เช็กสัญญาณเตือน ! ภาวะจอตาเสื่อมในผู้สูงวัย
เตือนผู้สูงวัย เสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม หากพบสัญญาณเตือน ตามัว มองเห็นภาพบิดเบี้ยว รีบพบจักษุแพทย์เพื่อชะลอความเสื่อม
โรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ เป็นโรคหนึ่งที่ส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นภาพชัดตรงกลางภาพ โดยจะพบจุดสีเหลืองที่จอตา ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของชั้นเม็ดสีของจอตา และการเกิดเส้นเลือดงอกใหม่ ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชั้นเม็ดสีของจอตา มีสารน้ำใต้จอตา เลือดออกในจอตา และพังผืดใต้จอตา
จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ แบ่งเป็น 2 ประเภท
จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุแบบแห้ง (Dry AMD) จะพบจุดเหลืองที่จอตา เป็นจำนวนมาก และในระยะท้ายมีจอตาฝ่อได้ พบได้ 85 – 90% ของผู้ป่วยและมักไม่มีการสูญเสียการมองเห็นรุนแรง
จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุแบบเปียก (Wet AMD) มีเส้นเลือดงอกใหม่ในชั้นลึกของจอตา ซึ่งจะนำไปสู่เลือดออกในจอตา มีสารน้ำใต้จอตา หรือพังผืดใต้จอตา พบได้ 10 – 15% ของผู้ป่วยและเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียการมองเห็นรุนแรง
ปัจจัยเสี่ยง
อายุ หากอายุมากกว่า 75 ปี จะมีความเสี่ยงเป็น 3 เท่าของกลุ่มที่มีอายุ 65 – 74 ปี
การสูบบุหรี่ พบว่าคนที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นจากโรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุเป็น 2 เท่าของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
พันธุกรรม มีการศึกษาพบว่า พันธุกรรมบางตัวมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งกับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและการตอบสนองต่อการรักษา ซึ่งอาจช่วยในการเลือกการรักษาในอนาคต
ปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่
โรคทางระบบหัวใจ
โรคความดันโลหิตสูง
เพศหญิง
เชื้อชาติผิวขาว
คอเลสเตอรอลสูง
โรคอ้วน
สายตายาว
ประวัติครอบครัว
ม่านตาสีอ่อน
สั่งซื้อได้ที่ >> คลิกการตรวจวินิจฉัยจอตาเสื่อมในผู้สูงวัยเมื่อมาพบแพทย์มีขั้นตอน ดังนี้
-อ่านตัวเลขเพื่อประเมินการมองเห็น (Visual Acuity)
-ตรวจหน้ากล้องจุลทรรศน์ (Slit Lamp Biomicroscopy) โดยจักษุแพทย์
-หยอดยาขยายม่านตาเพื่อตรวจจอตาอย่างละเอียด ควรเตรียมแว่นกันแดดและไม่ควรขับรถมาเอง เนื่องจากยาขยายม่านตาจะส่งผลให้ตามัวลงและตาสู้แสงไม่ได้ โดยยาจะมีฤทธิ์ 4 – 6 ชั่วโมง
-ถ่ายภาพจอตา
-สแกนจอตาอย่างละเอียดด้วยเครื่อง Optical Coherence Tomography (OCT) เพื่อประเมินสภาพของชั้นต่าง ๆ ของจอตา ความหนาของจอตา การบวมน้ำ และปริมาณสารน้ำหรือเลือดใต้จอตา
ในกรณีที่พบว่าผู้ป่วยมีลักษณะของจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุแบบเปียก (Wet AMD) จักษุแพทย์จะทำการฉีดสี โดยใช้วิธี Fundus Fluorescein and Indocyanine Green Angiography (FFA and ICGA) เพื่อวินิจฉัยแยกโรคและพิจารณาการรักษาอย่างเหมาะสม
การรักษาจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุแบบแห้ง (Dry AMD) สามารถทำได้โดยการให้อาหารเสริม (Antioxidant and Mineral Supplementation) ตามการศึกษา AREDS และ AREDS2 โดยพบว่าจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดจอตาเสื่อมระยะท้าย (มี Geographic Atrophy หรือ Wet AMD) ได้ 25% และลดความเสี่ยงของการสูญเสียการมองเห็นตรงกลางภาพได้ 19%
การรักษาจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุแบบเปียก (Wet AMD) ปัจจุบันการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดและเป็นที่นิยม คือการรักษาโดยการใช้ยาต้านการเจริญเติบโตของหลอดเลือดฉีดเข้าไปในน้ำวุ้นตา โดยปัจจุบันมียาอยู่ 2 กลุ่ม คือ
Anti – Vascular Endothelial Growth Factor (Anti-VEGF : Ranibizumab, Bevacizumab)
Vascular Endothelial Growth Factor Trap (VEGF-trap : Aflibercept)
สั่งซื้อได้ที่ >> คลิกอย่างไรก็ตามความเสื่อมของร่างกายมนุษย์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการรู้เท่าทันโรคจะทำให้เราสามารถชะลอความเสื่อม และดูแลอวัยวะต่างๆของร่างกายอย่างถูกต้องต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ