ปฐมพยาบาลเด็กจมน้ำ สถิติเสี่ยงสูงช่วยปิดเทอม แพทย์ย้ำไม่จับพาดบ่า-กระทุ้งท้อง
ปิดซัมเมอร์ นับเป็นช่วงที่สถิติเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูง การปฐมพยาบาลให้ถูกต้องจึงเป็นการช่วยชีวิตได้ แนะควรไม่จับอุ้มเด็กพาดบ่า กระทุ้งท้อง เพื่อเอาน้ำออกอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บาดเจ็บเพิ่ม
ในช่วงซัมเมอร์หลายต่อหลายบ้านพาลูกหลานออกไป เล่นน้ำตามสถานที่ต่างๆ แม้จะสนุกแต่หากไม่ระวังหรือละเลย อาจนำมาซึ่งความสูญเสียร้ายแรงได้เช่นกัน จากข้อมูลสถิติปี 2567 พบว่าเด็กไทย อายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ ไปแล้ว 415 คน หรือ เฉลี่ยวันละ 1 คน ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา นั้น (พ.ศ.2565-2567) ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนสูญเสียเด็กจากการจมน้ำไป มากถึง 42 ราย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ต้องระวัง
ซึ่งถึงแม้บางรายจะไม่ถึงชีวิต แต่ก็อาจนำมาสู่ภาวะการบาดเจ็บเสียหายของสมองอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความพิการ และทุพลภาพตามมาได้
ภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตจากการจมน้ำ เกิดจากภาวะการขาดออกซิเจนอย่างรุนแรงต่ออวัยวะสำคัญของร่างกายคือ สมองและหัวใจ การช่วยเหลือผู้ป่วยจมน้ำจึงเน้นที่การช่วยหายใจผู้บาดเจ็บเป็นสำคัญ
การจมน้ำเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในเด็ก ปัจจัยหลักในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากการจมน้ำคือการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธีก่อนส่งตัวเด็กไปให้ถึงมือแพทย์โดยเร็วที่สุด
ปฐมพยาบาลเด็กปลอดภัยที่สุด
- สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อพบว่ามีเด็กจมน้ำ คือการประเมินสถานการณ์ ผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือเด็กต้องดูว่าตนเองสามารถช่วยเหลือได้มากแค่ไหน รีบขอความช่วยเหลือจากหน่วยฉุกเฉิน หรือเรียกรถพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของเด็กและผู้ช่วยเหลือด้วย
- เมื่อช่วยเหลือเด็กขึ้นมาจากน้ำแล้ว ควรให้เด็กนอนบนพื้นราบ แห้ง และปลอดภัย ประเมินอาการเพื่อช่วยเหลือ ไม่จับอุ้มเด็กพาดบ่า ไม่ทำการกระทุ้งท้อง เพื่อเอาน้ำออกเนื่องจากอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บาดเจ็บเพิ่ม
- หากเป็นการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำและสงสัยว่าอาจจะกระทบกระเทือนต่อกระดูกต้นคอ ต้องระมัดระวังการเคลื่อนย้ายเด็ก
ตรวจชีพจรก่อนช่วยเหลือ
- ถ้าไม่หายใจแต่ยังมีชีพจร ให้ช่วยหายใจ โดยช่วยหายใจ 1 ครั้ง ทุก 3-5 วินาที ประเมินอาการซ้ำทุก 2 นาที
- ถ้าไม่มีชีพจรหรือไม่แน่ว่ามีชีพจร ให้ทำการกู้ชีวิต โดยกดหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับการช่วยหายใจ 2 ครั้ง โดยประเมินอาการซ้ำทุก 2 นาที
- ถ้าเด็กที่จมน้ำรู้สึกตัวขึ้นมาให้เด็กนอนตะแคง จัดท่าของศีรษะให้คอแหงนเล็กน้อยเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
เมื่อเด็กฟื้นต้องรีบพาเด็กส่งโรงพยาบาล
เหตุผลสำคัญที่จำเป็นต้องส่งเด็กไปโรงพยาบาลทุกราย เนื่องจากในเด็กที่จมน้ำ อาจมีอาการหรือภาวะแทรกซ้อนจากการขาดออกซิเจน ภาวะเลือดเป็นกรด การสำลักน้ำ หรือมีการติดเชื้อในปอด ส่งผลให้มีการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ผิดปกติตามมาได้ นอกจากนั้นอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในอวัยวะอื่นได้ เช่น ไซนัส หรือ เยื่อหุ้มสมอง และอาจมีความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกายได้ ดังนั้นแม้ว่าเด็กจะได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นและรู้ตัวแล้ว ยังจำเป็นที่จะต้องไปตรวจเช็คอาการโดยละเอียดที่โรงพยาบาลทุกรายเพื่อความปลอดภัย
ป้องกันอย่างไรให้เด็กห่างไกลการจมน้ำ
สำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลานไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต การจัดสิ่งแวดล้อมในบ้านที่ปลอดภัยจึงมีความสำคัญ เช่น แหล่งน้ำใกล้ตัว ได้แก่ ถังน้ำ อ่าง กะละมัง ฯลฯ ที่มีน้ำอยู่ และไม่ควรทิ้งเด็กไว้ตามลำพังกับแหล่งน้ำดังกล่าว หรือเมื่อมีกิจกรรมทางน้ำ เช่น การว่ายน้ำ ผู้ปกครองต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด และมีความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2