6 ทางเลือกผ่าตัดแก้ปัญหาสายตา บอกลาสวมแว่น-ใส่คอนแทคเลนส์
ปัจจุบันการแพทย์พัฒนาไปอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการรักษาสายตาที่มีทางเลือก นอกจากการใส่แว่นหรือการทำเลสิก แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับตนเอง เผยข้อดีและข้อจำกัด
การผ่าตัดแก้ไขสายตา เป็นหนึ่งในวิทยาการทางการแพทย์ที่มีความสำคัญและก้าวหน้าเป็นอย่างมาก สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสายตา อาทิ สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง การผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาสายตานับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาสายตาได้แล้ว ยังลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กลับมามีความสะดวกสบาย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
6 ทางเลือกและชนิดของการผ่าตัดแก้ไขสายตา
- PRK (Photorefractive Keratectomy)
เทคโนโลยีการรักษาสายตา โดยใช้เลเซอร์ที่เรียกว่า Excimer Laser ฉายเข้าโดยตรงบนผิวกระจกตา แบบที่ไม่ต้องตัดชั้นผิวกระจกตาก่อน แต่ทำเพียงลอกชั้นผิวกระจกตาออก ซึ่งมีทั้งวิธีการใช้ยาในการลอกชั้นผิวกระจกตา หรือใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันที่ใช้เลเซอร์ในการลอกผิวกระจกตา ที่เรียกว่า TransPRK ได้เลย
ข้อดีของการรักษา
- กระจกตาจะเป็นเนื้อเดียว ไม่มีรอยต่อ ทำให้มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบาง หรือผู้ที่มีอาชีพที่อาจมีความเสี่ยงในการกระทบกระแทกดวงตา เช่น นักกีฬา หรือทหาร เป็นต้น ส่วนข้อจำกัดของวิธีนี้คือ อาการระคายเคืองตาจะสูงกว่าวิธีอื่น จึงจำเป็นต้องพักสายตาในช่วง 3-5 วันแรกหลังการรักษา
- LASIK (Laser-Assisted In Situ Keratomileusis)
เป็นการรักษาสายตาโดยใช้ Excimer laser เช่นกัน แต่จะมีการใช้ใบมีดเพื่อเปิดชั้นผิวกระจกตาส่วนบนออก และยิงเลเซอร์ด้านในกระจกตา หลังจากนั้นจะปิดชั้นผิวกระจกตากลับเข้าสู่ที่เดิม
ข้อดีของการรักษา
การฟื้นตัวไว ระคายเคืองตาน้อย แต่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการกระแทกหรือการขยี้ตาในช่วง 1 เดือนแรก อาจมีตาแห้งได้มากกว่า ซึ่งสามารถแก้ไขด้วยการหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ ก็จะสบายตาขึ้น
- เฟมโต เลสิก (Femto-Lasik)
การทำเลสิกแบบใหม่โดยการใช้เลเซอร์ ที่เรียกว่า Femtosecond laser ในการเปิดชั้นผิวกระจกตา ซึ่งจะมีความแม่นยำและปลอดภัยกว่าการใช้ใบมีด การฟื้นตัวไว การระคายเคืองตาน้อย ส่วนการดูแลทั่วไปก็ใช้หลักการเดียวกันกับการทำเลสิกปกติ
- ReLex (Refractive Lenticule Extraction)
เป็นการใช้เลเซอร์ ชนิด Femto second laser ทำการตัดในเนื้อกระจกตา และเจาะรูเล็กๆ เพื่อนำเนื้อกระจกตาที่คำนวณไว้ออก ก็จะเป็นการแก้ไขค่าสายตาให้ดีขึ้น วิธีการนี้มีข้อดีคือ ขนาดแผลเล็ก การระคายเคืองตาน้อย ความแข็งแรงของกระจกตาสูง แต่อาจจะเห็นแสงกระจายเล็กน้อยในช่วงแรก แล้วค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
- Phakic IOL (Phakic intraocular lens)
เป็นวิธีการรักษาสายตาโดยการใส่เลนส์เสริมเข้าไปในช่องว่างระหว่างกระจกตากับเลนส์ตาธรรมชาติ เพื่อปรับกำลังการหักเหของแสง ทำให้การมองเห็นดีขึ้น เช่น เลนส์ ICL, IPCL เป็นต้น
วิธีการนี้มีข้อดี
สามารถแก้ไขสายตาที่สั้นมากๆ (>10 ไดออปเตอร์) ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดของการรักษาสายตาแบบเลสิกดั้งเดิม แต่จำเป็นต้องมีการตรวจโครงสร้างตาโดยละเอียด โดยเฉพาะช่องลูกตาที่จะใส่เลนส์ต้องมีความกว้างพอ เพื่อความปลอดภัยด้วย
สัญญาณ “ต้อหิน” จากความดันในตาสูง ที่ 90% คนไทยเป็น แต่ไม่เคยรู้ตัว
- การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา Refractive Lens Surgery (RLS)
เป็นวิธีการผ่าตัดนำเลนส์สายตาธรรมชาติที่เป็นต้นตอของปัญหาภาวะสายตาผิดปกติออก แล้วใส่เลนส์ตาเทียมใหม่ทดแทนเข้าไป โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์คำนวณค่าสายตา และผลิตเลนส์ตาเทียมเฉพาะบุคคลที่สามารถแก้ไขค่าสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาวได้ การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที และเพียง 1 วันหลังผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา ก็สามารถใช้สายตาได้ดีขึ้น
จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีการผ่าตัดรักษาสายตาในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี แต่ละวิธีก็ข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน หากท่านมีปัญหาด้านสายตาและต้องการแก้ไข สามารถปรึกษาจักษุแพทย์เฉพาะทางเพื่อการประเมินปัญหา
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2
อยู่หน้าจอทั้งวันระวัง“เทคโนโลยี ซินโดรม” ยิ่งเล่นในที่มืด ยิ่งเสี่ยงต้อ
ตาเข ตาเหล่ ในเด็ก รีบรักษาก่อนมี“ภาวะตาขี้เกียจ”อันตรายถึงขั้นตาบอดได้