ปลาน้ำจืดเกล็ดขาวดิบ ปัญหาสาธารณสุขใหญ่ของไทย เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญคนไทย และเป็นประเทศที่พบมากที่สุดในโลกพบมากในภาคอีสาน คาดว่าคนไทยร้อยละ 10 หรือ 6 ล้านคน ตรวจพบพยาธิใบไม้ตับ อาจจะพัฒนาเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะเวลา 20-30 ปีข้างหน้า แพทย์เผยสาเหตุใหญ่ๆ เกิดจากการรับประมาณปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบดิบๆ
เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดีและมะเร็งตับ เป็นจำนวนมากและพบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ป่วยด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดในโลก คาดการณ์ว่าคนไทยร้อยละ 10 หรือ 6 ล้านคน ตรวจพบพยาธิใบไม้ตับ อาจจะพัฒนาเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะเวลา 20-30 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดี ปีละ 15,000 - 20,000 ราย พบเพศชายมากกว่าเพศหญิง 2.5 เท่า
จากสถิติ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี คิดเป็น 24.7 ต่อแสนประชากร เกิดขึ้นกับประชากรวัยทำงานที่เป็นหัวหน้าครอบครัว อายุระหว่าง 40-60 ปี ค่าใช้จ่ายในการรักษา ประมาณ 1,960 ล้านต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่มีขนาดปัญหารุนแรง และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในสังคมเป็นอย่างมาก
โรคพยาธิใบไม้ตับ มีสาเหตุจากการรับประทานอาหาร ที่มาจากปลาน้ำจืดเกล็ดขาว วงศ์ปลาตะเพียน ที่มีตัวอ่อน ระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับ นำมาปรุงแบบดิบหรือ สุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม หม่ำปลา ปลาร้า ฯลฯ เมื่อพยาธิใบไม้ตับสะสมและระยะเวลานานๆ ท่อน้ำดีเกิด การอักเสบผนังท่อน้ำดีหนาขึ้น พัฒนาเป็นมะเร็งท่อน้ำดี
ปลาที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ
ปลาน้ำจืด เกล็ดขาว วงศ์ปลาตะเพียน ซึ่งเป็นกลุ่มปลาที่ติดเชื้อ พยาธิใบไม้ตับสูง และเป็นสาเหตุให้ประชาชนติดโรคพยาธิใบไม้ตับ ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว ปลาสร้อยนกเขาหรือปลาอีไทย ปลาสร้อย ปลาขาวหัวมน ปลาตะเพียนทอง ปลากระสูบจุด ปลาขาวนา ปลากระมัง
ปัจจัยที่โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
- ประเพณี/ความเชื่อ : ลงแขกหาปลา ลงแขกเกี่ยวข้าวกินดิบแล้วำให้ร่างกายแข็ง และคิดว่าเป็นอาหารเลิศรส/พิเศษ
- ที่ตั้งที่อยู่อาศัย : อยู่ใกล้ๆกับแหล่งน้ำ
- ลักษณะบุคคล : เพศชาย มีโอกาสติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมากกว่าเพศหญิง เพราะผู้ชาย มีพฤติกรรมเสี่ยงมากกว่า
- พฤติกรรม : ชอบกินปลาดิบหรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ ก้อย ส้มปลา ปลาจ่อม ฯลฯ
- สุขาภิบาล/สิ่งแวดล้อม : การขับถ่ายนอกส้วม การกำจัดสิ่งปฏิกูลไม่ถูกต้อง
- ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งท่อน้ำดี : เคยติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ชอบกินปลาน้ำจืดมีเกล็ดขาวแบบปรุงดิบๆ สุกๆ และมีญาติสายตรงป่วยด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดี
อาการของโรคมะเร็งท่อน้ำดี ผู้ที่ติดพยาธิใบไม้ตับ ส่วนใหญ่ยังไม่แสดงอาการและอาจไม่ทราบว่าเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ จนกว่าจะตรวจพบไข่พยาธิในอุจจาระ หรือได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ตับด้วยการตรวจแอนติเจนของพยาธิในปัสสาวะผู้ติดเชื้อ ซึ่งอันตรายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนพยาธิที่สะสมและระยะเวลาที่พยาธิ เข้าไปอยู่ในท่อน้ำดีตับ ตัวพยาธิจะเกาะดูผนังท่อน้ำดี ทำให้เกิดการ ระคายเคืองสารคัดหลั่งที่ขับออกมา ทำให้ท่อน้ำดีเกิดการอักเสบ และเยื่อบุท่อน้ำดีหนาขึ้นและพัฒนากลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในเวลาต่อมา
โรคมะเร็งท่อน้ำดี สามารถแบ่งออกได้ 3 ระยะ
- อาการเริ่มแรก : มีการเบื่ออาหาร ผอมลง อ่อนเพลีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง จุกเสียด โดยรู้สึกแน่นท้องที่ใต้ชายโครงขวาอาจจุกแน่นไปที่ใต้ลิ้นปี่ มีอาการรู้สึกออกร้อน มีไข้ต่ำๆ อาการมักเกิดในตอนบ่ายๆ
- ระยะมีอาการ : มีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง เกิดภาวะดีซ่าน เนื่องจากท่อน้ำดีอุดตัน คันตาผิวหนัง อาจพบภาวะตับแข็งตับอักเสบ มีไข้ มีน้ำในช่องท้องและมีอาการบวมน้ำ
- ระยะสุดท้าย : มีอาการตับโต ท้องมาน ตับถูกทำลาย ถุงน้ำดีโป่งพอง เกิดเป็นมะเร็งท่อน้ำดี ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตจากตับและไตล้มเหลว
ป้องกันพยาธิใบไม้ตับ
- ไม่รับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวดิบ หรือ สุกๆ ดิบๆ ให้ปรุงโดยให้ผ่านความร้อนให้สุกก่อน
- ถ่ายอุจจาระลงในส้วม ไม่ถ่ายลงในแหล่งน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง
- หากเคยรับประทานปลาดิบ ควรไปตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิตามสถานบริการสาธารณสุข หากมีพยาธิให้รักษาด้วยยาและงดรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ
- ไม่หัดให้เด็ก หรือชักชวนผู้อื่นรับประทานอาหารดังกล่าว
อันตรายจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เมื่อพยาธิใบไม้ตับอยู่ในร่างกายคน อันตรายจะเกิดขึ้น มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับจำนวนตัวพยาธิที่สะสม และระยะเวลาที่พยาธิเข้าสู่ท่อน้ำดี พยาธิจะเกาะ ดูดผนังท่อน้ำดี ทำให้เกิดการระคายเคือง และกระตุ้นให้เกิด การอักเสบแบบเรื้อรังและเยื่อบุผนังท่อน้ำดีหนาขึ้น พัฒนาเป็นก้อนมะเร็งไปอุดตันท่อน้ำดี มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งท่อน้ำดี แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยได้ ด้วยอัลตร้าซาวด์ ซึ่งผู้ติดพยาธิใบไม้ตับ หากได้รับการตรวจคัดกรอง และตรวจพบในระยะเริ่มต้น จะสามารถเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาได้อย่างทันท่วงที แต่ถ้าหากเกิดการอักเสบเรื้อรัง พัฒนาเป็น ก้อนมะเร็งไปอุดตันท่อน้ำดี ตับถูกทำลายอย่างถาวร เกิดภาวะดีซ่าน ตับโต ท้องมาน และเสียชีวิตได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุข