11 ประโยชน์ของ “เกสรผึ้ง” ไขข้อสงสัยทำไมถึงกลายเป็นเทรนด์สุขภาพมาแรง
เปิด 11 ประโยชน์ของ “เกสรผึ้ง” อุดมด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกายมากกว่า 250 ชนิด ช่วยลดการอักเสบ เพิ่มภูมิคุ้มกัน และลดอาการของวัยหมดประจำเดือน
“เกสรผึ้ง” หรือ “Bee Pollen” กลายมาเป็นเทรนด์ในแวดวงสุขภาพมากขึ้น หลังมีงานวิจัยมากมายค้นพบว่าอาหารนี้เต็มไปด้วยสารอาหาร กรดอะมิโน วิตามิน ไขมัน และสารออกฤทธิ์กว่า 250 ชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่เมื่อพูดถึง “เกสรผึ้ง” หลายคนอาจสับสนว่า เกสรผึ้งจะเหมือนกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากผึ้ง เช่น น้ำผึ้ง นมผึ้ง หรือรังผึ้ง แต่ที่จริงแล้วไม่เหมือนกัน เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่มีละอองเกสรเป็นส่วนประกอบ
สำหรับ “เกสรผึ้ง” เป็นละอองเรณูจากเกสรตัวผู้ของดอกไม้ที่ผึ้งงานนำมารวมกันไว้ในรังผึ้ง ซึ่งจะติดมากับขาหลังของผึ้งงานขณะเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ แต่ด้วยมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการมากมายจึงสามารถใช้เป็นยาได้ และกลายเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพมากขึ้น
โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาสนับสนุนว่ามีประโยชน์ด้านสุขภาพ 11 ประการ ดังนี้
1.) อุดมด้วยสารอาหาร 250 ชนิด
เกสรผึ้งมีคุณค่าทางโภชนาการมาก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารมากกว่า 250 ชนิด ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน กรดไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ
โดยเม็ดเกสรผึ้งประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 40% โปรตีน 35% ไขมัน 5% และสารประกอบอื่นๆ 5-15% อย่างไรก็ตามปริมาณสารอาหารของเกสรผึ้งเหล่านี้ ขึ้นอยู่แหล่งที่มาของพืชและฤดูกาลที่ผึ้งงานเก็บมาด้วย
2.) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
เกสรผึ้งเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ได้แก่ ฟลาโนวอยด์ แคโรทีนอยด์ เควอซิติน แคมเฟอรอล และกลูตาไธโอน ซึ่งจะช่วยปกป้องร่างกายของคุณจากอันตรายที่เรียกว่า “อนุมูลอิสระ” ที่มีความเชื่อมโยงกับการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง และเบาหวานชนิดที่ 2
การศึกษาในห้องทดลอง พบว่า สารต้านอนุมูลอิสระจากเกสรผึ้งสามารถลดการอักเสบเรื้อรัง กำจัดแบคทีเรียที่เป็นอันตราย และต่อต้านการเจริญเติบโตและแพร่กระจายของเนื้องอกได้ แต่ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระของเกสรผึ้งจะมีปริมาณมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับที่มาของพืชด้วย
3.) ลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ เช่น ไขมันในเลือดสูง และคอเลสเตอรอล
ไขมันในเลือดสูงและคอเลสเตอรอลในเลือด เชื่อมโยงกับความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือเกสรผึ้งสามารถลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้
โดยมีผลการศึกษาในสัตว์ สะท้อนให้เห็นว่า สารสกัดจากเกสรผึ้งสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยเฉพาะคอเลสเตอรอล LDL ที่ไม่ดีต่อร่างกาย
ขณะที่ในผู้ที่มีภาวะสายตาสั้น ที่เกิดจากหลอดเลือดอุดตัน มีผลการศึกษาพบอีกว่า อาหารเสริมเกสรผึ้งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เพิ่มระยะการมองเห็นได้
นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระในเกสรผึ้งยังช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันเกาะกลุ่มกัน จนปิดกั้นหลอดเลือด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้
4.) ปกป้องตับจากสารพิษ
การศึกษาในสัตว์ พบด้วยว่า เกสรผึ้งช่วยเพิ่มความสามารถในการล้างพิษได้ โดยจะช่วยปกป้องตับจากความเสียหายจากสารพิษต่างๆ รวมถึงการใช้ยาเกินขนาด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการรักษาตับเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาในมนุษย์เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่มีประเมินผลกระทบของเกสรผึ้งต่อการทำงานของตับ จำเป้นต้องมีการศึกษาในมนุษย์เพิ่มเติม เพื่อสร้างคำแนะนำด้านสุขภาพต่อไป
5.) ต้านการอักเสบของร่างกาย
การศึกษาในสัตว์ พบว่า สารสกัดจากเกสรผึ้งช่วยอาการบวมของอุ้งเท้าหนูได้ 75% ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะเกสรผึ้งบรรจุสารประกอบหลายชนิดที่สามารถลดการอักเสบและบวมของร่างกายได้ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระเควอซิทิน ซึ่งลดการผลิตกรดไขมันโอเมก้า 6 ที่ทำให้ร่างกายอักเสบ เช่น กรดอะราคิโดนิก รวมถึงลดการผลิตฮอร์โมนที่ทำให้เกิดการอักเสบอีกด้วย
6.) เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
เกสรผึ้งอาจช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของคุณให้แข็งแรงขึ้นได้ โดยจะช่วยลดความรุนแรงและอาการแพ้ต่างๆ
ในการศึกษาหนึ่ง พบว่าเกสรผึ้งจะช่วยลดการกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดที่จะปล่อยสารเคมีทำให้เกิดอาการแพ้ได้
นอกจากนี้ยังมีการวิจัยอีกหลายชิ้นที่ยืนยันได้ว่าเกสรผึ้งสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น E.coli, Salmonella, Pseudomonas aeruginosa รวมถึงแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อสแตปฟิโลคอคคัส สาเหตุที่ทำให้ผิวหนังติดเชื้อ เป็นฝีหรือแผลพุพอง รวมถึงอาหารเป็นพิษได้
7.) รักษาบาดแผลและป้องกันการติดเชื้อ
เกสรผึ้งช่วยร่างกายของคุณในการรักษาบาดแผลได้อีก โดยมีการวิจัยในสัตว์พบว่าสารสกัดจากเกสรผึ้งมีประสิทธิภาพในการรักษาแผลไฟไหม้ได้เทียบเท่า “ซิลเวอร์ซัลฟาไดอาซีน" ซึ่งถือเป็นยาชั้นเยี่ยมในการรักษาแผลไฟไหม้ และทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก
นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยแสดงออกมาให้เห็นอีกว่า การทายาหม่องที่มีเกสรผึ้งบนแผลไฟไหม้ ยังช่วยเร่งการรักษาได้ดีกว่ายามาตรฐานอีกด้วย
ที่สำคัญเกสรผึ้งยังช่วยป้องกันการติดเชื้อ ช่วยให้แผลจากการถลอก และแผลไฟไหม้สมานได้ดีมากขึ้นด้วย
8.) มีคุณสมบัติต้านมะเร็ง
เมื่อเซลล์มะเร็งโตอย่างผิดปกติ มีการศึกษาในห้องทดลองพบว่า สารสกัดจากเกสรผึ้งสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต่อต้านฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งอาจลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งมดลูกได้อีก อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมีการวิจัยจากมนุษย์มากขึ้น
9.) บรรเทาอาการของวัยหมดประจำเดือน
อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน อารมณ์แปรปรวน และนอนไม่หลับ ของผู้หญิงในช่วงหยุดประจำเดือน อาจหมดไป เมื่อได้รับเกสรผึ้ง
มีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน 65% มีอาการร้อนวูบวาบลดลง รวมถึงยังสามารถนอนหลับได้ดีขึ้น มีความหงุดหงิดลดลง อาการปวดข้อ และอารมณ์ต่างๆ ดีขึ้น เมื่อได้รับประทานอาหารเสริมเกสรผึ้ง
มากกว่านั้น เมื่อศึกษาครอบคลุมไปอีก 3 เดือน พบว่า ผู้หญิงที่รับประทานอาหารเสริมเกสรผึ้งต่อเนื่อง มีอาการของวัยหมดประจำเดือนน้อยลงอย่างมาก และยังช่วยลดคอเลสเตอรอล LDL ที่ไม่ดี และเพิ่มคอเลสเตอรอล HDL ที่ดีด้วย
10.) ปรับปรุงการใช้สารอาหารของร่างกาย
หลักฐานบางอย่างบ่งชี้ว่า เกสรผึ้งอาจปรับปรุงการใช้สารอาหารของร่างกายได้ ตัวอย่างเช่น หนูที่ขาดธาตุเหล็กจะดูดซึมธาตุเหล็กได้มากขึ้น 66% เมื่อเติมเกสรผึ้งลงในอาหารของพวกมัน นอกจากนี้ยังช่วยให้ดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากอาหารของพวกมันได้มากขึ้นอีกด้วย
ขณะที่ผลการศึกษาในสัตว์อื่นๆ แสดงให้เห็นอีกด้วยว่าเกสรผึ้งอาจช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ เร่งการเผาพลาญ และส่งเสริมอายุที่ยืนยาวได้
อย่างไรก็ตามแม้ว่าการศึกษาในสัตว์จะมีแนวโน้มที่ดี แต่ก็ไม่ชัดเจนว่ามนุษย์จะได้รับประโยชน์เช่นเดียวกันหรือไม่
11.) ปลอดภัยและง่ายต่อการเพิ่มในอาหารของคุณ
เกสรผึ้งมักมาในรูปแบบเม็ดหรืออาหารเสริม ซึ่งปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ โดยทุกคนสามารถหาซื้อได้ง่าย ที่ร้านค้าเพื่อสุขภาพหรือจากคนเลี้ยงผึ้งในพื้นที่ของคุณ มากกว่านั้นยังสามารถเพิ่มเม็ดลงในอาหารที่คุณชื่นชอบ เช่น อาหารเช้าหรือสมูทตี้ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้หรือผึ้งต่อยควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากเกสรผึ้งนี้ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น คัน บวม หายใจถี่ หรือภูมิแพ้ได้
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจมีปฏิกิริยาในทางลบกับยาละลายลิ่มเลือด เช่น วาร์ฟาริน ที่สำคัญสตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากเกสรผึ้งด้วย เนื่องจากขาดหลักฐานว่าปลอดภัยสำหรับทารก
“เกสรผึ้ง” มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ทำให้มีสุขภาพที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น การลดการอักเสบ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น ลดอาการวัยหมดประจำเดือน และช่วยในการสมานแผลให้ดีมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามแม้เกสรผึ้งจะเป็นส่วนเสริมที่ดีในอาหารของคุณ และหาซื้อได้ง่าย หลักฐานส่วนใหญ่เกี่ยวกับเกสรผึ้งและส่วนประกอบของมันเกิดจากการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง จำเป็นต้องมีการวิจัยในมนุษย์เพิ่มเติม ดังนั้นการรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ ยังคงสำคัญและควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก : Healthline