หน้าหนาว “ไข้หวัดใหญ่” แพร่เร็ว อาการต่างจากโควิด-19 อย่างไร?
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่แพร่เร็วช่วงฝน–หนาว มีหลายสายพันธุ์ อาการรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา กลุ่มเสี่ยงควรฉีดวัคซีนและป้องกันอย่างเคร่งครัด
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) โรคที่พบเจอได้ง่ายมาก ยิ่งถ้าอยู่ในสภาพอากาศที่แปรปรวน หรืออากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน โดยเฉพาะฤดูฝนและฤดูหนาวที่สภาพอากาศเหมาะแก่การแพร่เชื้อ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ผ่านของเหลวที่ออกมาจากร่างกาย เช่น น้ำลายหรือเสมหะที่เกิดจากการไอจามและทางลมหายใจ เชื้อโรคจะยิ่งเติบโตและแพร่กระจายได้ดีในช่วงที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนและช่วงหน้าหนาว
Freepik/prostock-studio
ป่วยไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่แต่ละสายพันธุ์
โรคไข้หวัดใหญ่สามารถแบ่งออกได้หลายสายพันธุ์ และในแต่ละสายพันธุ์ก็ยังแยกย่อยออกไปได้อีก ดังนั้นเราจะยกตัวอย่างสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในประเทศไทยมากที่สุด 3 อันดับ เพื่อเป็นเกร็ดความรู้และทราบถึงจุดสังเกตอาการของโรคไข้หวัดใหญ่แต่ละสายพันธุ์
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A
H1N1
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A H1N1 ถูกพบครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเม็กซิโกในปี 2552 จากนั้นเชื้อไวรัสนี้ได้แพร่กระจายไปยังประเทศอื่น ๆ อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวหรือประเทศที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จะแพร่กระจายและติดต่อได้จากคนสู่คนผ่านการไอจาม ลมหายใจ น้ำลาย น้ำมูก เสมหะ หรือของเหลวใดก็ตามออกมาจากตัวผู้ป่วย หากคนปกติได้รับเชื้อไวรัส ร่างกายจะแสดงอาการภายใน 1 - 3 วัน ซึ่งอาการของผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มีดังนี้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว ไข้ขึ้นสูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส ไอ อ้วก และท้องเสีย
ไข้หวัดสายพันธุ์ A จะมีความเสี่ยงต่อผู้ที่มีโรคประจำตัวและผู้ที่ต้องทานยากดภูมิมากกว่าคนปกติมาก ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคปอด โรคไต และโรคหัวใจ ต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อไวรัสตัวนี้ มิฉะนั้นไวรัสอาจจะลามจนทำให้ปอดติดเชื้อได้ วิธีป้องกันเบื้องต้นคือ ไม่พบปะกับผู้ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้สวมแมส ไม่สัมผัสสิ่งของไปทั่ว ล้างมือและใช้เจลฆ่าเชื้อบ่อย ๆ
H3N2
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A H3N2 เป็นเชื้อไวรัสที่รุนแรงมาก สามารถแพร่กระจายจากสัตว์สู่คนและจากคนสู่คนได้ง่าย ซึ่งเชื้อไวรัสนี้มีต้นกำเนิดมากจากหมู คุณจะได้รับเชื้อไวรัสผ่านการสัมผัสและการทานเนื้อหมูที่มีเชื้อ อาการจะแสดงให้เห็นว่าคุณติดเชื้อไวรัสก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไป 1 - 3 วัน
เนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H3N2 เป็นไวรัสชนิดรุนแรง จึงสามารถเข้าสู่ร่างกายคนได้ง่ายโดยเฉพาะ เด็กและผู้สูงอายุที่ภูมิต้านทานไม่แข็งแรง ผู้ที่ทานยาแอสไพรินอยู่เป็นประจำ หญิงตั้งครรภ์ ผู้พิการทางสมอง คนที่เป็นโรคอ้วน และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ตัวไวรัสชนิดนี้จะเข้าไปทำลายระบบต่าง ๆ ในร่างกายจนทำให้ผู้ที่เป็นโรคเหล่านี้ป่วยหนักกว่าเดิมจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
หากคุณติดเชื้อไวรัส อาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a หรือ H3N2 อาการที่สามารถสังเกตได้เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เจ็บคอ ไอ ปวดหัว ปวดตัว มีน้ำมูกและมีไข้ขึ้นสูง วิธีการป้องไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายคือ การอยู่ให้ห่างจากผู้ที่เป็นไข้หวัด สวมแมสเมื่อต้องพบเจอผู้ป่วย ล้างมือด้วยสบู่ฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของหรือผู้ที่เป็นโรค หรือไปพบแพทย์เพื่อขอฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B
Victoria
เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B Victoria อาการจะไม่รุนแรงเท่าเชื้อไวรัสของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายจากคนสู่คนเท่านั้น ซึ่งตัวไวรัสจะเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศชื้นในฤดูฝนและฤดูหนาว ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B Victoria จะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหัว ตัวร้อน มีไข้ มีเสมหะ เจ็บคอ และไอแห้ง
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีอาการแทรกซ้อนหากได้รับเชื้อไวรัส Victoria คือผู้สูงอายุ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหอบ และโรคเกี่ยวกับประสาท เป็นต้น ดังนั้นถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดอาการแทรกซ้อนหากได้รับเชื้อไวรัส คุณควรอยู่ให้ห่างจากผู้ป่วย ไม่หยิบหรือจับสิ่งของของผู้ป่วย สวมแมสและล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ
Yamagata
เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B Yamagata เป็นเชื้อไวรัสที่มีลักษณะการแพร่จากคนสู่คนคล้ายกับเชื้อไวรัส Victoria เชื้อไวรัสจะเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็น หากผู้ป่วยได้รับเชื้อตัวนี้ อาการจะไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่นัก เช่น ปวดหัว ปวดตัว มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ มีไข้ และตัวร้อน
บุคคลที่มีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับปอด ทางเดินหายใจ โรคหัวใจ ความผิดปกติทางประสาท เด็ก ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ ควรระวังการติดเชื้อตัวนี้ เพราะอาจจะทำให้อาการป่วยหนักกว่าบุคคลที่ร่างกายปกติ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการพบเจอผู้ป่วย การใช้สิ่งของและสถานที่ร่วมกับผู้ป่วย
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C
เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C คือ เชื้อไวรัสที่มีแสดงอาการน้อยที่สุด หรือในบางรายอาจไม่แสดงอาการเลย เป็นเชื้อไวรัสที่ไม่รุนแรง เนื่องจากมีการฝักตัวของเชื้อไวรัสน้อย จึงไม่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ ดังนั้นผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสตัวนี้ เพราะร่างกายสามารถต้านไวรัสได้เอง
สาเหตุโรคไข้หวัดใหญ่
โรคไข้หวัดใหญ่ สาเหตุมาจากการแพร่เชื้อ Influenza virus จากคนสู่คนและจากสัตว์สู่คน เชื้อไวรัสสายพันธุ์ A B และ C จะเติบโตและแพร่กระจายสู่คนได้ไวในสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเชื้อไวรัสเหล่านี้จะแฝงตัวมากับของเหลวที่ออกมาจากร่างกายผู้ป่วย เช่น เสมหะ น้ำมูก ละอองน้ำลาย และผิวหนัง หากคุณสัมผัสของเหลวเหล่านี้และนำมื้อไปขยี้ตา จับปาก และจับจมูก จะทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายของคุณได้ทันที หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ร่างกายจะยังไม่แสดงอาการไข้หวัดใหญ่ออกมาทันที เพราะเชื้อเหล่านี้จะต้องใช้ระยะเวลาในการฝักตัว 1 - 4 วัน จากนั้นจะแสดงอาการออกมาดังนี้
- ไข้ขึ้นสูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
- หนาวสั่น
- ไม่อยากทานอาหาร
- ร่างกายอ่อนเพลีย
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- คลื่นไส้ ปวดหัว
- เจ็บคอ ไอแห้ง
- มีน้ำมูก
- ในบางรายอาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย
ไข้หวัดใหญ่ต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร
ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่กับไข้หวัดธรรมดา คือ ผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ จะเกิดจากการที่ร่างกายได้รับไวรัสอินฟลูเอนซ่า (Influenza virus) ซึ่งเชื้อไวรัสจะถูกแบ่งย่อยออกไปเป็นสายพันธุ์ A B และ C ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตัวนี้อาการจะรุนแรงมาก ต้องทานยา ฉีดวัคซีน ดื่มน้ำเยอะ ๆ และนอนพักอย่างเดียว เพราะไม่สามารถลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันได้ อาการจะหายภายใน 1 - 2 สัปดาห์
สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดธรรมดา โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัส ไรโนไวรัส (Rhinovirus) และโคโรน่าไวรัส (Coronavirus) ซึ่งอาการจะไม่รุนแรงมากนัก มีไข้ต่ำ ผู้ป่วยยังคงลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันได้ แต่อาจจะทำได้ไม่เต็มที่มากนัก ผู้ป่วยสามารถทานยาและนอนพักรักษาตามอาการเองได้ที่บ้าน อาการจะค่อย ๆ หายภายในไม่กี่วัน
ไข้หวัดใหญ่ต่างจากโควิดอย่างไร
ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส อินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ส่วนโรคโควิด - 19 (COVID - 19) เกิดจากเชื้อไวรัส โคโรนา (Coronavirus) ซึ่งไวรัสโคโรนาเป็นเชื้อไวรัสตัวใหม่ที่พึ่งพบเจอ สามารถแพร่เชื้อจากสิ่งมีชีวิตสู่สิ่งมีชีวิตได้เหมือนกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ถูกพบเจอมานานแล้ว แต่อาการโรคไข้หวัดใหญ่และอาการโควิดจะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง มาดูกัน
อาการของโรคไข้หวัดใหญ่
- ไข้ขึ้นสูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
- หนาวสั่น มีน้ำมูก
- ไม่อยากทานอาหาร ในบางรายอาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย
- อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ปวดหัว คลื่นไส้
- ไอแห้ง เจ็บคอ
- แพร่เชื้อได้หากสัมผัสของเหลวจากผู้ป่วย
อาการของโรคโควิด - 19
- ไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส
- หายใจลำบาก
- ไอแห้ง เจ็บคอ
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ปวดหัว
- แพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 2 วันก่อนมีอาการ
ใครเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่
กลุ่มคนเสี่ยงที่เมื่อได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่แล้วจะเกิดอาการแทรกซ้อนหรือแสดงอาการรุนแรงกว่าคนปกติ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนที่มีโรคประจำตัว เราจึงได้รวบรวมกลุ่มโรคที่ผู้ป่วยควรระวังหากได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ดังนี้
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับประสาท
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ
- ผู้ป่วยโรคไต
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- ผู้ป่วยที่มีอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ที่เป็นโรคอ้วน
- สตรีมีครรภ์
- เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี
- ผู้สุงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
ไข้หวัดใหญ่…เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์
ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่อาการจะแสดงอาการรุนแรงออกมาไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่กับผู้ป่วยบางรายที่มีอาการหนักหรือมีอาการแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคประจำตัว ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและทำการรักษาโดยด่วน ซึ่งผู้ที่ควรมาพบแพทย์ต้องมีอาการดังนี้
- ไข้ขึ้นสูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส นานเกิน 24 - 48 ชั่วโมง
- ทานยาลดไข้แล้วแต่อุณภูมิร่างกายไม่ลดลง
- หายใจลำบาก เจ็บ และแน่นหน้าอก
- ปลายนิ้วมือและปลายนิ้วเท้าเขียว
- หน้ามืด
- อาเจียน
- ไม่สามารถทานอาหารได้
- มีอาการป่วยเกิน 7 วัน
วิธีการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่
- ทานยาลดน้ำมูก เพื่อลดอาการคัดจมูก
- ทานยาแก้ไอและยาลดเสมหะ
- ทานยาต้านฮิสตามีนเพื่อลดอาการจามและคัดจมูก
- ทานยาต้านไวรัสเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อภายในร่างกาย
- ทานยาปฏิชีวนะ หากเกิดอาการแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับปอด
แนวทางป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์
- ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H1N1) เข้าพบแพทย์เพื่อขอฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ เลี่ยงการพบปะผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ไม่สัมผัสสิ่งของหรือตัวผู้ป่วย สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ออกกำลังกายและทานอาการที่ดีเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
- ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H3N2) หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ไม่เข้าใกล้ผู้ที่ติดเชื้อไวรัส ไม่ใช้ของร่วมกันกับผู้ป่วย สวมแมสและหมั่นล้างมืออยู่เสมอ หากอยากมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ออกกำลังกาย และทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอ
- ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ตระกูล VICTORIA เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B VICTORIA อาการจะไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์ A แต่ก็ควรระวังไว้ก่อนโดยการหลักเลี่ยงพบเจอผู้ป่วย สวมแมสตลอดหากเจอคนเยอะ อย่าจับสิ่งของที่ไม่ใช่ของเรา แต่วิธีที่จะป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่ได้ผลดีที่สุดคือ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
- ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ตระกูล YAMAGATA แนวทางการป้องกันตัวเองจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสจะไม่แตกต่างจาก วิธีการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ตระกูล VICTORIA คือการไม่สัมผัสผู้ป่วย ไม่เข้าหาผู้ป่วย ล้างมือให้สะอาด แล้วก็ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีเป็นสิ่งที่จำเป็นและควรทำอย่างมาก เพราะจะเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ เพื่อป้องกันและต่อต้านเชื้อไวรัสที่จะเข้าสู่ร่างกาย ทั้งนี้ภาวะแทรกซ้อนของโรคที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ อาการจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยคนนั้นมีประวัติการรักษาโรคอะไรมาก่อน ซึ่งโรคที่มักจะเกิดอาการแทรกซ้อนหากได้รับเชื้อไวรัส คือ โรคเกี่ยวกับปอด หัวใจ ไต เบาหวาน และประสาท เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์