“ไวรัสตับอักเสบ” บริจาคโลหิตได้หรือไม่? ฉีดวัคซีนแล้วเว้นกี่วัน?
ไวรัสตับอักเสบ เสี่ยงต่อการติดต่อทางเลือดและสารคัดหลั่ง หากเป็นแล้วรักษาหายแล้ว สามารถบริจาคโลหิตได้หรือไม่ ? รู้ไว้ป้องกันการส่งต่อโรค!
เมื่อไวรัสเข้าสู่เซลล์ตับจะก่อให้เกิดภาวะตับอักเสบ ส่งผลให้ตับทำงานผิดปกติ มีอาการตับบวมโต อ่อนเพลีย ซึ่งไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบเอ, บี, ซี, ดี, อี เป็นต้น แต่ที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขประเทศไทย ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบบี และ ไวรัสตับอักเสบซี
ซึ่งการรักษาสามารถหายได้และมีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากเป็นไวรัสตับอักเสบแล้วควรดูแลตัวเองเพื่อให้ตอบสนองการรักษาที่ไวขึ้นไม่เกิดเรื้อรังจนกลายเป็น ตับแข็งหรือมะเร็งตับ
ในระหว่างการรักษาสามารถออกกำลังกายได้ปกติ แต่ไม่ควรหักโหมในช่วงที่มีอาการตับอักเสบเฉียบพลัน ควรพักผ่อนให้พอเพียง งดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้เชื้อไวรัสแบ่งตัวได้มากขึ้น และทำให้เซลล์ตับเสื่อมเร็วขึ้น
การมีเพศสัมพันธ์ควรสวมถุงยางอนามัย หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง เมื่อมีการผ่าตัดหรือทำฟัน ควรแจ้งแพทย์ทราบเสมอ ที่สำคัญการรับประทานยาทุกชนิด ควรปรึกษาแพทย์ การพบแพทย์ตามนัด เพื่อตรวจเลือดดูการทำงานของตับเป็นระยะ แนะนำให้คนใกล้ชิดที่อยู่บ้านเดียวกัน ให้ตรวจเลือด และฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบีงดการบริจาคโลหิต
ทำไมไวรัสตับอักเสบต้องงดบริจาคเลือด ?
ข้อมูลจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต นอกจาก จะต้องอยู่ในเกณฑ์ อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 70 ปี น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป และมีสุขภาพสมบูณณ์แล้ว ในโรคที่เสี่ยงต่อการติดต่อทางเลือดอย่าง โรคตับอักเสบนั้นได้กำหนดเกณฑ์เอาไว้ว่า
- ผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบก่อนอายุ 11 ปี ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากไวรัสตับอักเสบ เอ เมื่อหายแล้วสามารถบริจาคโลหิตได้
- หากมีประวัติเป็นตับอักเสบหลังอายุ 11 ปี ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี ให้งดบริจาคโลหิตถาวร เพื่อลดความเสี่ยงจากการถ่ายทอดเชื้อให้ผู้ป่วยที่ได้รับโลหิต เว้นแต่มีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าตับอักเสบดังกล่าวเกิดจากสาเหตุอื่น
- คู่ของท่าน หรือบุคคลในครอบครัว เป็นโรคตับอักเสบ ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
เนื่องจากการที่มีบุคคลใกล้ชิดเป็นโรคตับอักเสบ ทำให้ท่านมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี ได้เช่นเดียวกัน จึงควรงดการบริจาคโลหิต 1 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มีเชื้อนี้ ซึ่งสามารถถ่ายทอดไปให้ผู้ป่วยที่ได้รับโลหิตได้
ขณที่ผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี หลังได้รับวัคซีน 21 วัน บริจาคโลหิตได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2 และ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย