“กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด” เป็นวิทยาศาสตร์หรือแค่ความเชื่อ
เปรียบเทียบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์กับแนวคิดกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด ไขข้อสงสัยมีประโยชน์จริงหรือไม่ หรือเป็นแค่ความเชื่อที่ได้รับความนิยม
เราคงเคยอ่านเรื่อง “การกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด” กันมาบ้างแล้ว ว่ากรุ๊ปเลือดไหนควรกินอาหารแบบใด แต่ที่จริงแล้ววิทยาศาสตร์สนับสนุนหลักการนี้หรือเปล่า หรือเป็นแค่ความเชื่อที่ได้รับความนิยม
แต่ในเมื่อยากที่จะค้นหาความจริง เราจึงรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ด้านสุขภาพและอาหาร “RUNNING to the KITCHEN” มาเปรียบเทียบดูให้กันชัดๆ ว่าระหว่างการกินตามกรุ๊ปเลือด กับข้อมูลวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันจะสอดคล้องกันหรือไม่
Magnific/freepik
อาหารหลากหลายชนิด
การกินตามกรุ๊ปเลือดคืออะไร
การกินตามกรุ๊ปเลือด คือทฤษฎีของ Dr.Peter D’Adamo จากหนังสือเรื่อง “Eat Right for Your Type” ที่ได้รับความนิยมจากแนวความคิดว่าแต่ละคนมีสภาพร่างกายที่แตกต่างกันไปตามกรุ๊ปเลือด ดังนั้นการได้กินอาหารตามกรุ๊ปเลือดจึงจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ลดความเสี่ยงเรื่องโรคเรื้อรัง
โดยอาหารที่เหมาะสมตามแต่ละกรุ๊ปเลือด มีข้อมูลดังนี้
อาหารกรุ๊ปเลือด O
แนะนำ : อาหารโปรตีนสูง ซึ่งรวมเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน สัตว์ปีก ปลา และผักจำนวนมาก จะทำให้ย่อยได้ดี
ควรหลีกเลี่ยง : ธัญพืช ถั่ว และ ผลิตภัณฑ์จากนม เนื่องจากอาหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพทางเดินอาหารของคนกรุ๊ป O
อาหารกรุ๊ปเลือด A
แนะนำ : อาหารออร์แกนิก อาหารมังสวิรัติ รวมถึงผลไม้ ผักถั่ว พืชตระกูลถั่ว และเมล็ดธัญพืชหลากหลายชนิด เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของคนกรุ๊ป A ละเอียดอ่อน
ควรหลีกเลี่ยง : เนื้อสัตว์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดปัญหาทางเดินอาหาร และมีอาการไม่พึงประสงค์ต่อสุขภาพ
อาหารกรุ๊ปเลือด B
แนะนำ : การกินอาหารที่สมดุลและหลากหลาย รวมถึงเนื้อสัตว์ (ยกเว้นไก่) ผลิตภัณฑ์นม ธัญพืช ถั่ว พืชตระกูลถั่ว ผัก และผลไม้ จะช่วยเสริมความสมดุลและสุขภาพโดยรวมของคนกรุ๊ป B
ควรหลีกเลี่ยง : ข้าวโพด ข้าวสาลี บักวีต ถั่วเลนทิล มะเขือเทศ ถั่วลิสง เมล็ดงา และ ไก่ ซึ่งเชื่อกันว่ามีส่วนทำให้น้ำหนักคนกรุ๊ป B เพิ่มขึ้น
อาหารกรุ๊ปเลือด AB
แนะนำ : เต้าหู้ อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากนม และผักใบเขียว จะช่วยให้ได้รับประโยชน์จากอาหารเต็มที่
ควรหลีกเลี่ยง : คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และเนื้อสัตว์รมควัน หรืออาหารหมักดอง อาจไม่ดีต่อระบบย่อยอาหารเท่าไรนัก
Magnific/freepik
อาหารหลากหลายชนิด
“กินตามกรุ๊ปเลือด” vs “วิทยาศาสตร์”
ทฤษฎีที่ 1 : “กรุ๊ปเลือดที่แตกต่างกันต้องการอาหารที่แตกต่างกันหรือไม่”
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันไม่สนับสนุนความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนอาหารตามกรุ๊ปเลือด แต่จะแนะนำให้พิจารณาการประเมินสุขภาพบุคคล ความชอบ และเงื่อนไขทางการแพทย์เฉพาะบุคคลแทน
ทฤษฎีที่ 2 : “คนกรุ๊ป O เติบโตได้ด้วยโปรตีนสูง ส่วนคนกรุ๊ป A ควรเป็นมังสวิรัติ”
ที่จริงแล้วไม่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงความต้องการอาหารกับกรุ๊ปเลือด บางคนอาจได้รับประโยชน์จากการกินอาหารที่มีโปรตีนสูงหรือรับประทานอาหารมังสวิรัติ แต่ในทางวิทยาศาสตร์ประโยชน์เหล่านี้ไม่ได้เชื่อมโยงกับกรุ๊ปเลือด กลับเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านสุขภาพส่วนบุคคลและรูปแบบการดำเนินชีวิตมากกว่า
ทฤษฎีที่ 3 : “คนกรุ๊ป B ต้องเลี่ยงไก่กับถั่ว ส่วน AB ได้รับประโยชน์จากคนกรุ๊ป A และ B”
ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าคนกรุ๊ป B ต้องหลีกเลี่ยงไก่ หรือคนกรุ๊ป AB สามารถกินอาหารตามคนกรุ๊ปเลือด A และ B ได้ทั้งหมด
ดังนั้นการแพ้อาหารและความต้องการด้านสุขภาพส่วนบุคคล เป็นตัวทำนายที่ดีกว่าว่าอาหารประเภทไหน มีประโยชน์หรือเป็นอันตรายต่อเรากันแน่
ทฤษฎีที่ 4 : “การกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดสามารถลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้”
การอ้างว่าการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดสามารถลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ แต่กลับขาดการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ในหลักการทั่วไปด้านอาหาร เช่น เรื่องโภชนาการที่สมดุล สิ่งนี้จึงกลายเป็นข้อกังขาต่อความเชื่อในการป้องกันโรคเรื้อรัง
ดังนั้นแล้วการกินอาหารครบ 5 หมู่ยังคงสำคัญ ส่วนควรจะลดหรือเพิ่มอะไรเพื่อสุขภาพที่ดีมากขึ้นนั้น แนะนำว่าให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์รายบุคคลจะดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : RUNNING to the KITCHEN