เตือนภัย “ภาวะตัวเย็นเกิน” เสี่ยงหัวใจหยุดเต้น ความเสี่ยงผู้ดื่มแอลกอฮอล์รับลมหนาว
ภาวะตัวเย็นเกินคืออุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 35°C จากสัมผัสความหนาว ส่งผลให้สมองและหัวใจทำงานล้มเหลว อันตรายถึงชีวิต ต้องรีบรักษาและป้องกันด้วยการรักษาความอบอุ่น
“ภาวะตัวเย็นเกิน” เป็นภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิลดต่ำเกินไป อันเป็นผลมาจากการสัมผัสถูกความหนาวเย็น เช่น อยู่ในอากาศหนาว หรือแช่ในน้ำที่เย็นจัด ทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส เป็นเหตุให้อวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หัวใจและสมอง ที่อาจได้รับผลกระทบ และทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติ เป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้
สาเหตุภาวะตัวเย็นเกิน
เกิดจากการสัมผัสกับความหนาวเย็น เช่น อากาศหนาว หรือแช่อยู่ในน้ำเย็นจัด มักพบในคนอายุไม่มากที่ร่างกายแข็งแรง เกิดขึ้นเนื่องจากอุบัติเหตุเป็นส่วนใหญ่
- เกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียกลไกปรับอุณหภูมิ ทำให้ไม่สามารถสร้างและเก็บความร้อนในร่างกายได้
- ผู้สูงอายุ (มากกว่า 65 ปี)
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรังอยู่ก่อน (เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองหรืออัมพาต โรคสมองเสื่อมหรือปัญญาอ่อน พาร์กินสัน เบาหวานที่มีภาวะประสาทเสื่อม ภาวะขาดไทรอยด์ ภาวะขาดอาหาร เป็นต้น)
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์จัด หรือกินยานอนหลับหรือยากล่อมประสาท
บุคคลกลุ่มนี้เมื่อสัมผัสอากาศเย็นพอประมาณ (ไม่ถึงกับหนาวมาก) อุณหภูมิร่างกายก็จะลดลงถึงขั้นเป็นอันตรายได้
อาการภาวะตัวเย็นเกิน
- ระยะแรก ผู้ป่วยจะมีอาการสั่น พูดอ้อแอ้ งุ่มง่าม เดินเซ ง่วงซึม อ่อนเพลีย หงุดหงิด สับสน ความสามารถในการคิดและตัดสินใจด้อยลง (ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่ากำลังได้รับอันตราย)
- เมื่ออุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงไปอีก ผู้ป่วยจะหยุดสั่น แต่มีอาการเพ้อคลั่ง ไม่ค่อยรู้ตัว ในที่สุดจะหมดสติและหยุดหายใจ
การปฐมพยาบาล
เมื่อพบผู้ป่วยอยู่ในภาวะตัวเย็นเกิน ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลด่วน ก่อนส่งควรให้การปฐมพยาบาลดังนี้
- ให้พาผู้ป่วยหลบอากาศและลมที่หนาวเย็น หรือขึ้นจากน้ำเย็น เข้าไปในห้องที่อบอุ่นและไม่มีลมเข้า
- ถ้าเสื้อผ้าเปียกน้ำควรปลดเสื้อผ้าออกและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่แห้งแทน
- ให้อบอุ่นร่างกายด้วยการห่อหุ้มร่างกายผู้ป่วยด้วยผ้านวม ผ้าห่มหนาๆ หรือเสื้อผ้าหนาๆ ในกรณีที่ยังอยู่ในกลางแจ้ง ควรคลุมถึงหน้าและศีรษะ (เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อนจากบริเวณนี้) นอกจากนี้อาจนอนกอดหรือแนบชิดร่างกายผู้ป่วย เพื่อถ่ายเทความร้อนให้ผู้ป่วย
- จับให้ผู้ป่วยนอนนิ่งๆ ให้อยู่ในท่านอนหงายบนพื้นที่อบอุ่นหรือมีผ้าหนาๆ ปูรอง หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่จำเป็น ห้ามนวดหรือแตะต้องตัวผู้ป่วยแรงๆ อาจกระเทือนให้หัวใจหยุดเต้นได้
- ถ้าผู้ป่วยยังรู้สึกตัวอยู่ ให้ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มอุ่นๆ ห้ามมีแอลกอฮอล์ผสม เพราะยิ่งจะทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อน
- ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจไป ให้ทำการเป่าปาก ถ้ายังหายใจได้แม้จะแผ่วๆ ก็ยังไม่ต้องทำการกู้ชีพ อาจกระเทือนให้หัวใจหยุดเต้นได้
การรักษาภาวะตัวเย็นเกิน
- เมื่อวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคนี้ จำเป็นต้องให้การรักษาอย่างเร่งด่วน และรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- แพทย์จะรีบหาวิธีทำให้ร่างกายอุ่นขึ้น เช่น ห่มผ้านวมหรือผ้าห่มหนาๆ ห่มผ้าห่มไฟฟ้า (electric blanket) แช่น้ำอุ่นหรือประคบด้วยน้ำอุ่น ให้สารน้ำที่อุ่นเข้าทางหลอดเลือดดำ ให้หายใจอากาศที่อุ่นเข้าร่างกาย การสวนน้ำอุ่นทางกระเพาะอาหาร ทวารหนัก กระเพาะปัสสาวะ ช่องท้อง โพรงเยื่อหุ้มปอด เป็นต้น
- ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจไปหรือชีพจรหยุดเต้น จะต้องรีบทำการกู้ชีพ (CPR) ใส่ท่อช่วยหายใจ ให้ออกซิเจน ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปรับดุลอิเล็กโทรไลต์ในเลือด
- แพทย์จะทำการประเมินอาการและภาวะแทรกซ้อนโดยการตรวจพิเศษ เช่น ตรวจเลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นหัวใจ เป็นต้น และทำการแก้ไขภาวะผิดปกติตามที่ตรวจพบ
ถ้าหากไม่ได้รับการช่วยเหลือได้ทันท่วงที ก็มักจะเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนผู้ที่ได้รับการรักษาจากแพทย์ ผลการรักษาขึ้นกับความรุนแรงและระยะเวลาที่เป็นก่อนมาถึงโรงพยาบาล ถ้าได้รับการรักษาได้เร็ว ก็มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าร้อยละ 75 แต่ถ้าได้รับการรักษาช้าเกินไป หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคเรื้อรัง อยู่ก่อนแล้ว ผลการรักษาก็มักจะไม่ได้ผล
การป้องกันภาวะตัวเย็นเกิน
- สวมใส่เสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่นเพียงพอ ห่มผ้าห่มหรือผ้านวมหนาๆ หรือผิงไฟให้อบอุ่น
- หลีกเลี่ยงการออกไปสัมผัสกับอากาศหนาวหรือลมหนาวนอกบ้าน ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้พียงพอ รวมทั้งปกคลุมถึงหน้าและศีรษะ ใส่ถุงมือถุงเท้า
- ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- ในช่วงอากาศหนาวเย็น ควรดูแลกลุ่มเสี่ยง (เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง) เป็นพิเศษ ไม่ให้ได้รับอันตราย
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ