วิธีดูแลตัวเองหลังหาย “โควิด-19” ฟื้นตัวไวจากลองโควิด (Long COVID)
เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนคงจะเคยติดเชื้อโควิด (COVID-19) หรือกำลังรักษาตัวพึ่งหายจากโควิดแล้ว แต่ถึงแม้ว่าเมื่อลองตรวจโควิดแล้วจะแสดงผลแค่ขีดเดียวก็ไม่ได้หมายความว่า เชื้อโควิดหมดไปแล้ว สุขภาพของคุณจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
หลังรักษาโควิด-19 หายด้วยการพักฟื้นที่โรงพยาบาล หรือ Home Isolation แล้ว ในบางครั้งอาจจะรู้สึกว่าร่างกายยังไม่กับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ดังนั้นในระหว่างช่วงที่ร่างกายยังไม่กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม จำเป็นต้องใส่ใจดูแลตัวเองหลังโควิด ดูแลสุขภาพให้ดีมากกว่าปกติ เพราะช่วงนี้ภูมิคุ้มกันของร่างกายยังต่ำ สามารถรับเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย อาจจะทำให้ป่วยเป็นโรคอื่น ๆ ตามมาได้อีก เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ ท้องร่วง เป็นต้น
นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางคนอาจจะยังมีอาการจากการเป็นโควิดหลงเหลืออยู่ ทำให้สุขภาพยังไม่กลับมาเต็มที่ 100% ทำให้ยังต้องคอยใส่ใจดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง หลายคนคงจะสงสัยว่าภาวะอาการป่วยที่หลงเหลือจากการเป็นโควิด หรือที่เรียกว่า ลองโควิด
รู้จักภาวะลองโควิด Long COVID
ลองโควิด (Long COVID) เป็นอาการที่สามารถพบได้ในผู้ป่วยหลังจากรักษาโควิดหาย แต่ยังมีอาการผิดปกติอยู่ ซึ่งจะคงอยู่นานถึง 4-12 สัปดาห์ขึ้นไป ตั้งแต่ได้รับเชื้อมา และส่งผลต่อสุขภาพของผู้ติดเชื้อ แม้จะรักษาหายจากโควิดแล้วก็ตาม อาการลองโควิดมักพบในผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดถึงร้อยละ 30 50 และยังพบมากในผู้ป่วยที่มีเชื้อโควิดลงปอด และมีโรคประจำตัว หรือกลุ่มอาการผิดปกติเกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจร่วมด้วย โดยมักพบอาการส่วนใหญ่
- อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยง่าย
- ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
- ปวดตามตัว ตามข้อ กล้ามเนื้อไม่มีแรง
- ไอเรื้อรังหลัง
- นอนไม่หลับ
- สมองไม่สดชื่น หลงลืมบ่อย
- จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส
- รู้สึกมีไข้ตลอดเวลา
- ท้องเสีย ท้องอืด
- ภาวะซึมเศร้า และวิตกกังวล
วิธีดูแลตัวเองหลังโควิด
หลังจากครบกำหนดการกักตัว 14 วันหรือหลังหายจากโควิดแล้ว อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีผลกระทบทั้งทางด้านจิตใจ และทางด้านสุขภาพร่างกาย ทำให้ทำการต้องฟื้นฟูสุขภาพกาย และสุขภาพใจไปพร้อม ๆ กัน โดยการดูแลตัวเองหลังโควิดนั้นก็เป็นวิธีง่าย ๆ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการดูแลสุขภาพอย่างใส่ใจมากขึ้น พร้อมทั้งสังเกตอาการ และหมั่นตรวจเช็คสุขภาพของตนเองว่ามีอะไรผิดปกติไปจากเดิมรึเปล่า
หากมีอะไรผิดปกติ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ว่าจะทางจิตใจ หรือว่าร่างกาย แนะนำให้เข้าไปรักการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่จะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที และถูกวิธี
ออกกำลังกายเป็นประจำ
ปัจจุบันจะยังไม่มีการศึกษาที่ออกมาเป็นเกณฑ์มาตรฐานว่าผู้ติดเชื้อโควิดไปแล้ว จะสามารถกลับมาออกกำลังกายได้ในระดับไหน แต่ให้พิจารณาตามความเหมาะสมว่ามีอาการรุนแรงระดับใด แล้วจึงเลือกออกกำลังในระดับที่เหมาะสมกับตัวเอง
อย่างที่ทราบกันดีว่าปอดเป็นอวัยวะที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อโควิดมากที่สุด ดังนั้นการดูแลตัวเองหลังโควิด จึงเน้นไปที่การฟื้นฟูปอด เพราะระหว่างที่ติดเชื้อโควิดปอดจะถูกทำร้ายจากเชื้อโควิด แต่ถ้าหากได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ปอดจะสามารถฟื้นตัวได้ แต่ก็อาจจะเหลือรอยโรคที่ปอดอยู่ ทำให้ยังหายใจได้ไม่ค่อยเต็มอิ่ม จึงเริ่มจากการฟื้นฟูปอด ด้วยการออกกำลังปอดง่าย ๆ ดังนี้
- ฝึกหายใจเข้า - ออกช้า ๆ ด้วยการเป่ากระดาษ โดยขณะหายใจออก ให้ห่อปากไว้ แล้วค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจออกช้า ๆ ควบคุมกระดาษให้ปลิวได้นานที่สุด
- ฝึกหายใจโดยใช้อุปกรณ์ Triflow (Triball incentive spirometer) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ควบคุมการไหลเข้าออกของอากาศ โดยให้ผู้ป่วยในช่วงพักฟื้น 2 สัปดาห์แรก สูดหายใจเข้าแรง ๆ ให้ลูกบอลในอุปกรณ์ลอยขึ้นสูงสุด และค้างไว้นานที่สุด เป็นวิธีช่วยให้ปอดได้ขยายเต็มที่
- ในสัปดาห์พักฟื้นที่ 3 - 4 ปอดเริ่มฟื้นตัวได้บ้าง แนะนำให้ออกกำลังกายเบา ๆ เน้นไปที่การเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การลุกเดินบ่อย ๆ เดินช้า ๆ จนค่อย ๆ ไล่ระดับไปเริ่มวิ่งเหยาะ ๆ
ทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
วิธีดูแลตัวเองหลังติดโควิดอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุเหล่านี้ จะเข้าไปฟื้นบำรุงร่างกายของผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดให้กับมาแข็งแรงอีกครั้งแต่ถ้าหากรู้สึกว่าอาหารที่รับประทานในชีวิตประจำวัน อาจจะให้สารอาหารในการเสริมสร้างร่างกายไม่เพียงพอ อาจจะเลือกรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินหลังติดโควิดเพิ่มเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้ แต่ที่สำคัญไม่แพ้การเลือกรับประทานอาหารเลยก็คือ การกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
หลังหายโควิด ควรทานอะไร
หลังหายจากโควิด ควรกินอะไร ในผู้ป่วยที่พึ่งหายจากโควิดนั้นควรจะรับประทานอาหารอะไรถึงจะเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ไม่กลับไปเป็นโควิดซ้ำอีก นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แนะนำให้ผู้ป่วยโควิด รวมถึงผู้ที่เผชิญอยู่กับอาการหลังเป็นโควิด ให้เน้นรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ปรุงสุก สะอาด เน้นอาหารที่ย่อยง่าย เลือกกินอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีน รวมถึงจุลินทรีย์สุขภาพ หรือโพรไบโอติกส์ (Probiotics)
โปรตีนจากเนื้อสัตว์ ไข่ นม เนยแข็ง เต้าหู้ ถั่วต่าง ๆ รวมทั้งอาหารที่มีจุลินทรีย์สุขภาพ หรือโพรไบโอติกส์ (Probiotics) อย่างนมเปรี้ยว โยเกิร์ต ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และจะดียิ่งขึ้นหากรับประทานอาหารประเภทที่มีใยอาหารสูง เพื่อเป็นอาหารให้กับจุลินทรีย์สุขภาพ (Prebiotics)
นอกจากนี้วิตามิน แร่ธาตุ ทั้งจากอาหารตามธรรมชาติ และยาบำรุงหลังติดโควิดที่ควรได้รับในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ได้แก่
- วิตามินเอ (Vitamin A)
- วิตามินซี (Vitamin C)
- วิตามินดี (Vitamin D)
- แร่ธาตุสังกะสี (Zinc)
หลังหายจากโควิดห้ามกินอะไรนั้น พิจารณาได้จากอาการของแต่ละบุคคลว่ามีอาการเป็นอย่างไร โดยเลือกอาหารที่จะไม่ทำให้มีอาการแย่ลง ไม่เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ และไม่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการ
- เลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มเย็น ทั้ง น้ำเปล่าเย็น น้ำหวานเย็น น้ำอัดลม ไอศกรีม เพราะความเย็นจะทำให้ภายในจมูกบวม ระคายเคือง กระตุ้นให้หลอดลมหดตัส กระตุ้นการหลั่งน้ำมูกและเสมหะ ทำให้อาการไอยิ่งแย่ลง
- เลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีลดหวาน เพราะรสหวานต่าง ๆ จากอาหารจะทำให้เกิดการอักเสบต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ง่าย สร้างความระคายเคือง กระตุ้นให้มีเสมหะ น้ำมูกมากกว่าเดิม ทำให้มีอาการไอเพิ่มขึ้นด้วย
- เลี่ยงอาหารทอด อาหารมัน ขนมขบเคี้ยว เพราะของทอด ขนมขบเคี้ยวมีลักษณะเป็นผงแห้ง ๆ ทำให้เมื่อรับประทานระคายเคืองคอ ทำให้คันคอได้ง่าย กระตุ้นให้เกิดอาการไอ และสำลักได้ รวมถึงอาหารทอดนั้น ทั้งอมน้ำมัน กระตุ้นให้เกิดอาการคันคอ กระตุ้นการอักเสบในร่างกายมากขึ้น ทำให้ยิ่งไอหนักมากขึ้น
พักผ่อนให้เพียงพอ
วิธีรักษาสุขภาพหลังจากรักษาโควิดหายอีกวิธีหนึ่งที่แนะนำก็คือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แนะนำว่าควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีด้วย การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และตื่นในเวลาเดิมเป็นประจำทุกวัน
ควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้อย่างน้อยก่อน 4 ทุ่ม ไม่ควรเกินเที่ยงคืน และนอนให้ครบอย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน มีเวลาซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และ สร้างสารต่าง ๆ ฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายให้สมดุล ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรง พร้อมเป็นเกราะป้องกันต้านอาการโควิดรอบใหม่
หมั่นสังเกตสัญญาณเตือนสุขภาพ
ถึงแม้หายจากโควิดแล้ว เราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะในหลาย ๆ คนยังมีอาการจากรอยโรคทิ้งเอาไว้อยู่ ดังนั้นควรหมั่นสังเกตสุขภาพของตัวเองอยู่เสมอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ว่าหากมีอาการผิดแปลกไป หรือมีอาการอะไรที่รุนแรง ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์โดยทันที เพราะในบางกลุ่มคนนั้นอาจจะมีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ต่ำ ทำให้อาจมีอาการที่น่าเป็นห่วงได้ ตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิดเป็นอีกวิธีที่ทำให้สามารถตรวจดูอาการที่เปลี่ยนไปของร่างกายได้ ว่ามีความเสี่ยงที่จะติดโควิดซ้ำอีกหรือไหม หรือตรวจดูสุขภาพอาการที่ยังหลงเหลือจากการติดโควิดได้ ว่ามีอาการใด ๆ น่ากังวลหรือไม่ จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที
อาการหลังโควิดที่น่าเป็นห่วง
กลุ่มเสี่ยงที่มีอาการน่าเป็นห่วง คือผู้ที่มีอาการที่มีอาการเชื้อลงปอดแล้ว เกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรง ทำให้มีรอยโรคทิ้งเอาไว้ที่ปอดได้มากกว่า และใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวนานกว่า ทำให้ยังมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจหลงเหลืออยู่ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หายใจถี่ หอบเหนื่อย ใจสั่น แน่นหน้าอก หากอาการรุนแรงอาจจะแนะนำให้เข้าไปพบแพทย์ เพื่อตรวจเช็คร่างกาย และรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังเป็นโควิด
และอีกกลุ่มเสี่ยงที่ควรติดตามอาการสุขภาพของตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมอ ก็คือ กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้เป็นโรคเบาหวาน เพราะกลุ่มคนเหล่านี้สภาพร่างกายไม่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นเข้ามาร่วมด้วยได้ง่าย ส่วนในเด็กอายุยังน้อยหลังติดโควิด หากมีอาการที่น่าเป็นห่วง ก็คือภาวะ Mis-c (Multisystem inflammatory syndrome in children) ซึ่งเป็นภาวะที่อวัยวะต่าง ๆ ภายในทั่วร่างกายเกิดการอักเสบ เกิดจากการที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสูงผิดปกติ มีอาการคล้ายกับโรคคาวะซากิ (Kawasaki disease) ที่เป็นโรคที่เกิดการอักเสบของเยื่อบุผิวหนัง หลอดเลือดและต่อมน้ำเหลือง โดยมีอาการที่คล้ายกัน เช่น มีไข้สูง ผื่น ตาแดง ปากแดง ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์