รู้จัก "มะเร็งหัวใจ" โรคร้ายที่คร่าชีวิตนักแสดงดัง "อ๋อม อรรคพันธ์"
"มะเร็งหัวใจ" โรคที่ไม่คุ้นหูมากนักและพบได้น้อย หลังคร่าชีวิตนักแสดงดัง "อ๋อม อรรคพันธ์" สันนิฐานอาจแพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่น ยังไม่มีวิธีป้องกันและอาการเฉพาะ รักษาได้ด้วยการผ่าตัด
จากการเสียชีวิตของ “อ๋อม อรรคพันธ์” นักแสดงมากความสามารถ ในวัย 39 ปี ที่ถูกพรากไปด้วย “มะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ” ทำให้โรคดังกล่าวเริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เนื่องจากเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก
โดย มะเร็งหัวใจ เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก เป็นมะเร็งที่แพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่น เช่น ปอด ลำไส้ แพร่มาที่ผนังหัวใจด้านนอกและช่องเยื่อบุหัวใจ แต่มะเร็งที่เกิดในหัวใจเองมักเป็นในผนังชั้นกลาง จึงเป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ผนังหลอดเลือด หรือเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจก็ได้
มะเร็งหัวใจ พบได้เพียงประมาณ 0.1 รายต่อประชากร 1 ล้านคน ทั่วโลก ในทุกอายุ ส่วนใหญ่พบในวัยผู้ใหญ่ และวัยผู้สูงอายุ และเนื่องจากมะเร็งหัวใจนั้นพบได้น้อยมาก จึงยังไม่ทราบถึงสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยงเกิดโรค และยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองให้พบมะเร็งหัวใจในระยะตั้งแต่ยังไม่มีอาการ
ดังนั้นจึงยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรค และแน่นอนเนื่องจากพบได้น้อยมาก จึงยังไม่มีอาการเฉพาะ แต่จะเป็นอาการเช่นเดียวกับอาการของโรคหัวใจทุกโรค ร่วมกันกับอาการของโรคมะเร็งทุก ๆ ชนิด ซึ่งมะเร็งหัวใจของทั้ง 2 กลุ่มนี้ไม่ค่อยตอบสนองต่อการฉายแสงและยาเคมีบำบัด จึงต้องใช้วิธีรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อเอามะเร็งออกให้หมด
อาการของโรคมะเร็งหัวใจ
อาการของมะเร็งหัวใจมักจะมาด้วยอาการเหล่านี้ ได้แก่ เหนื่อยง่าย หอบ ไอเรื้อรัง มีไข้ต่ำๆ หน้าบวม คอบวม หลอดเลือดดำที่คอโป่ง ตับโต ท้องมานเพราะมีน้ำในช่องท้อง หรือขาบวมกดบุ๋มทั้งสองข้าง
การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งหัวใจ
ทำได้โดยการตรวจประวัติทางการแพทย์ต่าง ๆ ที่สำคัญคือประวัติอาการของผู้ป่วย การตรวจสัญญาณชีพ การตรวจฟังเสียงเต้นของหัวใจด้วยหูฟัง การตรวจร่างกาย การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจเอคโคหัวใจ การตรวจสืบค้นอื่น ๆ เพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งเป็นการตรวจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การตรวจภาพหัวใจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) หรือ เอ็มอาร์ไอ (MRI) การตรวจภาพและหลอดเลือดหัวใจด้วยการฉีดสีเข้าหลอดเลือดแดง (Cardiac angiography) และการตรวจก้อนเนื้อหรือรอยโรคด้วยการดูดเซลล์มาตรวจที่เรียกว่า การตรวจทางเซลล์วิทยา และ/หรือ การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา
การรักษา
การรักษาจะเป็นการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกให้หมดด้วยการผ่าตัดเปิดหัวใจโดยตรง (Open heart surgery) และรักษาต่อเนื่องด้วยการให้ยาเคมีบำบัดตามชนิดของแต่ละเซลล์มะเร็ง ซึ่งการรักษาร่วม ทั้งผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด การฉายแสง จะขึ้นกับระยะของโรค ขนาดและชนิดของมะเร็ง
ทั้งนี้ เมื่อร่างกายเกิดความผิดปกติแม้สักข้อเดียวไม่ควรปล่อยให้เรื้อรังหรือเป็นหนักควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และถึงแม้จะยังไม่มีวิธีป้องกันโรคแต่การยึดหลักสายกลาง กินดี นอนดี ดูแลสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพื่อลดความเสี่ยงโรคต่าง ๆ
ที่มา: กรมการแพทย์ / haamor / หมอหมี เม้าท์มอย