อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อ HPV ในผู้หญิง เสี่ยงมะเร็งปากมดลูก
เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ สิ่งสำคัญก็คือการดูแล 'สุขภาพภายใน' เพราะเป็นส่วนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะ‘เชื้อ HPV’ สาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกอันตราย เปิดอาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง
เชื้อ HPV (Human Papilloma Virus : HPV) คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดการติดเชื้อเนื้อเยื่อบุผิว และกลายเป็นสาเหตุของการเกิดโรคบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่มักพบได้บ่อยที่สุดในเพศหญิงปัจจุบันนี้ เชื้อ HPV มีอยู่มากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
- กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เป็นสายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง
- กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เซลล์เยื่อบุปากมดลูกทำงานผิดปกติ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดมะเร็งปากมดลูกในที่สุด
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อ HPV ในผู้หญิง
- การมีเพศสัมพันธ์ โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการติดเชื้อ HPV มักเกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยเป็นการแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสทางผิวหนัง หรือแพร่เข้าสู่รอยขีดข่วนบนผิวหนัง ซึ่งความน่ากลัวของโรคก็คือ ผู้ที่มีเชื้อ HPV อยู่ในร่างกาย มักไม่มีอาการแสดงออกใด ๆ จึงมีโอกาสสูงที่จะแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นโดยที่ไม่รู้ตัว
- การตั้งครรภ์บ่อยครั้ง โดยผู้หญิงที่มีการตั้งครรภ์มากกว่า 4 ครั้งขึ้นไป จัดเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้สูง อีกทั้งเชื้อไวรัสยังสามารถแพร่สู่ทารกในครรภ์ได้อีกด้วย
- ผู้หญิงที่สูบบุหรี่จัด หรือสูดดมควันบุหรี่เข้าไปบ่อย ๆ มีโอกาสที่จะติดเชื้อ HPV และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายกว่าผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย เพราะสารพิษที่อยู่ในบุหรี่ จะเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์เยื่อบุปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลง จนก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
- กลุ่มผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ หรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอาการติดเชื้อ HPV เป็นพิเศษ เพราะคนกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่าย และอาจมีอาการที่รุนแรงกว่าผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติ
อาการติดเชื้อ HPV ที่อาจเกิดขึ้นได้
- มีหูดหงอนไก่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ โดยหูดจะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ ไม่ทำให้เจ็บปวด แต่อาจทำให้รู้สึกคันเป็นบางครั้ง
- ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปนออกมา
รู้หรือไม่ ? ผู้ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ ดังนั้น กลุ่มคนที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ จึงต้องหาทางป้องกันและลดความเสี่ยงด้วยวิธีดังต่อไปนี้
- ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และตรวจหาเชื้อไวรัส HPV เป็นประจำ
- หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับอวัยวะเพศแม้เพียงเล็กน้อย ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ทันที
- ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
แพทย์เผย เชื้อ HPV ติดง่ายแต่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ย้ำโสดก็เสี่ยง
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
- วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์ : เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ สายพันธุ์ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรง และเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก
- วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ : เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อ HPV ได้ทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18
- วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ : เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อ HPV ได้ถึง 9 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 นอกจากจะช่วยป้องกันเชื้อ HPV ได้แล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก และป้องกันการเกิดหูดที่อวัยวะเพศได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อ HPV มีโอกาสหายเป็นปกติได้ หากได้รับการรักษาที่รวดเร็ว โดยการรักษาจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ กรณีที่เป็นหูด แพทย์จะรักษาด้วยการใช้ยา และในกรณีที่เชื้อรุนแรงจนกลายเป็นมะเร็ง จะรักษาด้วยการฉายรังสี หรือการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวชชลบุรี
ท่าออกกำลังกายแก้ปวดหลัง ข้อสะโพกตึง ป้องกันปัญหาปวดเรื้อรัง