FNA คืออะไร? เจาะก้อนไทรอยด์เจ็บหรือไม่? ช่วยวินิจฉัยมะเร็งไทรอยด์ได้ตรงจุด
คลำพบก้อนไทรอยด์ไม่ใช่ว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป รู้จักการตรวจ FNA วิธีเก็บเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็ก ช่วยประเมินความเสี่ยง วางแผนรักษา และลดการผ่าตัดที่ไม่จำเป็น
เมื่อคลำพบก้อนบริเวณลำคอ หรือได้รับผลอัลตราซาวด์ว่ามีก้อนไทรอยด์ หลายคนมักเกิดความกังวลว่า “เป็นมะเร็งหรือไม่” และ “จำเป็นต้องเจาะตรวจทันทีหรือเปล่า”
แพทย์ระบุว่า ความจริงแล้ว ก้อนไทรอยด์ส่วนใหญ่เป็นก้อนชนิดไม่ร้ายแรง และไม่ใช่ทุกก้อนที่จำเป็นต้องได้รับการเจาะตรวจเพิ่มเติม แต่ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ทำ FNA (Fine Needle Aspiration) เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์ และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
ปัจจุบัน FNA ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้ทั่วโลกในการประเมินก้อนไทรอยด์ โดยเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน แผลเล็ก เจ็บน้อย และสามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียว
FNA คืออะไร ?
FNA หรือ Fine Needle Aspiration หรือ การตรวจเซลล์จากก้อนที่ต่อมไทรอยด์ด้วยเข็มขนาดเล็ก คือการใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปเก็บตัวอย่างเซลล์จากก้อนไทรอยด์ เพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา โดยทั่วไปแพทย์มักทำร่วมกับการอัลตราซาวด์นำทาง (Ultrasound-Guided FNA) เพื่อช่วยระบุตำแหน่งของก้อนไทรอยด์ได้อย่างแม่นยำ ทำให้เก็บตัวอย่างเซลล์ได้ตรงตำแหน่งมากขึ้น วัตถุประสงค์สำคัญของการตรวจ คือ
- ช่วยแยกก้อนชนิดไม่ร้ายแรงออกจากก้อนที่มีความเสี่ยง
- ช่วยประเมินโอกาสการเป็นมะเร็งไทรอยด์
- ใช้ประกอบการตัดสินใจในการติดตามอาการหรือวางแผนการรักษา
ก้อนไทรอยด์ทุกก้อน จำเป็นต้องทำ FNA หรือไม่ ?
คำตอบคือ ไม่จำเป็น ปัจจุบันแพทย์จะพิจารณาความจำเป็นในการตรวจจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้ดูเพียงขนาดของก้อนเพียงอย่างเดียว ได้แก่
- ลักษณะของก้อนจากการอัลตราซาวด์
- ขนาดของก้อน
- อัตราการโตของก้อน
- การตรวจพบต่อมน้ำเหลืองที่คอโต
- ประวัติครอบครัวที่เป็นมะเร็งไทรอยด์
- ประวัติได้รับรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ
- อาการผิดปกติร่วม เช่น กลืนลำบาก เสียงแหบ ก้อนแข็งหรือโตเร็ว
ดังนั้นผู้ป่วยบางรายอาจเพียงติดตามอัลตราซาวด์เป็นระยะ โดยยังไม่จำเป็นต้องเจาะตรวจ
ก้อนไทรอยด์แบบไหนที่แพทย์มักพิจารณา FNA ?
- ก้อนที่มีลักษณะเสี่ยงจากอัลตราซาวด์ เช่น
- ขอบก้อนไม่เรียบ
- มีจุดหินปูนขนาดเล็กภายในก้อน
- ก้อนที่มีลักษณะสงสัยว่ามีการลุกลามออกนอกต่อมไทรอยด์
- รูปร่างสูงมากกว่ากว้าง
- พบต่อมน้ำเหลืองผิดปกติร่วมด้วย
ลักษณะเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์ จึงควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
- ก้อนที่มีขนาดเข้าเกณฑ์การตรวจ แม้ก้อนจะไม่มีลักษณะเสี่ยงชัดเจน แต่หากมีขนาดถึงเกณฑ์ที่แนะนำ แพทย์อาจพิจารณา FNA เพื่อช่วยประเมินเพิ่มเติม
- ก้อนที่โตขึ้นระหว่างการติดตาม หากก้อนไทรอยด์มีขนาดเพิ่มขึ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะจากการตรวจติดตาม แพทย์อาจพิจารณาเจาะตรวจเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน
ขั้นตอนการตรวจ FNA ไทรอยด์
การตรวจใช้เวลาประมาณ 10-30 นาที โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ผู้ป่วยนอนหงายและแหงนคอเล็กน้อย
- แพทย์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อบริเวณผิวหนังที่ลำคอ
- ใช้อัลตราซาวด์หาตำแหน่งก้อน
- ใช้เข็มขนาดเล็กเก็บตัวอย่างเซลล์
- ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
- หลังทำสามารถกลับบ้านได้ทันที และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ตรวจ FNA ไทรอยด์ เจ็บไหม ?
โดยทั่วไปความรู้สึกขณะตรวจใกล้เคียงกับการเจาะเลือดหรือฉีดยาทั่วไป เนื่องจากใช้เข็มขนาดเล็กมาก หลังตรวจอาจมีอาการ
- ระบมเล็กน้อยบริเวณที่เจาะ
- รู้สึกตึงบริเวณคอ
- มีรอยช้ำเล็กน้อยในบางราย
- อาการเหล่านี้มักดีขึ้นได้เองภายใน 1-2 วัน
ผลตรวจ FNA บอกอะไรได้บ้าง ?
ผลตรวจจะถูกวิเคราะห์โดยพยาธิแพทย์ และรายงานตามมาตรฐานสากลที่เรียกว่า Bethesda System ผลที่พบได้ เช่น
- กลุ่มที่ 1 เก็บตัวอย่างเซลล์ไม่เพียงพอ อาจต้องติดตามหรือพิจารณาตรวจซ้ำ
- กลุ่มที่ 2 ก้อนชนิดไม่ร้ายแรง (Benign) เป็นผลที่พบได้บ่อยที่สุด
- กลุ่มที่ 3-4 ผลไม่ชัดเจน อาจต้องติดตามเพิ่มเติม ตรวจซ้ำ หรือพิจารณาการตรวจอื่นร่วมด้วย
- กลุ่มที่ 5 สงสัยมะเร็ง มีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องประเมินเพิ่มเติม
- กลุ่มที่ 6 พบเซลล์มะเร็ง แพทย์จะวางแผนการรักษาและผ่าตัดที่เหมาะสมต่อไป
แม้ผลตรวจจะไม่พบเซลล์มะเร็ง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่จำเป็นต้องติดตามอีกเลย ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์เป็นระยะ โดยเฉพาะกรณีที่
- ก้อนมีขนาดใหญ่
- มีก้อนหลายก้อน
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์
- ก้อนมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างการติดตาม
การติดตามอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
FNA สามารถบอกได้เลยหรือไม่ว่าเป็นมะเร็งไทรอยด์ ?
FNA เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยประเมินความเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบางกรณีผลตรวจอาจยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย ผลอัลตราซาวด์และการตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ มาประกอบการวินิจฉัยร่วมกัน
สัญญาณที่ควรพบแพทย์
- คลำพบก้อนบริเวณลำคอ
- คอโตขึ้นผิดปกติ
- กลืนอาหารลำบาก
- รู้สึกเหมือนมีก้อนติดคอ
- เสียงแหบเรื้อรัง
- ก้อนโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์
การพบก้อนไทรอยด์ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป แต่ก้อนบางชนิดอาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติมเพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดย FNA (Fine Needle Aspiration) เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์ลักษณะของก้อนไทรอยด์ได้อย่างแม่นยำ ผ่านการเก็บตัวอย่างเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็กภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์
การตรวจนี้ใช้เวลาไม่นาน เจ็บน้อย และช่วยลดการผ่าตัดที่ไม่จำเป็นในผู้ป่วยจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที
หากคุณคลำพบก้อนบริเวณลำคอ หรือได้รับแจ้งจากผลตรวจสุขภาพว่ามีก้อนไทรอยด์ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม และมั่นใจได้ว่าทุกการตัดสินใจรักษาอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องและครบถ้วน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2