คุณเสี่ยงเป็น “โรคตา” หรือไม่? เช็ก 8 โรคตาต้องระวัง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“โรคตา” เป็นโรคที่แสดงอาการน้อยมาก หากเรารู้เท่าทันอาการของโรค จะนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้อง รวดเร็ว หากช้าเราอาจสูญเสียการมองเห็นในที่สุด เราไปเช็ก 8 โรคตาที่ระวังกันดีกว่า

1. ต้อหิน 

นี่คือโรคที่ไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า  เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทตาส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นได้ในที่สุด  ส่วนอาการที่สามารถสังเกต ได้แก่ หากเป็นต้อหินแบบเฉียบพลัน จะปวดตา ตามัวลง และเห็นรุ้งรอบดวงไฟ อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วยได้  แต่ความน่าสนใจของโรคต้อหิน คือผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยไม่มีอาการเลย เหมือนภัยเงียบค่อย ๆ ทำลายเส้นประสาท

 

 

2. ต้อกระจก

เป็นภาวะที่เลนส์ตามีความขุ่นมัว  ทำให้แสงผ่านเข้าดวงตาลดลง มีผลให้จอประสาทตารับภาพได้ไม่ชัดเจน   การมองเห็นก็จะลดลงเรื่อย ๆ  สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัย   อาการที่สังเกตได้คือ ตาจะค่อย ๆ พร่ามัวลงเหมือนมีหมอกหรือฝ้าบัง เห็นภาพซ้อน เห็นแสงไฟกระจาย มองภาพเป็นสีเหลืองหรือสีผิดเพี้ยนไป อาจมีค่าสายตาเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

 

3. ต้อเนื้อ ต้อลม  

โรคนี้มีความสัมพันธ์กับแสงแดด ทำให้เยื่อบุตาเสื่อมสภาพลง พบบ่อยในผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง  โดยความเสื่อมสภาพของเยื่อบุตา ทำให้มีเนื้อเยื่อผิดปกติเป็นเยื่อสีแดงยื่นเข้าไปในตาดำเป็นรูปสามเหลี่ยม ค่อย ๆ ลุกลาม ถ้าเป็นมากใกล้หรือบังปิดรูม่านตา การมองเห็นจะผิดปกติ มีสายตาเอียงมากขึ้นหรือตามัวลงมาก ส่วน ต้อเนื้อพบบริเวณหัวตามากกว่าหางตา  ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นคือ ตาแดง ระคายเคือง ไม่สบายตา  ถ้าเป็นมากจะเห็นภาพไม่ชัด ส่วนต้อลม (Pinguecula) คือ การเสื่อมสภาพเช่นเดียวกับต้อเนื้อ แต่ยังไม่ลุกลามเข้าตาดำเป็นอยู่บริเวณเยื่อบุตาเท่านั้น จึงมีอาการแค่ระคายเคือง แต่ตาไม่มัวลง

 

 

4. วุ้นในตาเสื่อม  

โดยปกติแล้วภาวะวุ้นในลูกตาเสื่อมมักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุมากตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป  แต่ปัจจุบันพบว่าภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นกับคนทำงานออฟฟิศมากขึ้น    วุ้นตา มีลักษณะเป็นเจลหนืดใสเหมือนวุ้นอยู่ภายในส่วนหลังของลูกตาโดยอยู่ติดกับจอประสาทตาที่ล้อมรอบมันอยู่ เมื่อวุ้นตาเสื่อม (Vitreous Degeneration) น้ำวุ้นในตามีการเปลี่ยนสภาพ บางส่วนจะกลายเป็นของเหลวและบางส่วนจับเป็นก้อนหรือเป็นเส้นเหมือนหยากไย่ และวุ้นตาอาจจะหดตัวลอกออกจากผิวจอประสาทตา ทำให้มองเห็นเป็นเงาดำ จุดเล็ก ๆ เส้น ๆ

วง ๆ หรือเส้นหยากไย่ลอยไปลอยมา ขยับไปมาได้ตามการกลอกตา หรือมีแสงวาบคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูป

หากปล่อยทิ้งไว้ไม่เข้ารับการรักษาอาจร้ายแรงถึงขั้นจอประสาทตาฉีกขาด หลุดลอก และสูญเสียการมองเห็นถาวรได้

                                                              สั่งซื้อได้ที่ >> คลิก

5.จอประสาทตาเสื่อมตามวัย

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าตามวัย  โรคนี้จะเกิดขึ้นตามวัยที่สูงขึ้น  จะพบมากในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป  โดยเกิดจากจุดรับภาพบริเวณกลางจอประสาทตาเสื่อม อาการที่สังเกตได้คือ มองภาพไม่ชัด มองเห็นบิดเบี้ยว ตาพร่ามัว มีจุดดำหรือเงาตรงกลางภาพ ซึ่งจอประสาทตาเสื่อมเป็นโรคที่ต้องรีบทำการรักษากับจักษุแพทย์โดยเร็วเพื่อรักษาและช่วยควบคุมไม่ให้การมองเห็นแย่ลงจนรบกวนคุณภาพชีวิต

 

6.เบาหวานขึ้นตา

พบในผู้ป่วยเบาหวาน โดยมีสาเหตุมาจากการที่น้ำตาลในเลือดสูง ทำให้หลอดเลือดและระบบประสาทเสื่อมลง  ส่งผลให้ชั้นจอประสาทในลูกตาเกิดความเสื่อม ถ้าทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ตามัวและตาบอดได้ ความน่าสนใจของโรคนี้คือ ผู้ป่วยเบาหวานบางคนไม่เคยตรวจตาเลยจึงไม่ทราบว่าการมองเห็นแต่ละข้างเป็นอย่างไร เพราะโดยรวม 2 ข้างยังมองยังเห็นอยู่ แต่อาจมีด้านหนึ่งที่แย่กว่าแล้ว และบางคนรู้สึกว่ามองเห็นโดยรวมยังปกติจึงไม่มาพบจักษุแพทย์ ทำให้บางครั้งรักษาช้าเกินไปและตาบอดได้ในที่สุด

 

7.ตาแห้ง

เป็นโรคตาที่พบได้บ่อยในกลุ่มสูงวัยและในวัยทำงาน  โดยมีกลไกการทำงานผิดปกติของต่อมไขมันที่เปลือกตา โดยเฉพาะการใส่คอนแทคเลนส์ การใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นาน ๆ  หากปล่อยไว้ไม่ได้รักษาอาจทำให้การมองเห็นมัวลง มีการอักเสบของเยื่อบุตาหรือกระจกตา การรักษาตาแห้งขึ้นกับสาเหตุ มักต้องใช้น้ำตาเทียมร่วมด้วย ปรับพฤติกรรมการใช้งาน หรือประคบอุ่น นวดและทำความสะอาดเปลือกตากรณีมีเปลือกตาผิดปกติ 

 

8.ตาบอดสี

เป็นความบกพร่องในการแยกแยะความแตกต่างของสี เช่น ตาบอดสีแดงกับเขียวอาจเห็นเป็นสีเทา ไม่สามารถบอกสีได้ถูกต้อง หรือตาบอดสีแบบไม่เห็นสีอาจเห็นแค่สีขาวกับดำ ความน่าสนใจของโรคนี้คือ ผู้ชายมีโอกาสเป็นตาบอดสีมากกว่าผู้หญิงและจะรู้ว่าตาบอดสีต่อเมื่อได้รับการตรวจกับจักษุแพทย์ ที่สำคัญตาบอดสีไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด อาจเกิดจากกรรมพันธุ์แต่กำเนิดได้เช่นกัน 

เฉลย....แบบทดสอบตาบอดสี ที่คนสายตาปกติ กับตาบอดสีจะอ่านไม่เหมือนกัน

 

อย่างไรก็ตาม เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่เปราะบาง และต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ  ราควรเริ่มต้นดูแลดวงตาวันนี้   รวมถึงปรึกษากับจักษุแพทย์ที่มีความชำนาญและมากประสบการณ์จะช่วยให้เรามองเห็นโลกได้สดใสไปอีกนาน 

 

ขอขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก :  ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลกรุงเทพ

 

                                                              สั่งซื้อได้ที่ >> คลิก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ