"มะเร็งปอด"ระยะแรก ไอเรื้อรังควรเช็กสาเหตุ เพราะมะเร็งไม่ได้เกิดแค่สูบบุหรี่
มะเร็งปอดนับเป็นมะเร็งที่พบอันดับต้นๆ ของไทย มีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกปี มักไม่มีอาการเริ่มแรก เผยสัญญาณไอ เจ็บหน้าอกที่ไม่ควรละเลย
“มะเร็งปอด” มีอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ทั้งเพศหญิงและเพศชาย โดยส่วนใหญ่ “มะเร็ง” ปอดจะไม่แสดงอาการในช่วงระยะแรก แต่อาจมีสัญญาณบ่งบอกว่าการเจริญเติบโตของมะเร็งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น หากเรามีการตรวจพบได้ในระยะเริ่มต้น ก็จะสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก ปี 2022 ทั่วโลกพบผู้ป่วยรายใหม่ 2,480,675 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1,817,469 ราย สำหรับประเทศไทยโรคมะเร็งปอดถือเป็น 1 ใน 5 ของมะเร็งที่พบบ่อย
อาการเตือนมะเร็งปอดระยะเเรก
- ไอเรื้อรัง หรือไอเเห้งๆ ติดต่อกันมากกว่า 2 สัปดาห์
- ไอเป็นเลือด หรือมีเสมหะปนเลือด
- เจ็บหน้าอกเวลาหายใจ
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
- น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ
- หายใจมีเสียงดังผิดปกติ
- เสียงแหบ เสียงเปลี่ยน
สาเหตุมะเร็งปอด
- สูบบุหรี่ แต่ไม่ได้เกิดแค่เพียงสาเหตุเดียวเท่านั้น แต่อาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วยที่มาจากการใช้ชีวิตประจำวัน
- การอยู่ในพื้นที่มีสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นสารเรดอน ซึ่งเป็นสารกันมันตรังสีที่อยู่ในทุกแห่ง จะไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ไม่สามารถรับรู้ได้จากประสาทสัมผัส รวมทั้ง แร่ในหินที่อยู่ในผลิตภัณฑ์รอบตัวเราในชีวิตประวัน เช่น ท่อระบายน้ำ หม้อไอน้ำ
- พันธุกรรมที่ผิดปกติ จากคนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดมาก่อน ซึ่งจะมีความเสี่ยงสูงมากขึ้น เเม้ไม่ได้สูบบุหรี่
- การสูบดมควันบุหรี่จากบุคคลใกล้ชิด
- ฝุ่นP.M 2.5 พบมากในภาคเหนือ มีสาเหตุมาจากการเผาในที่โล่ง และการเผาไหม้จากเครื่องยนต์ ส่งผลให้ฝุ่น P.M 2.5 ลอยเข้าไปในหลอดลมจนถึงปอด โดยที่ไม่สามารถรู้ตัวหรือป้องกันได้
ปรับพฤติกรรมป้องกันมะเร็งปอด
- หยุดการสูบบหรี่ หรือหลีกเลี่ยงจากการสูบบุหรี่ รวมทั้งการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่สูบบุหรี่
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มีมลพิษหรือฝุ่นควัน
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และอาหารที่มีวตามินซีหรืออี
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ตรวจสุขภาพปอดด้วยการ CT Low Dose จะเป็นการตรวจที่ละเอียด ทำให้สามารถมองเห็นก้อนเนื้อได้อย่างชัดเจน และหากพบความผิดปกติจะทำการรักษาได้ทันเวลา เพราะหากปล่อยไว้ก็อาจจะลุกลามไประยะอื่นๆ จนสายที่จะรักษาให้หายขาดได้
หากคุณพบว่ามีอาการเตือนเหล่านี้ หรือไม่แน่ใจว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ สามารถเข้ามารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ให้รับมือกับโรคมะเร็งปอดได้อย่างถูกวิธี
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4