ผลสำรวจ “อนามัยโพล” ชี้คนไทยมีพฤติกรรมป้องกันโควิดลดลงเหลือ 74.1%
กรมอนามัยเผยผลสำรวจ “อนามัยโพล” พบคนไทยมีพฤติกรรมป้องกันโควิด ทั้งสวมแมสก์-เว้นระยะห่าง-ล้างมือ ลดลงเหลือ 74.1% ห่วงวันหยุดยาวอาจเสี่ยงระบาดเพิ่ม
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โรคโควิด-19 โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 ที่อาจส่งผลให้มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นนั้น การป้องกันตนเองด้วยหลัก UP (Universal Prevention) เพื่อลดความเสี่ยงของโรค ถือเป็นพฤติกรรมสุขภาพที่ประชาชนทุกวัยยังคงต้องปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง
แต่จากผลการสำรวจอนามัยโพลเกี่ยวกับแนวโน้มพฤติกรรมการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ระหว่างเดือนตั้งแต่พฤษภาคม - กรกฎาคม 2565
- สวมหน้ากาก ลดลงจาก 96.1% ในเดือนพฤษภาคม ลดลงเป็น 94.6% ในเดือนกรกฎาคม
- ล้างมือ ลดลงจาก 91.5% เป็น 88.1%
- การเว้นระยะห่าง ลดลงจาก 84.6% เป็น 78.6%
ในภาพรวม พบว่า ผู้ที่ทำได้ครบทั้ง 3 พฤติกรรม มีแนวโน้มลดลงอย่างมาก จาก 82% เป็น 74.1% เท่านั้น
“ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดยาวนี้ คาดว่าในหลายสถานที่ เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่งสาธารณะ และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ จะมีประชาชนไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการจึงต้องเข้มมาตรการป้องกันโรค โดยจัดให้มีจุดบริการล้างมือที่เพียงพอ และดูแลให้มีการระบายอากาศที่ดี เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย ขณะที่ผู้ใช้บริการขอให้สร้างสุขอนามัยที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการสวมหน้ากากเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นในสถานที่ที่มีความแออัด มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก และไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ รวมทั้งสถานที่ที่มีการระบายอากาศไม่ดี โดยเฉพาะกลุ่ม 608 และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ควรสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีตลอดเวลาเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยง และป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ด้วย” นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าว
“หมอยง” เผยโรคฝีดาษลิงยากต่อการควบคุม ไม่แสดงอาการระยะแรก
ข่าวปลอม! โกหกบ่อยส่งผลเสียต่อสมอง ทำให้ทำงานน้อยลง