มะขามป้อม วิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกันธรรมชาติ
มะขามป้อม วิตามินซีสูง ต้านอนุมูลอิสระ ลดอักเสบ แก้ไอ เสริมภูมิคุ้มกัน ควรกินพอดีและปรึกษาแพทย์
มะขามป้อม พื้นสมุนไพรไทย ที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาในผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอ โดยมีชื่อเรียกอื่นๆอีก อาทิ กันโตด, กำทวด, มั่งลู่, สันยาส่า จัดเป็นต้นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ Phyllanthaceae เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับมะยม
โดยมะขามป้อม ผลสดมีวิตามินซีสูง และมีสารแทนนิน ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้วิตามินซีสลายตัวโดยปฏิกิริยาออกซิเดชัน หรือชะลอให้เกิดช้าลง นอกจากนี้ยังพบสารชนิดอื่นๆ ซึ่งสารเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านจุลชีพต่างๆ และต้านอนุมูลอิสระ
โดยทั่วไปนิยมรับประทานผลสดมะขามป้อม และนำมาแปรรูปเป็นอาหาร อาหารเพื่อสุขภาพ เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางและยาสมุนไพร เนื่องจากมีสารแทนนิน (Tannin) และวิตามินซีสูง โดยปริมาณแทนนินและวิตามินซีจะแตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ โดยจะพบแทนนินทั้งในลำต้นและผลของมะขามป้อม
สรรพคุณมะขามป้อม
ฤทธิ์แก้ไอ ป้อนสารสกัดเอทานอลจากผลมะขามป้อมขนาด 50 และ 200 มก./กก. ให้แก่แมวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดอาการไอ ด้วยการทำให้ระคายเคืองบริเวณเยื่อบุทางเดินหายใจและหลอดลมพบว่า ที่ขนาด 200 มก./กก. มีฤทธิ์แก้ไอ โดยลดจำนวนครั้ง ความถี่ และความแรงของการไอได้ และเมื่อเปรียบเทียบผลกับยาแก้ไอแผนปัจจุบันพบว่า สารสกัดเอทานอลจากผลมะขามป้อมขนาด 50 มก./กก. และ 200 มก./กก. ให้ผลยับยั้งการไอได้คิดเป็น 27.3% และ 38.1% ตามลำดับ ส่วนยาแก้ไอ codeine ขนาด 10 มก./กก. และ dropropizine ขนาด 100 มก./กก. เมื่อฉีดเข้าช่องท้องแมว จะให้ผลในการยับยั้งการไอคิดเป็น 62% และ 28.3% ตามลำดับ
ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
สารสกัดแอลกอฮอล์ 80% จากผลมะขามป้อม มีฤทธิ์ต้านการเกิดอนุมูลอิสระ โดยมีค่า median effective dose (ED50) เท่ากับ 1.5 มคก./มล. ซึ่งมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับวิตามินซีที่มีค่า ED50 เท่ากับ 1.4 มคก./มล. และออกฤทธิ์ดีกว่าสารสกัดแอลกอฮอล์ 40% (5) และสารสกัดน้ำจากผลมะขามป้อมแห้งมีปริมาณสารโพลีฟีนอลสูงสุดเท่ากับ 34.22±1.74 กรัมสมมูลของกรดแกลลิก/ปริมาณสารสกัด 100 กรัม (g gallic acid/100g extract) และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ สารสกัดน้ำและสารสกัดเมทานอลจากผลมะขามป้อมมีฤทธิ์ต้านการเกิดอนุมูลอิสระเมื่อทดสอบด้วยวิธี DPPH โดยมีผลยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระคิดเป็น 85.32 และ 86.36% ตามลำดับ
ฤทธิ์ต้านการอักเสบ
การศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบของมะขามป้อม ในหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอักเสบและบวมด้วยการฉีดสาร carrageenan เข้าที่อุ้งเท้า โดยก่อนการฉีด carrageenan 1 ชั่วโมง ได้ทำการป้อนสารสกัดเมทานอลจากผลมะขามป้อมขนาด 200 และ 400 มก./กก. เปรียบเทียบกับการป้อนยาแก้อักเสบ diclofenac ขนาด 10 มก./กก. พบว่า การป้อนสารสกัดเมทานอลจากผลมะขามป้อมทั้งสองขนาดมีผลยับยั้งอาการบวมของอุ้งเท้าหนูโดยขึ้นกับขนาดที่ให้ (dose-dependent) ภายหลังจากฉีด carrageenan 4 ชั่วโมง ซึ่งหนูขาวกลุ่มที่ได้รับสารสกัดเมทานอลจากผลมะขามป้อมขนาด 400 มก./กก. สามารถยับยั้งอาการบวมของอุ้งเท้าหนูได้คิดเป็น 72.71% เมื่อเทียบกับหนูที่ถูกฉีดสาร carrageenan เพียงอย่างเดียว ในขณะที่หนูขาว กลุ่มที่ได้รับการป้อนยา diclofenac สามารถยับยั้งอาการบวมของอุ้งเท้าหนูได้เพียง 61.57% นอกจากนี้ การป้อนสารสกัดเมทานอลจากผลมะขามป้อมยังมีฤทธิ์ยับยั้งการแสดงออกของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบได้แก่ interleukin-1β และ tumor necrosing factor-α (10) เช่นเดียวกับการทดลองป้อนสารสกัดน้ำจากผลมะขามป้อมขนาด 150, 300 และ 600 มก./กก. ให้แก่หนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอักเสบเฉียบพลันด้วยวิธีการฉีด carrageenan เข้าอุ้งเท้า ซึ่งพบว่ามีฤทธิ์ต้านการอักเสบและสามารถยับยั้งอาการบวมของอุ้งเท้าหนูได้ โดยขึ้นกับขนาดที่ให้
ฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน
วิธีการศึกษาในหลอดทดลอง (in vitro) พบว่า สารสกัดเอทานอล 90% จากผลมะขามป้อมขนาด 10 มค.ก./มล. - 1 มก./มล. มีฤทธิ์กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (lymphocyte) และเพิ่มการสร้าง interleukin-2 และ interferon-γ ของเซลล์ลิมโฟซัยต์จากการถูกกดภูมิคุ้มกันด้วยโครเมียม
ทั้งนี้ควรรับประทานแต่พอดี หากกินเพื่อรักษาควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เน้นรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ หากมีอาการป่วยควรพบแพทย์ควบคู่
ขอบคุณข้อมูลจาก : TISTRและศูนย์ข้อมูลสมุนไพร