนให้หายขาดยัง ปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ จึงเป็นการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน ในรูปแบบของการควบคุมด้วยการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง และการใช้ยาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่เป็นบ่อยๆ เช่นเดือนหนึ่งเป็น 2 ครั้ง หรือมากกว่า แพทย์มักจะแนะนำให้รับประทานยาป้องกัน ยากลุ่มนี้เป็นยาที่ต้องรับประทานทุกวัน รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดหรือลดความถี่ ความรุนแรงของอาการปวดศีรษะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม แห่งประเทศไทย และ โรงพยาบาลเปาโล