ทำความเข้าใจโรคซึมเศร้า สาเหตุ อาการ พร้อมวิธีป้องกัน
โรคซึมเศร้า หรือ Depressive Disorder คือ ภาวะทางจิตใจที่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม ทำให้รู้สึกเศร้า หม่นหมอง และเสียความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ
โรคซึมเศร้า เรื่องใกล้ตัวที่ต้องทำความเข้าใจมากขึ้น
โรคซึมเศร้า เป็นหนึ่งในภาวะทางจิตใจที่มีผลกระทบมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน มักจะเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ แต่ส่งผลต่อความรู้สึก จิตใจ การทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน หลายคนอาจไม่ทราบว่า โรคซึมเศร้า สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม,ความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง หรือสถานการณ์กดดันในชีวิต การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน ก็จะทำให้เราห่างไกลจากภาวะซึมเศร้าและสามารถรับมือกับโรคนี้ได้ดีขึ้น
โรคซึมเศร้าเกิดจากสาเหตุอะไร?
โรคซึมเศร้า หรือ Depressive Disorder คือ ภาวะทางจิตใจที่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม ทำให้ผู้ที่มีภาวะนี้รู้สึกเศร้า หม่นหมอง เฉื่อยชา และสูญเสียความสนใจในสิ่งต่าง ๆ ที่เคยชอบ
โรคซึมเศร้าเกิดจากหลายสาเหตุและมีปัจจัยหลายด้านที่ทำให้เกิดขึ้นได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ มีดังนี้
-
พันธุกรรม หากครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคซึมเศร้า สมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ ก็อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน
-
ความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง เช่น เซโรโทนิน โดพามีน และนอร์เอพิเนฟริน อาจส่งผลให้เป็นซึมเศร้าได้
-
เหตุการณ์ในชีวิต การสูญเสีย การเผชิญกับความเครียดอย่างรุนแรง หรือเหตุการณ์ที่สร้างความกระทบกระเทือนต่อจิตใจ เช่น การหย่าร้าง การตกงาน หรือการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้
-
โรคหรือภาวะทางกายภาพ โรคเรื้อรังหรือปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคมะเร็ง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะซึมเศร้าได้
-
ปัจจัยด้านจิตใจและบุคลิกภาพ คนที่มีบุคลิกภาพอ่อนไหวหรือมีความเครียดเป็นเวลานาน ไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสม มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคซึมเศร้าได้มากขึ้น
-
การใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ การใช้สารเสพติดหรือการดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าได้
ลักษณะอาการของโรคซึมเศร้า
ลักษณะอาการโรคซึมเศร้าสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายด้าน ทั้งทางอารมณ์ ร่างกาย และพฤติกรรม โดยอาการหลักที่พบบ่อย มีดังนี้
-
รู้สึกเศร้า หดหู่ หรือสิ้นหวัง ตลอดทั้งวันและติดต่อกันนานเกินกว่า 2 สัปดาห์
-
ขาดความสนใจหรือความสุข ในกิจกรรมที่เคยชื่นชอบ เช่น งานอดิเรก และการออกไปพบปะผู้คน
-
มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและการรับประทานอาหาร เช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากการรับประทานอาหารมากเกินไป
-
มีปัญหาการนอน ไม่ว่าจะเป็นการนอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับมากเกินไป
-
รู้สึกอ่อนเพลียหรือไม่มีพลังงาน แม้จะไม่ได้ทำงานหนัก
-
รู้สึกไร้ค่า หรือรู้สึกผิดมากเกินไป ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเรื่องที่ไม่ใช่ความผิดของตนเอง
-
มีปัญหาในการคิด ตัดสินใจ หรือความจำเสื่อม ทำให้ทำงานได้ยากลำบาก
-
มีความคิดเกี่ยวกับความตายหรือการฆ่าตัวตาย บางคนอาจมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย
ทั้งนี้ หากมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อรับการวินิจฉัยโรคซึมเศร้าและทำการรักษาโรคซึมเศร้าอย่างถูกวิธี ซึมเศร้า กังวล นอนไม่หลับ เครียด มีปัญหาความสัมพันธ์ หรือปัญหาสุขภาพใจอื่น ๆ ปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกที่แอป BeDee จากเครือ BDMS ได้ทุกวัน สะดวก เป็นส่วนตัว ส่งยาถึง
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากโรคซึมเศร้า
ทราบหรือไม่? โรคซึมเศร้า หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้หลายอย่าง ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ดังนี้
ภาวะแทรกซ้อนทางด้านร่างกาย
-
เกิดโรคเรื้อรัง เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้ามักมีความเครียดสะสมจนส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดและการทำงานของหัวใจ รวมถึงมีพฤติกรรมการเลือกทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังได้ เช่น โรคหัวใจ, โรคอ้วน, โรคเบาหวาน หรือโรคความดันโลหิตสูง
-
เกิดปัญหาการนอน นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม
-
ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โรคซึมเศร้าอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้ เนื่องจากมีการหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลออกมามาก จนไปยับยั้งการทำงานของภูมิคุ้มกัน
-
มีปัญหาทางเดินอาหาร เนื่องจากฮอร์โมนคอร์ติซอลไปเพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการทานที่ผิด เช่น ทานมากเกินไป หรือทานน้อยเกินไป จนทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องผูก หรือท้องเสีย
-
ปวดหัวหรือปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ความเครียดจากโรคซึมเศร้าอาจทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายและส่งผลให้กล้ามเนื้อรวมถึงข้อต่อรู้สึกปวดมากขึ้น เช่น ปวดหัว หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเรื้อรัง
ภาวะแทรกซ้อนทางด้านจิตใจ
-
มีความวิตกกังวล อาจเกิดความวิตกกังวลร่วมด้วย ทำให้อาการซึมเศร้ารุนแรงขึ้น
-
โรคแพนิค อาการโรคซึมเศร้าอาจพัฒนาไปสู่โรคแพนิคได้
-
เกิดการใช้สารเสพติด ผู้ที่เป็นซึมเศร้าบางรายอาจหันไปพึ่งพาสารเสพติดเพื่อบรรเทาอาการ
-
มีความคิดฆ่าตัวตาย เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงที่สุดของโรคซึมเศร้า
ถึงแม้โรคซึมเศร้าจะเป็นโรคที่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง เช่น พันธุกรรม และเหตุการณ์ในชีวิตที่คาดไม่ถึง แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพจิตเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคซึมเศร้า หรือถ้าหากเกิดขึ้นแล้วก็สามารถช่วยบำบัดโรคซึมเศร้าให้อาการดีขึ้นได้
วิธีป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้าสามารถทำได้ดังนี้
-
ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ
-
สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ควรพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือผู้เชี่ยวชาญ
-
จัดการกับความเครียด ควรหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ เล่นโยคะ หรือฟังเพลง
-
ตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง และฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ
-
หลีกเลี่ยงสารเสพติด เช่น แอลกอฮอล์ และยาเสพติด
-
พบแพทย์เป็นประจำ เพื่อตรวจสุขภาพและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต
ทั้งนี้ หากรู้สึกว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการของโรคซึมเศร้า หรือแม้แต่มีความเครียด นอนไม่หลับ รู้สึกกังวลก็สามารถปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกได้ทันที การพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป นอกจากนี้ยังช่วยให้รู้สึกสบายใจและมีวิธีจัดการกับความเครียดและความกังวลอย่างเหมาะสมอีกด้วย
เข้าใจผู้ป่วยซึมเศร้าพร้อมวิธีการอยู่ร่วมกันกับผู้ป่วย
อย่างที่ทราบกันว่า โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของผู้ป่วย การเข้าใจและให้การสนับสนุนผู้ป่วยซึมเศร้าอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นและมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคมากขึ้น วิธีที่เหมาะสมในการสนับสนุนและอยู่ร่วมกับผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้ามีดังนี้
-
แสดงความเข้าใจ พยายามทำความเข้าใจว่าผู้ป่วยรู้สึกอย่างไร ไม่ตัดสิน หรือตำหนิความรู้สึกของเขา
-
รับฟังอย่างตั้งใจ ให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกออกมาโดยไม่ขัดจังหวะ
-
ให้กำลังใจ บอกให้ผู้ป่วยรู้ว่าคุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
-
กระตุ้นให้ผู้ป่วยทำกิจกรรม ชวนผู้ป่วยทำกิจกรรมที่ชอบ หรือทำกิจกรรมร่วมกัน
-
สนับสนุนให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษา พาผู้ป่วยไปพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
-
ดูแลตัวเอง การดูแลตัวเองให้ดีก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากคุณรู้สึกเหนื่อยล้าก็จะทำให้ไม่มีแรงดูแลผู้อื่นไปด้วย
-
หลีกเลี่ยงการพูดจาที่ทำร้ายจิตใจ เช่น การพูดว่า "คิดมากไปเอง" หรือ "สู้ๆ นะ" อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแย่ลงได้
สรุปเรื่องโรคซึมเศร้า
โรคซึมเศร้า เป็นภาวะทางจิตใจที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเศร้า หม่นหมอง เบื่อหน่าย ไร้ค่า และรู้สึกไม่มีความสุขในสิ่งที่เคยชอบ ซึ่งอาการของโรคซึมเศร้าอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้
ปัจจุบัน โรคซึมเศร้าสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า การบำบัดทางจิต และการดูแลตนเอง เพราะฉะนั้นหากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการของโรคซึมเศร้าก็ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกโดยเร็วที่สุด สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาแพทย์แต่ไม่รู้ว่าจะปรึกษาที่ไหนดี? แอปพลิเคชัน BeDee จากเครือ BDMS ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพใจโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกผู้ชำนาญการทุกวัน สะดวก เป็นส่วนตัว ส่งยาถึงที่ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BeDee คลิก https://bit.ly/4btcZSY