3 ระดับความรุนแรง “โรคนอนกรน” เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
หลายคนมองข้ามอาการนอนไม่หลับ แก้แท้จริงแล้วหากเป็นบ่อยและเรื้อรังอาจพัฒนาเป็นโรคได้เสี่ยงปัญหาสุขภาพในหลายด้าน
เสียงกรน ของคนในบ้านดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่ทนกันจนเคยชิน น้อยคนนักที่จะตระหนักว่าเสียงกรนมักมาพร้อมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้คุณภาพการนอนย่ำแย่ถึงขนาดเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามคือ เสียงกรนสะดุดเป็นช่วงๆ ไม่สม่ำเสมอตื่นมาไม่สดชื่น อ่อนเพลีย เหมือนคนอดนอนทั้งที่นอนเต็มที่ตลอดทั้งคืน อายุน้อยแต่ความความดันโลหิตสูงหาสาเหตุไม่ได้ หรือคนที่ความดันโลหิตสูงอยู่แล้วต้อควบคุมยา
สาเหตุโรคนอนกรน
- เนื้อเยื่อในคอหอยมีปริมาณมาก เช่น ทอนซิลโต
- คนที่มีน้ำหนักตัวมาก นอกจากไขมันจะไปสะสมอยู่ที่พุงแล้วก็ไปสะสมอยู่บริเวณเนื้อเยื่อรอบคอหอยเช่นกัน
- โครงหน้าเล็ก ทำให้ท่อทางเดินหายใจเปิดแคบลง ซึ่งจะพบค่อนข้างมากในคนแทบทวีปเอเชีย
- กล้ามเนื้อหย่อนตัว เช่น เมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อจะหย่อนตัวได้ง่ายขึ้นหรือเป็นโรคระบบประสาท โรคทางสมอง อีกอย่างที่ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนตัวก็คือยา เช่น ยานอนหลับบางชนิด แอลกอฮอล์
- เพศ เพศชายจะพบมากกว่าเพศหญิงซึ่งฮอร์โมนเพศหญิงเป็นฮอร์โมนที่ทำให้กล้ามเนื้อตึงตัว
ลักษณะอาการนอนกรน
การนอนกรนคือการนอนที่มีเสียงเกิดขึ้นโดยทั่วไปการนอนปกติจะต้องไม่มีเสียงหรือมีเสียงดังได้แค่เล็กน้อย เพราะฉะนั้นแล้วกรนธรรมดาจะกรนได้แค่เสียงเบา ๆ เท่านั้น แต่ถ้าหากการนอนกรนมีเสียงดังนั่นถือว่าเป็นการนอนกรนที่อันตราย โดยจะแบ่งความรุนแรงออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับ คือ
- ความรุนแรงระดับ 1 คือ การนอนกรนทั่วไป ไม่บ่อย และมีเสียงไม่ดังมาก การนอนกรนในระดับนี้ยังไม่ส่งผลต่อการหายใจในขณะนอนหลับ แต่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของบุคคลที่นอนข้าง ๆ
- ความรุนแรงระดับ 2 คือ การนอนกรนที่เกิดขึ้นบ่อย หรือมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ การนอนกรนในระดับนี้อาจส่งผลต่อการหายใจในระดับน้อยถึงปานกลางในขณะนอนหลับ และส่งผลให้รู้สึกง่วงและเหนื่อยในเวลากลางวัน
- ความรุนแรงระดับ 3 คือการนอนกรนเป็นประจำทุกวันและมีเสียงดัง การนอนกรนในระดับนี้มักเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยอาจทำให้ทางเดินหายใจถูกปิดกั้นบางส่วนหรือทั้งหมดเป็นเวลาประมาณ 10 วินาที ส่งผลให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
รักษาปัญหาการนอนกรน
เมื่อตัดสินใจเข้ารับการรักษา เบื้องต้น แพทย์จะซักประวัติ พูดคุยถึงปัญหาที่ทำให้ต้องมาพบแพทย์ เช่น ตื่นมาไม่สดชื่น ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ บางคนเป็นผู้บริหารมีผลต่อการตัดสินใจ หรืออุบัติเหตุขณะขับรถ รวมถึงโรคประจำตัว ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่การตรวจร่างกาย และตรวจคุณภาพการนอนหลับด้วยการทำ Sleep Lap เพื่อให้ทราบว่าเป็นรุนแรงระดับไหน สาเหตุจากอะไร ควรใช้วิธีใดรักษา โดยผู้เข้ารับการตรวจจะถูกจัดให้นอนหลับอย่างสบายในห้อง Sleep Lap โดยจะติดเครื่องมือเพื่อตรวจจับสัญญาณจากร่างกายหลายๆ ส่วนอย่างละเอียด
เมื่อได้ผลการตรวจที่ชัดเจนแล้ว แพทย์และผู้เข้ารับการรักษาจะนำผลที่ได้มาประเมินร่วมกัน และหาแนวทางการรักษาที่เฉพาะเจาะจง เช่น ใช้เครื่องช่วยขยายทางเดินหายใจ กรณีที่ทางเดินหายใจตีบแคบ ควบคู่กับการวางแผนลดน้ำหนัก หรือกรณีที่ช่องทางเดินหายใจหย่อนทำการรักษาด้วยเทคนิคกระตุ้นกล้ามเนื้อ หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดกรณีที่มีสาเหตุหลักจากโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนใดเป็นต้นเหตุ ก็สามารถทำได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น และ โรงพยาบาลพญาไท 2