สุขภาพช่องปาก ประตูสุขภาพที่ดี เหตุผลที่ควรพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน
การดูแลสุขภาพช่องปาก ไม่ใช่แค่ฟันขาว เรียงตัวสวย แต่รู้หรือไม่? กลุ่มคนวัยทำงานกว่า 85% มีการสูญเสียฟันเกือบ 4 ซี่ เผยเหตุผลที่ต้องพบทัตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน
การดูแลสุขภาพช่องปาก เป็นมากกว่าการทำฟันให้ขาว หรือทำให้ฟันเรียงตัวสวยงาม สุขภาพช่องปากนั้น บ่งบอกถึงสุขภาพของร่างกายด้วย จากงานวิจัยพบว่า สุขภาพช่องปากมีความเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจ, โรคสมองเสื่อม และอื่นๆ ดังนั้นการตรวจสุขภาพช่องปากทุกๆ 6 เดือน รวมถึงการดูแลสุขภาพช่องปากทุกวัน จะทำให้เรามีสุขภาพช่องปาก และสุขภาพร่างกายที่ดี
สุขภาพช่องปาก ความหมายรวมถึงสภาพของฟัน เหงือก และกระดูกในช่องปาก จากรายงานผลการสำรวจ สภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560 พบว่า กลุ่มวัยทำงานอายุ 35 – 44 ปี
- ร้อยละ 85.3 มีการสูญเสียฟันโดยเฉลี่ย 3.6 ซี่/คน
- ร้อยละ 43.3 มีฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา
- ร้อยละ 62.4 มีเหงือกอักเสบ
- ร้อยละ 25.9 มีร่องลึกปริทันต์
- ร้อยละ 57.1 มีรากฟันเผยผึ่ง
- ร้อยละ 49.7 มีฟันสึก
เนื่องจากช่องปากของเรา เป็นประตูสุขภาพ ส่งผลต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราต้องดูแลฟัน ช่องปาก และเหงือกของเราให้ดี ด้วยการไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าหากเจอสิ่งผิดปกติ จะได้รักษาแก้ไขได้ทันท่วงที
“โรคฟันผุ” รู้ช้าลุกลามไปถึงรากฟัน
ระยะแรกจะไม่มีอาการใดๆ เลย ผู้ป่วยจึงมักไม่ทราบว่ามีรอยฟันผุอยู่ แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนรอยผุนั้นลึกเข้าใกล้ หรือทะลุถึงโพรงประสาทฟันจะทำให้มีอาการปวด ที่คนทั่วไปเรียกว่า “ผุถึงประสาทฟัน” รักษาให้หายได้ด้วยการรักษาครองรากฟัน ซึ่งเป็นวิธีที่ยุ่งยากกว่าการการอุดฟันธรรมดามาก
กลิ่นปาก อีกปัญหาใหญ่
หลายคนรู้คำตอบแล้ว แต่อีกหลายๆ คนยังเคยชินกับสภาพช่องปากของตนเอง ทำให้บางครั้งคิดว่าตนเองไม่มีกลิ่นปาก ซึ่งเราสามารถตรวจสภาพภายในช่องปากของตนเองได้ง่ายๆ ด้วยการอ้าปากกว้างๆ ส่องดูกับกระจกเงา และใช้นิ้วชี้ช่วยแหวกมุมปากตามตำแหน่งที่ต้องการดู
หากพบว่ามีฟันผุ เหงือกอักเสบ มีเลือดออกง่าย มีหินปูน (หินน้ำลาย) เหงือกบวม มีหนอง นั้นคือสาเหตุของการมีกลิ่นปาก! เพราะฟันผุเป็นรูจะเป็นที่กักเก็บเศษอาหารและเกิดการบูดเน่า ส่งกลิ่นเหม็นในเวลาต่อมา หรืออาจเกิดจากกลิ่นของอาหารที่รับประทาน เช่น ทุเรียน หรือผักกลิ่นฉุน เช่น ต้นหอม กุยช่าย กระเทียม เป็นต้น
หากมีหนองร่วมด้วยกลิ่นจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น ในรายที่ใส่ฟันปลอม อาจพบกลิ่นปากมาจากการทำความสะอาดฟันปลอมชนิดถอดได้ไม่ดีพอ ทำให้เศษอาหารตกค้างใต้ฐานฟันปลอมนั้นๆ
ดังนั้นการป้องกันที่ดี คือควรพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจเช็คฟันผุ และทำความสะอาดฟันทุก 6 เดือน หากพบฟันผุควรอุดรักษาทันที ไม่ควรรอให้มีอาการปวด ซึ่งถ้ารอยผุนั้นลุกลามไปถึงประสาทฟัน คงไม่แคล้วต้องทำการรักษารากฟัน
7 วิธีดูแลช่องปาก
- แปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ให้ทั่วทุกซี่และทุกด้าน ทั้งด้านนอก (ด้านชิดข้างแก้มหรือด้านชิดริมฝีปาก) และด้านใน (ด้านที่ชิดลิ้นหรือด้านที่ชิดเพดาน รวมทั้งแปรงด้านบดเคี้ยวของฟัน ที่สำคัญอย่าลืมแปรงลิ้น เพราะลิ้นมีลักษณะเป็นร่องหลืบเล็กๆ ซึ่งกักเก็บคราบอาหารได้
- ใช้ไหมขัดฟันก่อนการแปรงฟัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- รับประทานผักและผลไม้
- ลดปริมาณการบริโภคน้ำตาล เครืองดื่มแอลกอฮอล์ และงดบุหรี่
- บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า หรือแปรงฟันหลังรับประทานอาหาร
- นัดตรวจฟันกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก :โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น และ โรงพยาบาลพญาไท 2