สัญญาณเตือนร่างกายสะท้อนสภาพจิตใจย่ำแย่ แนะวิธีลดความกดดัน
สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่ตึงเครียดทำให้หลายคนเครียด ว้าวุ่น หมดไฟ และป่วยง่าย ควรสังเกตสัญญาณร่างกาย รีบพักผ่อน ผ่อนคลาย และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น
ด้วยสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่ตึงเครียด ทำให้หลายคนต้องเผชิญความลำบากและความอึดอัด บรรยากาศโดยรอบไม่เอื้อให้รู้สึกปลอดภัย หากกายลำบากและใจยังย่ำแย่ ก็ยิ่งทำให้เราป่วยทั้งกายและใจ กระทบงานและรายได้ ดังนั้นจึงอยากชวนทุกคนมาเช็กสัญญาณจากร่างกายที่บอกว่า “เราไม่ไหวแล้ว” เพื่อรีบดูแลตัวเองก่อนที่ความทุกข์จะลุกลามจนยากเยียวยา
6 อาการร่างกายบอกสภาพจิตใจย่ำแย่
- เครียดมากจนอาจซึมเศร้า สถานการณ์ชายแดนที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ขาดความมั่นคง ไม่รู้ข้อมูลที่ชัดเจน จึงเกิดความเครียดสะสม
วิธีผ่อนคลายคือหาสาเหตุของความเครียด พยายามหากิจกรรมที่ช่วยเบาใจ เช่น ฟังเพลง ดูซีรีส์ เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือปลูกต้นไม้ เพื่อชาร์จพลังใจ
- จิตใจว้าวุ่น ไม่มีสมาธิ ทำงานช้ากว่าเดิม ความกังวลจากข่าวหรือเหตุการณ์ชายแดนอาจทำให้สมาธิสั้น คิดงานไม่ออก ควรหามุมสงบ จัดพื้นที่ทำงานให้เรียบร้อย และกำหนดตารางเวลางาน–พักให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดสมดุลและช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งขึ้น
- เหนื่อยง่ายกว่าเดิม หลายคนอาจทำงานหนักขึ้น หรือเสพข่าวตลอดจนใจล้าและกายล้า หากรู้สึกเหนื่อยง่ายควรรีบหาสาเหตุและปรับเวลาพัก ไม่ทำงานดึกเกินไป และแบ่งภาระงาน หมั่นพูดคุยกับคนในบ้านเพื่อลดความกดดันทางใจ
- หงุดหงิดง่าย คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง ความเครียดทำให้สื่อสารผิดพลาดได้ง่าย ยิ่งช่วงที่ต้องคุยงานหรือประสานงานเรื่องสถานการณ์ชายแดน ควรตั้งสติก่อนสื่อสาร หากเริ่มคุยไม่รู้เรื่องบ่อย ๆ แนะนำให้โทรคุยหรือพูดคุยแบบตัวต่อตัวเพื่อลดความเข้าใจผิด
- หมด Passion ไม่มีแรงบันดาลใจ ความเครียดต่อเนื่องทำให้หมดไฟ รู้สึกไม่อยากทำอะไร ควรเปลี่ยนบรรยากาศ พักสายตา พักใจ ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ เช่น ทำอาหาร ปลูกต้นไม้ หรือนั่งดูภาพสวย ๆ จากที่ที่อยากไป เพื่อเติมแรงบันดาลใจใหม่
- เริ่มมีโรคภัยมาเยือน ถ้าเริ่มป่วยง่าย ปวดหัว นอนไม่หลับ หรือเจ็บป่วยบ่อย แปลว่าร่างกายกำลังประท้วง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ กินข้าวตรงเวลา ไม่หักโหม และหากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ทันที
หากตรวจเช็กแล้วพบว่าตรงเกือบทุกข้อ และเริ่มรู้สึกเศร้า เหงา หรือเครียดหนัก ควรระบายกับคนในครอบครัว และหาช่องทางพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยเร็ว อย่าปล่อยให้ทั้งร่างกายและจิตใจบอบช้ำจนกลายเป็นปัญหาที่ยากรักษาในอนาคต
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข