วิจัยพบฝุ่น PM2.5 เพิ่มเสี่ยงมะเร็งปอด แพทย์แนะสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน
ฝุ่น PM 2.5 สะสมต่อเนื่องเป็นปัญหาซ้ำในเมืองใหญ่ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด เพิ่มโอกาสเสียชีวิตผู้ป่วยเดิม แนะลดการสัมผัส ใช้หน้ากาก N95
ฝุ่นละออง PM 2.5 ปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศได้มีมาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งกรุงเทพฯ ประสบปัญหาทุกปีในช่วงปลายปีและต้นปี เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีลักษณะแอ่งกระทะทำให้มีฝุ่นละอองที่กักขังอยู่ในบริเวณนั้นค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ในต่างประเทศก็มีการรายงานเรื่องฝุ่นละอองให้ได้เห็นกันแทบทุกปี เนื่องจากมีการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมและยานพาหนะในเมืองที่เยอะมากขึ้น ซึ่งนอกจากปัจจัยที่ทำให้สภาวะทางอากาศแปรเปลี่ยนแล้ว
อีกสิ่งหนึ่งที่ประชาชนอย่างเราต้องหันมาตระหนัก ก็คือ ผลกระทบด้านสุขภาพ เพราะฝุ่นอนุภาคเล็กๆ นี้สามารถส่งผลให้เกิดอันตรายได้มากกว่าที่คิด
ฝุ่นละออง PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด
ประเทศที่มีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของโลกมักเกิดปัญหาเรื่องฝุ่นละอองอยู่ตลอด ทำให้มีการทำวิจัยเกี่ยวกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พบว่าเมืองที่ประชากรมีการสัมผัสฝุ่นละออง PM 2.5 มีความเสี่ยงโรคมะเร็งปอดสูงมากกว่าประชากรที่ไม่ได้สัมผัสฝุ่นละออง PM 2.5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมอาจมีความเสี่ยงที่มากกว่า และผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอดที่สัมผัสฝุ่นละออง PM 2.5 มีโอกาสเสียชีวิตสูงมากกว่าปกติ แต่ระยะเวลาในการสัมผัสค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งปอดนั้นยังไม่ได้มีการรายงานของการวิจัยที่แน่ชัด
ลดปัจจัยเสี่ยงโรคมะเร็งปอด
ประเทศไทยที่มีการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ นั้น ทำให้มีการกำเนิดของอุตสาหกรรม และยานพาหนะที่มากขึ้นตาม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งการที่จะลดฝุ่นละออง PM 2.5 ได้นั้น “เราควรยกระดับคุณภาพของยานพาหนะให้ได้ตามมาตรฐาน และป้องกันตนเองด้วยการอยู่ในอากาศที่ถ่ายเท หากจำเป็นต้องเผชิญกับฝุ่นละออง PM 2.5 ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย N95 ในการกรองฝุ่นละออง” แต่เนื่องด้วยหน้ากากอนามัย N95 มีราคาที่ค่อนข้างสูง บางคนอาจหาหน้ากากชนิดอื่นมาทดแทน เพื่อสามารถป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ได้เช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2