ตาพร่ามัวแบบไหน? ควรรีบพบแพทย์สัญญาณโรคต้อกระจก
ปัญหาสายตาพร่ามัว โดยเฉพาะตอนที่เพ่งสายตาเพื่อทำงานหน้าคอม หรือ ทำกิจกรรมอื่นๆเป็นเวลานานเป็นเรื่องปกติ แต่ตาพร่าเองก็เป็นสัญญาณของโรคทางตาโดยเฉพาะโรคต้อกระจก เช็ก ตามัวแบบไหนควรรีบพบแพทย์ก่อนสายเกินแก้
สายตามัว (Blurry Vision) คือ สภาวะดวงตาที่มีวิสัยทัศน์ในการดูสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ได้ไม่ชัดเจน มีอาการภาพเบลอทับซ้อน และการมองเห็นเป็นแบบเลือนลาง ทำให้การประสิทธิภาพของดวงตาพร่ามัว สูญเสียความคมชัดในช่วงของการโฟกัสชั่วขณะ โดยอาการตามัวเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ทั้งสายตามัวข้างเดียว หรือทั้งสองข้างได้เช่นกัน หากไม่รีบรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อาจส่งผลให้การทำงานของดวงตาอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมและนำไปสู่โรคทางสายตาต่าง ๆ ที่มีผลข้างเคียงก่อให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นได้ในอนาคต
ผู้ป่วยท่านไหนมีอาการตามัวดังกล่าว ควรทำการนัดพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาแนวทางในการบำรุงสายตาทันที
สายตามัว เป็นอีกหนึ่งปัญหาของอาการผู้ป่วยทางด้านสายตาล้าสะสม ที่เกิดจากใช้ดวงตาจดจ้องกับการทำกิจกรรมสิ่งใดสิ่งหนึ่งในระยะยาวมากจนเกินไป, ความเสื่อมสภาพร่างกายแต่ละวัย, ปัญหาทางด้านสายตาแต่กำเนิด หรือการติดเชื้อจากโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ และรวมถึงโรคเกี่ยวกับทางระบบประสาทอีกหนึ่งปัจจัย
ตามัวเกิดจากสาเหตุใด
โดยทั่วไปสายตาพร่ามัวเกิดจากโรคแทรกซ้อนภายในร่างกาย และปัจจัยสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ที่เกิดภาวะตามัวขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ดวงตาของผู้ป่วยอีกด้วย จึงได้ทำการจำแนกประเภทสาเหตุสายตาพร่ามัวที่เห็นได้ชัดเป็น 3 ปัจจัยหลัก
- ตามัวจากปัญหาค่าสายตา
- สายตาสั้น (Myopia) เป็นสภาวะผิดปกติทางสายตาทั่วไปที่ผู้ป่วยจะมองเห็นวัตถุในระยะไกลไม่ชัดเจน หากจดจ้องมากเกินไปอาจส่งผลกระทบให้กล้ามเนื้อตรงส่วนดวงตาอ่อนหล้าและลามไปถึงส่วนของศีรษะ เกิดการมองเห็นภาพเบลอ และส่งผลให้สายตาพร่ามัวในที่สุด สายตามัวในภาวะสายตาสั้นอาจเกิดขึ้นได้ทั้งสายตามัวข้างเดียวและทั้งสองข้างได้
- สายตายาว (Hyperopia) - ภาวะสายตายาว ผู้ป่วยจะมองเห็นวัตถุในระยะใกลไม่ชัดเจน แต่สามารถโฟกัสวัตถุในระยะไกลได้คมชัด ส่งผลกระทบให้กล้ามเนื้ออ่อนหล้า และลามไปถึงการปวดศีรษะที่คล้ายคลึงกับภาวะสายตาสั้น
- สายตาเอียง (Astigmatism) - ภาวะสายตาเอียง เกิดจากสภาวะของกระจกตามีรูปร่างที่ผิดปกติ จึงทำให้ตัวกระจกไม่สามารถรับรังสีแสงที่กระทบให้ถูกจุดโฟกัสนัยน์ตาได้ถูกจุด
- สายตายาวตามวัย (Presbyopia) ภาวะสายตาตามวัย เกิดขึ้นจากผู้สูงวัย ที่มีอาการสายตามัวในระยะการมองเห็นวัตถุในระยะใกล้ไม่คมชัด เนื่องจากเลนส์ภายในดวงตาแข็งตัวขึ้น จอตา และวุ้นในตาเสื่อม ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นอาการสายตายาวตามวัยผู้สูงอายุส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบไปตามธรรมชาติ
ตามัวสัญญาณโรคทางดวงตา
- โรคต้อกระจก (Cataract) ต้อกระจก เกิดจากภาวะสูงวัยที่สะสมพฤติกรรมจากการจดจ้องแสงสว่างอย่างแสงยูวี การติดเชื้อจากแบคทีเรีย หรือภาวะโปรตีนในตาได้ทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสารเคมีในเลนส์ตาขุ่นมัว มีพังผืดเยื่อบุขาวบาง ๆ สะสมจนเป็นโรคต้อ ทำให้แสงเข้ามากระทบตรงส่วนเลนส์น้อยลง ผู้ป่วยจะมองเห็นภาพไม่ชัด ตามัว เบลอ และอาจเกิดภาพซ้อนขณะการใช้สายตา
- โรคเยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis) เกิดจากการติดเชื้อของไวรัส แบคทีเรีย หรือสารเคมีและธรรมชาติที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ทำให้เมือกขาวในบริเวณเปลือกตาทำการหลั่งออกมา เพื่อทำการระบายสารก่ออักเสบภายดวงตาออกไป หรืออาจก่อให้เกิดตาแดง ตามัว ตาแฉะ ขี้ตาสีเหลือง และเยื่อบุในดวงตาอักเสบ
- โรคเส้นประสาทตาอักเสบ (Optic Neuritis) อาการตามัวสะสมเป็นระยะเวลานาน เกิดการเห็นภาพพร่ามับแบบฉับพลัน จุดโฟกัสไม่สามารถจดจ้องภาพตรงกลางในลานสายตาได้ กลอกตาแล้วเจ็บลูกเบ้าในดวงตา เป็นผลข้างเคียงที่ทำให้เส้นประสาทของตาส่งสัญญาณไปยังส่วนประสาททางสมองเสื่อมสภาพการทำงานลง โดยทั่วไปเส้นประสาทตาอักเสบเกิดขึ้นจากอาการตามัวข้างเดียว
8 โรคดวงตา เผยอาการและความรุนแรง เสี่ยงตาพร่ามัว สูญเสียการมองเห็น
โรคที่ไม่เกี่ยวกับตา
- โรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน อาจเกิดโรคแทรกซ้อนที่ลามไปจนถึงบริเวณดวงตาได้ หรือเรียกว่า เบาหวานขึ้นตาหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ตาบอดได้ในที่สุด
- ไมเกรน เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากภาวะหลอดเลือดแดงในส่วนของสมองคลายตัวอย่างฉับพลัน ทำให้ผู้ป่วยปวดศีรษะรุนแรง และลามไปถึงส่วนของบริเวณดวงตา โดยผลข้างเคียงของอาการที่เห็นได้ชัดคือ ตามัว มองเห็นแสงเป็นทอดและเห็นภาพเป็นระยิบระยับ
- ไซนัส ผลข้างเคียงของโรคภูมิแพ้ชนิดนี้อาจลามไปยังบริเวณดวงตา(Ethmoid sinus)ได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อบุในดวงตาเกิดอาการระคายเคืองจนไปถึงขั้นอักเสบ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดตา ตามัว ตาแดง และกลอกลูกตาได้ไม่เต็มที่ หากปล่อยอาการไซนัสไว้อาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นได้
ตามัวจากปัจจัยอื่นๆ
- ตาแห้ง
- การตั้งครรภ์
- ผลจากการทำเลสิค
- การสวมใส่คอนเทคเลนส์
อาการตามัวที่ควรพบแพทย์
อาการตามัวที่สามารถสังเกตได้ชัดคือ ปวดศีรษะขณะใช้สายตาในการโฟกัสจุด ๆ หนึ่งเป็นเวลานาน ทำให้ภาวะเลนส์ตาของผู้ป่วยเกิดภาวะตามัวเหมือนมีหมอกขาวชั้นบางขุ่นบดบัง ส่งผลกระทบการทำงานของดวงตาไม่สามารถโฟกัสกับภาพที่มองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือบริเวณนัยน์ตาขาวเริ่มเป็นสีแดงก่ำและผู้ป่วยใช้ดวงตาในการจดจ้องในช่วงที่มีอาการตามัวอยู่นั้น อาจส่งผลเส้นประสาทลามไปถึงส่วนการทำงานภายศีรษะได้
หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงที่เข้าเขตอาการตามัวขั้นต้นที่กล่าวมานั้น ควรทำการนัดพบแพทย์โดยเร็วที่สุด หากปล่อยอาการตามัวไว้นั้น อาจส่งผลทำให้อาการพร่ามัวสะสม นำไปสู่โรคร้ายแรงอย่าง โรคต้อกระจกได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์
ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับ 4 ช่วงวัย บำรุงกระดูก ช่วยสุขภาพแข็งแรง
เช็ก! เจ็บเต้านมบ่อยแค่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง หรือ สัญญาณมะเร็งเต้านม!