รู้ทัน “ไข้กาฬหลังแอ่น” เสี่ยงเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เสียชีวิตรวดเร็ว!
ไข้กาฬหลังแอ่น โรคติดเชื้อรุนแรงจากแบคทีเรีย ลุกลามเร็ว อาจเสียชีวิตในไม่กี่ชั่วโมง ติดต่อผ่านน้ำลาย-เสมหะ เสี่ยงเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด แนะฉีดวัคซีนลดเสี่ยง
ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) โรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากแบคทีเรีย Neisseria meningitides สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงอย่างเฉียบพลันและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว
- ระยะฟักตัวของโรค ประมาณ 2–10 วัน (ส่วนใหญ่อยู่ที่ 3–4 วัน) และอาการสามารถรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
- การติดต่อของโรค สามารถติดต่อได้ผ่านการไอ, จาม และการสัมผัสกับสารคัดหลั่งต่างๆ เช่น เสมหะ น้ำมูก น้ำลาย
อาการไข้กาฬหลังแอ่น
- อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด คือ มีไข้สูง เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และสามารถก่อให้เกิด
- อาการที่รุนแรงได้แก่ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาการไข้สูง คอแข็ง อาเจียน ปวดศีรษะรุนแรง ซึมลง หมดสติ
- ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด มีอาการไข้สูง ผื่นจ้ำเลือด มือเท้าเย็น สามารถนำไปสู่ภาวะช็อก และอวัยวะล้มเหลวได้
- ในเด็กเล็กจะมีอาการร้องไห้ผิดปกติ ซึมลง และไม่ยอมกินอาหาร
ผลกระทบรุนแรง
โรคสามารถลุกลามได้ไว อาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเสียชีวิตที่ 10-15% โดย 1 ใน 5 ของผู้รอดชีวิตอาจเผชิญกับความพิการหรือผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว อาทิ
- สูญเสียแขนหรือขา จากการติดเชื้อรุนแรง
- สูญเสียความสามารถในการเรียนรู้และจดจำ จากความเสียหายของสมอง
- สูญเสียการได้ยิน
- อาการอื่นๆ เช่น โรคลมชัก ปัญหาทางพฤติกรรม
กลุ่มเสี่ยงโรคไข้กาฬหลังแอ่น
- เด็กตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
- วัยรุ่น ใช้ชีวิตในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก เช่น หอพัก มหาวิทยาลัย
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่ไม่มีม้าม ผู้ป่วย HIV
ป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น
นอกจากการหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และลดการอยู่ในสถานที่แออัด ยังสามารถฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันได้อีกด้วย
ฉีดวัคซีนโรคไข้กาฬหลังแอ่น มี 2 ชนิด
- ชนิดที่ 1 วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์ B (MenB) ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่พบบ่อยในประเทศไทย
- ผู้ที่เหมาะสมรับวัคซีนสายพันธุ์ B (MenB) เด็กทารกตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป
- วัยรุ่นและนักศึกษาที่อยู่รวมกัน (หอพัก)
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ไม่มีม้าม, ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ ,ผู้ป่วยHIV
- ผู้ที่ต้องการป้องกันสายพันธุ์ที่ พบบ่อยในประเทศไทย
- ชนิดที่ 2 วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์ A,C,W,Y
- ฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 12 เดือนขึ้นไป8
- วัยรุ่นและนักศึกษาที่อยู่รวมกัน (หอพัก)
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
- ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศที่เป็นพื้นที่เสี่ยง เช่น แอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรปบางประเทศ
* การรับวัคซีน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเรื่องการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม *
วิธีการป้องกัน/ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
- โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และลดการอยู่ในสถานที่แออัด
- ไข้กาฬหลังแอ่น โรครุนแรง ลุกลามไว อาจเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ผู้ที่รอดชีวิต 1 ใน 5 มีโอกาสพิการ
- เด็กตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป ป้องกันได้ด้วยวัคซีน โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ
- วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรค แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100%
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวชชลบุรี