ประโยชน์ “พริกไทย” ราชาเครื่องเทศ เผ็ดร้อนช่วยระบบทางเดินอาหาร
“พริกไทย” ถูกเรียกว่าราชาเครื่องเทศ จัดเป็นพืชไม้เลื้อย ที่นอกจากช่วยชูรสชาติอาหารแล้ว ยังมีประโยชน์ด้วย!
พริกไทย (pepper) ถูกขนานนามว่าเป็นราชาแห่งเครื่องเทศเนื่องจากมีกลิ่นหอมและรสเผ็ดร้อนเฉพาะตัว นับเป็นเครื่องเทศที่มีทุกบ้าน นอกจากการชูรสชาติแล้วยังช่วยตัดเลี่ยนอาหารได้อยู่อย่างดี ซึ่งนับเป็นสมุนไพรเพราะมีสารสกัด และ แอลคาลอยด์ พิเพอรีน (piperine) ซึ่งเป็นสารสำคัญในพริกไทย มี ประโยชน์ทางยาที่น่าสนใจโดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ที่พริกไทยจะออกฤทธิ์ช่วยย่อย เพิ่มการดูดซึม แก้ท้องเสีย ลดการบีบตัวของลำไส้ ฆ่าพยาธิและแบคทีเรียในทางเดินอาหารได้
การใช้ประโยชน์พริกไทย
- พริกไทยอ่อน หรือพริกไทยสด (green peppercorn) คือ ผลของพริกไทยที่ยังไม่สุก มีสีเขียว เกาะ เป็นพวงอยู่บนก้าน ใช้เป็นเครื่องเทศสำหรับปรุงอาหาร เมื่อเคี้ยวจะมีกลิ่นหอมและรสชาติเผ็ดร้อน ใช้ ทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ผัดฉ่า แกงป่า
- พริกไทยดำ (black pepper) คือ ผลของพริกไทยแก่แต่ยังไม่สุก นำไปตากแห้ง จะได้เป็นผลทรงกลม ใช่เป็นเครื่องเทศใส่ในอาหาร เช่นสเต็กเป็นต้น
- พริกไทยขาว (white pepper) ได้มาจากผลของ พริกไทยเช่นเดียวกับพริกไทยดำ แต่ด้วยกรรมวิธีที่ต่างกัน ให้แห้ง มีลักษณะกลม ผิวเรียบ มีสีขาว และมีกลิ่นฉุนน้อยกว่าพริกไทยดำ
สรรพคุณตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย
เมล็ดพริกไทย รสเผ็ดร้อน ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้เสมหะ เจริญไฟธาตุ บำรุงธาตุ โดยเป็นส่วนประกอบในอาหาร เพื่อช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อหลังรับประทานอาหารได้
ข้อควรระวัง
- ควรระวังการใช้พริกไทยในปริมาณมากในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีไข้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มความร้อนภายในร่างกาย และอาจทำให้เกิดการแท้งได้
- ควรระวังการใช้ร่วมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin
- ควรระวังการรับประทานพริกไทยในปริมาณมากร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม และ ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด
ทั้งนี้พริกไทยเป็นเครื่องเทศที่พบได้ในชีวิตประจำวัน และสามารถใช้เป็นยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วย บรรเทาอาการความผิดปกติได้หลายประการ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโรคในระบบทางเดินอาหาร จึง จำเป็นต้องมีการควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานของตำรามาตรฐานยาสมุนไพร เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ในการนำวัตถุดิบสมุนไพรชนิดนี้มาใช้ นอกจากนี้ ควรให้คำแนะนำ หรือสอบถาม ผู้ป่วยให้ละเอียดทุกครั้งที่สงสัยว่าผู้ป่วยมีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีพริกไทย หรืออาจรวมถึงพืชชนิดอื่นที่มีพิเพอรีนเป็นสารออกฤทธิ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยากับสมุนไพร และมีความปลอดภัยทุกครั้งเมื่อใช้ยา
ขอบคุณข้อมูลจาก : สภาเภสัชกรรม และ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล