ผลการศึกษาชี้ วัคซีนโควิด-19 เซฟชีวิต "คนไทย" ได้ถึง 490,000 คน
ผลการศึกษาเผยวัคซีนป้องกันโควิด-19 ช่วยรักษาชีวิตคนทั่วโลกไว้ได้ 19.8 ล้านคน ขณะที่ไทยเซฟชีวิตไว้ได้เกือบ 5 แสนคน
รศ.ดร.ชรินทร์ โหมดชัง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้เชี่ยวชาญด้าน Mathematic Modeling สำหรับโรคติดต่อ เผยถึงการประเมินผลของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่อการรักษาชีวิตคนไทยหรือเซฟชีวิตคนในประเทศไทย ระบุว่า
งานนี้เริ่มมาจากผลงานตีพิมพ์จากกลุ่มวิจัย MRC Centre for Global Infectious Disease Analysis ซึ่งสถาบันนี้เป็นหนึ่งในที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก โดยประเมินว่าหลังทั่วโลกได้รับวัคซีนครบ 1 ปี หรือตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค.2563 - 8 ธ.ค.2564 พบว่าวัคซีนสามารถช่วยชีวิตหรือเซฟชีวิตคนไว้ได้ประมาณ 19.8 ล้านคน
ซึ่งการศึกษานี้ ศึกษาใน 185 ประเทศทั่วโลกมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย ข้อมูลเฉพาะประเทศไทยพบว่าวัคซีนทุกชนิดในประเทศไทยสามารถเซฟชีวิตคนได้ถึง 382,600 คน
แต่สถานการณ์การระบาดในไทยยังไม่จบ เจอการระบาดจากโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 BA.4 และ BA.5 ต่อเนื่องเรื่อยมา ทางกลุ่มวิจัยจึงนำแบบจำลองตัวนี้มาทำต่อเป็นของประเทศไทย ตั้งแต่ 9 ธ.ค.2564 จนถึงวันที่ 3 ก.ค.2565 พบว่าวัคซีนโควิดสามารถช่วยรักษาชีวิตคนไทยได้เพิ่มอีกประมาณ 107,400 คน ซึ่งเมื่อรวบข้อมูลพบว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิดตั้งแต่ 28 ก.พ.64 - 3 ก.ค.65 สามารถช่วยชีวิตคนในประเทศไทยได้ประมาณ 490,000 คน
อัตราการเสียชีวิต
อัตราการเสียชีวิตของคนที่ติดโควิด-19 จะไม่เท่ากันทุกคน อายุเยอะยิ่งมีโอกาสเสียเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลก่อนมีวัคซีน แต่เมื่อมีการฉีดวัคซีนพบว่าอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยของคนติดโควิด-19 เริ่มลดลงเรื่อยๆ หลังฉีดวัคซีน และเริ่มลดลงอีกครั้งเมื่อฉีกเข็มกระตุ้น ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตทั่วโลกจากโควิด-19 น่าจะประมาณไข้หวัดใหญ่หรือต่ำกว่า
ต่อมาค้นพบว่าภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนจะลดลงตามเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสายพันธุ์โอมิครอนที่กำลังระบาดในขณะนี้ ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนลดลงเร็วมาก คนที่ติดสายพันธุ์ก่อนหน้าสามารถติดสายพันธุ์นี้ได้อีก
ดังนั้นการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจึงมีความจำเป็นเพื่อป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิต
วัคซีน LAAB เข้าไทยสัปดาห์หน้า ลุยฉีดกลุ่มป่วยเรื้อรัง ภูมิขึ้นไม่ดี