แพทย์เผย “ยาต้านเศร้า” รักษาโรคซึมเศร้า ควรทานนานแค่ไหน?
โรคซึมเศร้าหายได้ไหม และต้องทานยารักษาโรคซึมเศร้านานแค่ไหนถึงจะหาย .. คำถามที่ทุกคนอยากรู้ เพราะการเป็นโรคซึมเศร้าทำให้สุขภาพใจแย่ลง และส่งผลให้สุขภาพกายก็เสื่อมโทรมลงเช่นกัน
โรคซึมเศร้า (Depressive disorder)คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง ด้านอารมณ์ ความคิด และร่างกาย เช่น รู้สึกเศร้า เบื่อท้อแท้ คิดวนเวียน รู้สึกผิดได้ง่าย ไร้เรี่ยวแรง มีปัญหาการนอน ความอยากอาหาร โรคซึมเศร้าเกิดได้ตั้งแต่ในเด็ก จนในผู้สูงอายุ ซึ่งสาเหตุการเกิดโรคในแต่ละช่วงวัยก็มีปัจจัยต่างกัน
โรคซึมเศร้าเกิดจากหลายปัจจัย
- การมีประวัติเจ็บป่วยด้านสุขภาพจิตในครอบครัว
- พื้นอารมณ์ มุมมองความคิดต่อตนเอง ต่อสังคมภายนอก
- ทักษะการแก้ปัญหา
- รวมถึงปัจจัยที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย สังคม ทำให้เกิดความเครียด และต้องมีการแก้ปัญหา ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
โรคซึมเศร้ามีอาการอย่างไร ?
- มีความรู้สึกเศร้า (ในเด็ก และวัยรุ่นอาจเป็นความรู้สึกหงุดหงิดง่าย)
- รู้สึกเบื่อ หมดความสนใจจากสิ่งที่เคยชอบ
- นอนไม่หลับ หรือหลับๆตื่นๆ หรือนอนหลับมากกว่าปกติ
- เหนื่อยง่าย ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง เก็บตัว
- เบื่ออาหาร หรืออยากอาหารมากกว่าปกติ
- รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด
- ไม่มีสมาธิ หรือสังเกตตัดสินใจยากมากขึ้น
- พูดช้า ทำอะไรช้า หรือกระวนกระวายมากขึ้น
- มีความคิดอยากตาย
11 อาหารช่วยคลายเครียด กระตุ้นสารความสุข เสริมวิตามินลดความเมื่อยล้า
โรคซึมเศร้ามีหลายชนิด และแต่ละชนิดมีความรุนแรงไม่เท่ากัน ในรายที่มีอาการไม่รุนแรง สามารถหายเองได้ ถ้าได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม แต่ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการต่อเนื่องได้ยาวนาน จึงสมควรได้รับการรักษา เช่น การทานยา รวมถึง การทำจิตใจบำบัดเพื่อปรับความคิด และพฤติกรรม (รวมถึง ครอบครัวบำบัดในบางราย)
ในรายที่แพทย์แนะนำให้ทานยา แพทย์จะจ่ายยาในกลุ่มยาต้านเศร้า (Antidepressants) เพื่อปรับสารสื่อประสาทในสมองเป็นหลัก โดยการรักษาจะเป็น 3 ระยะการรักษา
- ช่วงให้อาการสงบ
- ช่วงรักษาอาการให้คงที่
- ช่วงป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรค
ระยะเวลาในการทานยา โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ทานยาอย่างน้อย 6 เดือน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ อีกทั้งรูปแบบการรักษามีหลากหลายแบบ เช่น การทานยาต้านโรคซึมเศร้า การทำจิตใจบำบัดปรับความคิด หรือพฤติกรรม เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสิ่งสำคัญที่สุด คือ กำลังใจ และคนที่พร้อมอยู่เคียงข้างผู้ป่วยเพื่อให้ผ่านพ้นโรคนี้ได้ หากมีอาการน่าสงสัยเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า แนะนำปรึกษาจิตแพทย์
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ ระยอง
11 อาหารช่วยคลายเครียด กระตุ้นสารความสุข เสริมวิตามินลดความเมื่อยล้า
อ่อนเพลียเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพจากความเครียด เทคนิคสร้างพลังงานที่ดี