3 ข้อเท็จจริง “เครื่องวัดอุณหภูมิ” เหตุผลที่ควรยกเลิกใช้คัดกรองโควิด
เปิด 3 ข้อเท็จจริงจาก HITAP เกี่ยวกับ “เครื่องวัดอุณหภูมิ” เหตุผลที่ควรยกเลิกใช้ตรวจคัดกรองโควิด
การใช้เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermoscan) เพื่อคัดกรองโควิด-19 ถือเป็นมาตรการหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19
ทว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องมีการทบทวนมาตรการที่ดำเนินการเพื่อปรับให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ล่าสุดผลการทบทวนมาตรการคัดกรองดังกล่าวของคณะกรรมการประมวลสถานการณ์โรคโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข (MOPH Intelligence Unit : MIU) พบว่า มาตรการนี้ให้ผลลวง ประสิทธิภาพต่ำ และไม่ช่วยป้องกันโควิด-19
โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (Health Intervention and Technology Assessment Program: HITAP) องค์กรวิจัยภายใต้สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเครื่องวัดอุณหภูมิ เพื่อไขข้อสงสัยสาเหตุที่ควรยกเลิกมาตรการดังกล่าว
1.) ไม่มีหลักฐานประสิทธิผลในการตรวจคัดกรอง
เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด หรือแบบสแกน (thermal imaging systems) มีประสิทธิผลในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 ต่ำ โดยมีค่าความไว (sensitivity) ตั้งแต่ 0%-39% ทั้งการใช้เครื่องที่สนามบินหรือที่โรงพยาบาล
นอกจากนี้ยังพบว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของเครื่องวัดอุณหภูมิแบบสแกนร่างกายในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 ดังนี้
- ผู้ป่วยโควิด-19 มากกว่าครึ่งไม่แสดงอาการ (53% [95% CI: 36%-70%])
- ผู้ป่วยสามารถปิดบังอาการไข้ได้ด้วยการรับประทานยาลดไข้ ใส่เสื้อผ้าหนาปกคลุมร่างกาย และการใช้เครื่องสำอาง เป็นต้น
- ความคลาดเคลื่อนของอุณหภูมิที่วัดได้อาจเกิดจากปัจจัยทางเทคนิค เช่น คุณสมบัติของเครื่องมือ มุมของกล้อง อุณหภูมิห้องคงที่ระหว่าง 18 – 24°C ความชื้นในอากาศคงที่ระหว่าง 20 – 75% เป็นต้น
มาแล้ว! 10 ส.ค. 65 เปิดจองวัคซีนเข็ม 3 สำหรับเด็กเล็ก 5-11 ปี กระตุ้นป้องกันโควิด 19
เปิดประสิทธิผลวัคซีนโควิด ฉีดเข็ม 3 ลดป่วย 90% เข็ม 4 อัตรายิ่งสูง
2.) ขาดหลักฐานชัดเจนในการป้องกันโรคอื่น ๆ
การคัดกรองด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิ นอกจากประเด็นเพื่อป้องกันโควิด-19 โดยตรงแล้ว ยังมีประเด็นอื่นให้พิจารณา แต่หลักฐานยังคงชี้ว่าให้ยกเลิกการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิ โดยมีข้อมูลดังนี้
- ประเด็นการคัดกรองอุณหภูมิช่วยคัดกรองโรคติดเชื้ออื่น ๆ
ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนของการคัดกรองอุณหภูมิของนักเดินทางที่ติดเชื้อในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก หรืออีโบล่า
ทั้งนี้ เชื่อว่ามาตรการคัดกรองต่าง ๆ ที่สนามบินก็เพียงชะลอการแพร่ระบาดของโรคแต่ไม่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้ นอกจากนี้อาจทำให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยมากเกินความเป็นจริง ส่งผลให้ละเลยมาตรการอื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น เว้นระยะห่าง ล้างมือ และสวมใส่หน้ากากอนามัย
- ประเด็นการคงมาตรการไว้เป็นการส่งสัญญาณป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยโรคติดเชื้อต่าง ๆ เดินทางออกจากที่พัก
ผู้อื่นที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงด้วยสาเหตุอื่น เช่น ผู้ดื่มแอลกอฮอล์ สตรีตั้งครรภ์ หรือมีประจำเดือน ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้คนเหล่านี้ต่างมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ อาจทำให้เกิดการตีตราต่อบุคคลเหล่านี้ได้
- ประเด็นที่สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ยังแนะนำให้คัดกรองอุณหภูมิในสนามบิน
สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศตระหนักดีว่าไม่มีมาตรการป้องกันใดที่ได้ผลดีที่สุด และต้องมีการทบทวนประสิทธิผลของมาตรการต่าง ๆ อยู่เป็นระยะเพื่อดำเนินเฉพาะมาตรการที่มีหลักฐานพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ และควรคำนึงถึงการติดขัด ความล่าช้า และไม่สะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญด้วย
3.) หลายประเทศยกเลิกตรวจวัดอุณหภูมิ คัดกรองโควิด-19
หลายประเทศยกเลิกมาตรการคัดกรองด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิแล้ว ดังนี้
- สหราชอาณาจักร มีคำแนะนำสำหรับภาคธุรกิจโดยระบุว่าไม่จำเป็นต้องมีการคัดกรองอุณหภูมิแล้ว
- สิงคโปร์ ยกเลิกการคัดกรองอุณหภูมิในพื้นที่สาธารณะตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุม และมีมาตรการตรวจคัดกรองที่สม่ำเสมอ
- สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันไม่มีคำแนะนำเรื่องการวัดอุณหภูมิสำหรับคัดกรองโควิด-19 ทั้งนี้ หน่วยงานท้องถิ่นอาจมีการดำเนินนโยบายที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐ
- แคนาดา ยกเลิกคำแนะนำเรื่องการคัดกรองอุณหภูมิสำหรับคัดกรองโควิด-19 ไปแล้วแม้จะดำเนินการในช่วงต้นของการแพร่ระบาด ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายในแต่ละรัฐอาจแตกต่างกันไป
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า “เครื่องวัดอุณหภูมิ” ในการคัดกรองผู้ป่วยโควิด อาจไม่จำเป็นอีกต่อไป ทำให้เมื่อไม่นานมานี้กระทรวงสาธารณสุขชงศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ยกเลิกใช้มาตรการดังกล่าวในการตรวจคัดกรอง ก่อนเข้าสถานที่ราชการและสนามบินแล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก : HITAP
ระวัง 3 อาการพบบ่อย สัญญาณบอกโรคภายในของคุณผู้หญิง