บอกลา "ขอบตาดำ" เป็นแพนด้า สยบปัญหาด้วยการรักษาแบบ PRP
ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ แก้ยังไงก็ไม่หาย การรักษาแบบ PRP ซึ่งเป็นวิธีรักษาแบบธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของผู้รักความงาม
ตาแพนด้า ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ ปัญหาคาใจของใครหลายๆ คน ที่ทำอย่างไรก็แก้ไม่หายสักที ไม่ว่าจะแต่งหน้าทีไรก็ต้องอาศัยรองพื้นหนาๆ หรือทาคอลซีลเลอร์ปกปิดไว้ เพราะตาคล้ำมักเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะมาจากกรรมพันธุ์ พฤติกรรมนอนดึก พักผ่อนน้อย อายุที่มากขึ้น รวมไปถึงผู้เป็นโรคภูมิแพ้ด้วย แม้จะบำรุงด้วยการทาอายครีมอยู่ทุกวันก็อาจจะเห็นผลช้า จึงเกิดนวัตกรรมทางเลือกใหม่ในการช่วยแก้ปัญหา โดยการฉีด Platelet Rich Plasma (PRP) ซึ่งเป็นวิธีรักษาแบบธรรมชาติ ที่แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รู้จักการทำ PRP ใต้ตา
เป็นการนำเกล็ดเลือดของตัวเองเข้ามาแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำ โดยแพทย์จะเจาะเลือด ประมาณ 20 CC แล้วนำมาปั่นแยกส่วน ได้พลาสม่าที่มีเกล็ดเลือด และGrowth factor เข้มข้น ซึ่งมีฤทธิ์ลดการอักเสบ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตากลับอิ่มฟูขึ้นมาอีกครั้ง
บอกลา “ไมเกรน” หาสาเหตุให้เจอ จะได้รักษาได้ถูกวิธี
เวียนศีรษะ แขนขาอ่อนแรง เสี่ยง "โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน"
ข้อจำกัดการทำ PRP แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ
- กลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยติดเชื้อ หรือผู้ที่มีโรคผิวหนังบางประเภท
- ผู้ที่รับประทานยาสลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
- ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง
- ผู้ที่มีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
- มีผื่น หรือมีการติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีด
การเตรียมตัวก่อนทำ
1. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมงเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม
2. ดื่มน้ำสะอาด ประมาณ 1.5 – 2 ลิตร
3. ห้ามรับประทานยาต้านการอักเสบ และการแข็งตัวของเลือดในกลุ่ม ASA หรือ NSIAD ก่อนทำ 2 - 3 วัน
4. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการ
5. งดอาหารที่มีไขมันสูง
6. ไม่ควรแต่งหน้ามาในวันที่เข้ารับบริการ
การดูแลหลังทำ PRP แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ (แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น)
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีควบคู่ไปกับการรักษา มีข้อควรปฏิบัติหลังจากทำ
1. งดล้างหน้า 4 - 6 ชั่วโมงแรกหลังการทำ
2. หลีกเลี่ยงแสงแดดประมาณ 2 - 3 วัน
3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์
4. งดการออกกำลังกายอย่างหนัก
5. ทาครีมบำรุงผิวได้ตามปกติ แต่ให้หลีกเลี่ยงการทาครีมที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ สาร Whitening
6. ควรพักหน้า โดยงดแต่งหน้าอย่างน้อย 1 วัน
7. หลีกเลี่ยงการรับประทานยาประเภทแอสไพริน(Aspirin) และไอบูโพรเฟ่น(Ibuprofen) ประมาณ 2 - 3 วัน
ผลลัพธ์ของการทำ PRP ใต้ตา (แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น)
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ตา
- ใต้ตาฟูขึ้น สว่างขึ้น
- ริ้วรอยรอบดวงตาลดลง ตาคล้ำน้อยลง
- แต่งหน้าง่ายขึ้น ไม่ต้องเมคอัพปกปิด
โดยทั่วไปแล้วการทำ PRP นับเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แทบจะไม่มีอาการข้างเคียงใดๆที่เป็นอันตรายเลย เนื่องจากไม่ใช่สารสังเคราะห์ แต่เป็นเกล็ดเลือดที่สกัดมาจากเลือดของผู้รับบริการ ในช่วงแรกที่ฉีด PRP บริเวณที่ทำจะรู้สึกอุ่นๆ แต่อาการดังกล่าวจะหายไปภายใน 10 – 15 นาที ในบางรายอาจมีอาการบวมช้ำ หรือฟกข้ำเล็กน้อย โดยอาการบวมจะหายประมาณ 2 - 3 วัน และอาการฟกช้ำจะหายภายใน 2 สัปดาห์ ผลของการรักษาก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความหนักเบาของอาการ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังการรักษา
"สิวหน้ากาก" ต่างจากสิวทั่วไป แนะวิธีดูแลผิวใสไร้ปัญหา
ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน