สุขภาพกาย
ไขมันในช่องท้อง เสี่ยงไขมันพอกตับ เช็กได้ด้วย เทคโนโลยี DEXA Scan
ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) เสี่ยงสารพัดโรคเรื้อรัง เช็กสัญญาณ รอบเอวขยาย แม้ไม่อ้วน น้ำหนักขึ้นง่าย มีภาวะดื้ออินซูลิน ความดันโลหิตสูงต้องเช็ก
ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) คือไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายใน เช่น ตับ ตับอ่อน และลำไส้ ต่างจากไขมันใต้ผิวหนัง ไขมันชนิดนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด
Visceral Fat อันตรายแค่ไหน?
- โรคหัวใจและหลอดเลือด Visceral Fat ส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต
- เบาหวานประเภท 2 ไขมันในช่องท้องทำให้เซลล์ดื้อต่ออินซูลิน
- ไขมันพอกตับ (NAFLD) ภาวะไขมันสะสมที่ตับ เพิ่มโอกาสเกิดตับแข็ง
- ความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดอุดตัน – กระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย
สัญญาณเตือน Visceral Fat สูง
- รอบเอวขยาย แม้ไม่อ้วน
- น้ำหนักขึ้นง่าย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง
- มีภาวะดื้ออินซูลิน หรือระดับน้ำตาลในเลือดสูง
- ความดันโลหิตเริ่มสูงขึ้น
DEXA Scan (Dual-Energy X-ray Absorptiometry) เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition Analysis) ได้อย่างละเอียด
- มีความละเอียดสูง วัดไขมันในช่องท้องได้โดยตรง ต่างจากเครื่องชั่งทั่วไป
- แยกประเภทไขมันได้ชัดเจน ระบุไขมันใต้ผิวหนังกับไขมันในอวัยวะภายใน
- ช่วยประเมินความเสี่ยงโรค ใช้เป็นข้อมูลประกอบในการวางแผนดูแลสุขภาพ
เหมาะสำหรับใคร?
- ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักและวางแผนออกกำลังกาย
- ผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง หรือมีประวัติโรคเรื้อรัง
- ผู้ที่ต้องการติดตามผลการดูแลสุขภาพอย่างละเอียด
Visceral Fat ควรจัดการอย่างไร?
- ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงน้ำตาล ไขมันทรานส์ และอาหารแปรรูป
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งช่วยลดไขมันในช่องท้อง
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำ ใช้ DEXA Scan เพื่อติดตามระดับไขมันอย่างแม่นยำ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล เกษตร