พาราเซตามอล ยาบรรเทาปวด/ลดไข้ สามัญประจำบ้าน กินให้ถูกหลักไม่เป็นพิษต่อตับ
ยาสามัญประจำบ้าน ที่มีทุกบ้านคือยาพาราเซตามอล ตัวช่วยบรรเทาอาการปวดหัวเป็นไข้ แต่รู้หรือไม่? หากกินมากเกินขนาดที่เหมาะสม อาจส่งผลตับอักเสบเฉียบพลัน ตับวาย อันตรายถึงชีวิตได้ แล้วกินอย่างไรถึงจะปลอดภัยกับชีวิต ?
หากพูดถึง “ยาแก้ปวด” พาราเซตามอล (Paracetamol) นับเป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่มีติดในทุกบ้านอย่างแพร่หลาย ช่วยในการบรรเทาอาการปวดได้มากมาย โดยเฉพาะอาการปวดหัวเป็นไข้ โดยยาพาราเซตามอลใช้บรรเทาอาการปวดน้อยถึงปวดปานกลางเท่านั้น ไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและไม่มีผลต่ออาการปวดขั้นรุนแรง สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมทั้งปลอดภัยกั บหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร แต่ก็ต้องอยู่ในพื้นฐานของการใช้อย่างเหมาะสม ไม่ให้มากเกินไป
Magnific/sitthiphong
ผู้หญิงกินยา
วิธีการใช้ยาพาราเซตามอลอย่างถูกต้อง
ถึงแม้ว่ายาพาราเซตามอลถูกจัดให้เป็นยาที่ไม่อันตราย แต่ก็ควรมีวิธีการใช้ยาพาราเซตามอลอย่างถูกต้องเพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม โดยมีวิธีการใช้พาราเซตามอลที่แนะนำ ดังนี้
- ขนาดของยาพาราเซตามอลที่แนะนำ คือ 10-15 mg/kg/dose โดยทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่แนะนำให้กินขนาด 500 มิลลิกรัม ครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง และไม่ควรกินเกิน 8 เม็ดต่อวัน (ไม่ควรรับตัวยามากกว่า 4,000 มิลลิกรัม/วัน)
- สามารถกินยาพาราเซตามอลได้ทั้งก่อนและหลังมื้ออาหาร
- ผู้ป่วยที่มีภาวะการทำงานของตับบกพร่องควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชก่อนการใช้ยาพาราเซตามอล เพราะมีความจำเป็นต้องปรับขนาดยาที่ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
- ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์มีความจำเป็นต้องปรับขนาดยาพาราเซตามอลที่ใช้ให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวด้วยเสมอ
- ยาพาราเซตามอลเป็นยาที่ใช้เพื่อการรักษาอาการ หากไม่มีอาการปวด ไม่มีไข้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกินยา
- ในกรณีที่ลืมกินยาพาราเซตามอลสามารถกินยาได้ทันทีที่นึกขึ้นได้โดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณตัวยาที่กินต่อมื้อ
หากลืมรับประทานยาต้องทำอย่างไร
ให้ทานทันทีที่นึกได้ และทานเม็ดต่อไปหลังจากนั้น 4 – 6 ชั่วโมง โดยไม่ต้องทานครั้งเดียว 2 เท่า
Magnific/pressfoto
ยาพาราเซตามอล
ข้อควรระวังในการใช้ยา
- ไม่ควรกินยาเกิน 8 เม็ด/วัน เพราะทำให้ตับต้องทำงานหนัก
- ควรกินยาห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
- ห้ามกินยาร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งเพิ่มผลเสียให้กับตับ
- ใช้ยาเฉพาะเวลามีอาการและเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
- ผู้ป่วยที่มีภาวะโรคตับไม่ควรใช้ยาตัวนี้เนื่องจากอาจทำให้การทำงานของตับแย่ลงมากยิ่งขึ้น
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาเกิดผื่น คัน แดง แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ควรหยุดใช้ยาทันทีและรีบกลับไปพบแพทย์ทันที
ทั้งนี้หากใช้ยาไปแล้วอาการต่าง ๆ ไม่ดีขึ้น เช่น ไข้ไม่ลดลงภายใน 3 วัน หรือ อาการปวดไม่บรรเทาภายใน 5-10 วัน ควรไปพบแพทย์เนื่องจากอาจเป็นอาการของโรคอื่น ๆ ได้ ที่สำคัญควรอ่านฉลากทุกครั้งก่อนใช้ยา
ขอบคุณข้อมูล
1.ภญ.นันทพร เล็กพิทยา หัวหน้างานเภสัชกรรมคลินิก ฝ่ายเภสัชกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. ( 2567, 5 สิงหาคม). กินพาราเซตามอลเกินขนาด ส่งผลถึงชีวิต.https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/พาราเซตามอล-กินมากไปเสี/
2.โรงพยาบาลเปาโลเกษตร. ( 2564, 7 มกราคม). การใช้ยาพาราเซตามอล.
https://www.paolohospital.com/th-TH/kaset/Article/Details/พาราเซตามอล-ใช้ถูกวิธีมีประโยชน์