ไบโพลาร์ โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว วัคซีนใจคนใกล้ชิดคือกุญแจสำคัญ
ไบโพลาร์อาการทางใจที่ปรากฏร่วมกับภาวะซึมเศร้า สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยมีกุญแจสำคัญที่สุดคือคนใกล้ชิดและครอบครัว
รู้จักโรคอารมณ์สองขั้ว
โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder) คือ โรคที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ โดยมีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ระหว่างช่วงอารมณ์ซึมเศร้า (Depression) สลับกับช่วงที่อารมณ์ดีหรือหงุดหงิดมากกว่าปกติ (Mania) ระยะเวลาในแต่ละช่วงอาจอยู่เป็นสัปดาห์หรือเดือน โดยมีช่วงอารมณ์ปกติคั่นกลางได้ ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการซึมเศร้าและคิดว่าตนเองเป็นโรคซึมเศร้า อย่างไรก็ตามแพทย์จะซักประวัติและติดตามลักษณะอาการขณะรักษาเพื่อใช้วินิจฉัยในการแยกโรค
โดยในวันที่ 30 มีนาคมของทุกปีเป็นวันไบโพลาร์โลก ชวนให้ประชาคมโลกตระหนักถึงปัญหาโรคนี้ที่มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และกระตุ้นให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการทางการแพทย์
อาการอารมณ์สองขั้ว
• ช่วงอารมณ์ดีหรือหงุดหงิดมากกว่าปกติ
-มั่นใจในตัวเองเพิ่มมากขึ้นหรือคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่
-นอนน้อย
-พูดมากกว่าปกติหรือพูดอย่างไม่หยุด
-ความคิดแล่นเร็ว
-วอกแวกง่าย
-อยากทำอะไรหลาย ๆ อย่างในช่วงเวลานั้น
-หมกมุ่นอย่างมากกับกิจกรรมที่ทำให้เกิดปัญหา เช่น ใช้จ่ายหรือลงทุนเยอะ ไม่ยับยั้งใจเรื่องเพศ ฯลฯ
• ช่วงอารมณ์ซึมเศร้า
-ซึมเศร้าเป็นส่วนใหญ่ของวัน แทบทุกวัน
-ความสนใจในกิจกรรมต่าง ๆ ลดลง
-เบื่ออาหารหรือรับประทานอาหารมากเกิน
-นอนไม่หลับหรือหลับมากไป
-กระสับกระส่ายหรือเชื่องช้ามากขึ้น
-อ่อนเพลีย
-รู้สึกตนเองไร้ค่า
-สมาธิลดลง
-คิดถึงเรื่องการตายอยู่เรื่อย ๆ
สาเหตุโรคอารมณ์สองขั้ว
เกิดจากหลายปัจจัย เช่น
• มีความผิดปกติของสารสื่อประสาทหรือโครงสร้างในสมอง
• ความเครียด
• พันธุกรรม มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคไบโพลาร์
รักษาโรคอารมณ์สองขั้ว
การรักษาด้วยยา คือ การปรับสารเคมีในสมอง ยาจะช่วยทำให้อารมณ์มั่นคงและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักกังวลกับผลข้างเคียงของยา ประเด็นนี้ผู้ป่วยสามารถปรึกษาและร่วมแสดงความคิดเห็นกับแพทย์ระหว่างที่ปรึกษา เพื่อปรับยาให้เหมาะสมในแต่ละราย กลุ่มยาที่ใช้ในโรคอารมณ์สองขั้ว ได้แก่ ยาต้านโรคจิต ยาต้านเศร้า (มักใช้ช่วงสั้น ๆ ในระยะที่มีอาการซึมเศร้า)
ไบโพลาร์สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยมีกุญแจสำคัญที่สุดคือ คนใกล้ชิดและครอบครัว ควรเตรียมตัวให้พร้อมและเข้มแข็ง หรือที่เรียกว่า วัคซีนใจ ด้วยการดูแลให้มีสุขภาพจิตที่ดี ศึกษาข้อมูล เรียนรู้ดูแลกัน และรีบปรึกษาจิตแพทย์ เพราะอาการของโรคนี้ต้องได้รับการรักษาด้วยยาและทำจิตบำบัดควบคู่กัน ซึ่งผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ เพียงแต่สังคมต้องให้โอกาส และสิ่งสำคัญ 3 ประการที่ต้องคำนึงถึงคือ ไบโพลาร์เป็นการป่วย ไม่ใช่นิสัยไม่ดี ไบโพลาร์สามารถรักษาได้ และเมื่อรักษาแล้วสามารถกลับมาเป็นคนดี คนเก่ง และกลับมาดำเนินชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขได้
ลองสังเกตตนเองและคนใกล้ตัว ถ้าเข้าข่ายโรคไบโพลาร์ให้รีบไปตรวจวินิจฉัยและรีบรักษาแต่เนิ่น ๆ หากรู้ ยอมรับตัวเองได้ และเข้ารับการรักษาก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้
โควิดวันนี้(30มี.ค.) ยอดติดเชื้อ+ATK เกิน 5 หมื่นราย เสียชีวิต 87 ราย
สหภาพยุโรปอนุมัติ“ยา Evusheld” ใช้ป้องกันโควิดในกลุ่มอายุ 12 ปีขึ้นไป
ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก โรงพยาบาลกรุงเทพ