25 สิงหาคม “วันจูบปากคืนดีสากล” ขยับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิด
25 สิงหาคม “วันจูบปากคืนดีสากล” หรือ “Kiss and MakeUp Day” ชวนละทิ้งความโกรธ ขยับความสัมพันธ์ที่ห่างเหินให้กลับมาใกล้ชิด
วันที่ 25 สิงหาคมของทุกปี คือ “วันจูบปากคืนดีสากล” หรือ “Kiss and MakeUp Day” ถือเป็นวันสำคัญสากลที่มีความเชื่อว่าเป็นการปลดปล่อยความแค้น ความโกรธ และความขุ่นเคืองออกจากจิตใจ ด้วยการส่งเสริมให้ผู้คนหันมาคืนดีให้กับใครก็ตามที่เหินห่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่ทำงาน โรงเรียน หรือคนในครอบครัว เป็นโอกาสอันดีที่จะละทิ้งความแตกต่างทั้งหมด และทำให้คนใกล้ตัวเรารู้ว่าแม้จะมีการทะเลาะ โต้เถียงกัน แต่เขาก็ยังมีความหมายกับเรามาก
ประวัติ “วันจูบปากคืนดีสากล”
จุดเริ่มต้นของการจูบ เกิดขึ้นเมื่อ 1500 ปีก่อนคริสตกาล มีบันทึกข้อมูลว่า ในอินเดียพวกเขามักจะถูจมูกเพื่อแสดงความรัก จนกระทั่งใครบางคนเกิดเหตุสะดุดล้มลงจนริมฝีปากของพวกเขาไปสัมผัสกัน จังหวะนั้นความสุขจากการจูบจึงถูกค้นพบขึ้น และในช่วง 300 ปีก่อนคริสตกาล จึงมีการจูบกันทั่วอินเดีย โดยทหารผู้พิชิตของอเล็กซานเดอร์มหาราช ในไม่ช้าการจูบก็กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก
มิชชันนารีชาวโรมันถูกส่งไปทั่วยุโรป เพื่อกระจายข่าวเรื่องการจูบด้วยริมฝีปากของพวกเขาเอง ที่สำคัญพวกเขายังแยกประเภทการจูบในสมัยก่อนออกเป็น “การจูบแบบมิตรภาพ” หรือ “osculum”, “การจูบแบบปากต่อปากสุดโรแมนติก” หรือ “basium” ไปจนถึง “การจูบแบบฝรั่งเศส” หรือ “French Kiss” ทำให้การจูบกลายเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของวัฒนธรรม
แต่ความนิยมในการจูบ กลับถูกลบเลือนให้หายไปในอังกฤษในช่วงทศวรรษที่ 1660 เนื่องมาจากกฎหมายของโบสถ์ที่เข้มงวด และโรคระบาดครั้งใหญ่ในลอนดอน แต่ท้ายที่สุดการจูบก็กลับมาเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอีกครั้ง ซึ่งมาพร้อมกับการจับมือ (Shake hands)
นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องเล่าที่บ่งบอกถึงความเป็นมาของ “วันจูบปากคืนดีสากล” ที่น่าสนใจ คือ เรื่องราวของชาวแลงคาสเตอร์เมื่อพวกเขาแย่งชิงมงกุฎอังกฤษในศตวรรษที่ 15 แต่สงครามที่บาดหมางกันได้ยุติลง เมื่อพระเจ้าเฮนรีที่ 4 แห่งอักฤษ (Henry IV) แต่งงานกับเอลิซาเบธแห่งยอร์ก (Elizabeth of York) ทำให้ทั้งสองครอบครัวกลายเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยการจูบ
การเฉลิมฉลอง
การโกรธกับคนที่เรารัก ไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพกาย และใจของตัวเองด้วย ดังนั้นเราควรใช้โอกาสในวันนี้ด้วยการให้ภัยกัน เพื่อปลดปล่อยความขุ่นเคืองใจและตอบแทนความดีให้กับคนรอบตัวของเรา
ประโยชน์ของการจูบ
การจูบ นอกจากจะทำให้รู้สึกดีและมีความสุขแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย ดังนี้
- ช่วยลดความดันโลหิต เพราะเวลาจูบหัวใจเราจะเต้นแรง และทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยให้เลือดไหลไปล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ดี
- สุขภาพในช่องปากดีขึ้น เพราะการจูบอย่างดูดดื่มจะช่วยกระตุ้นน้ำลาย ที่จะช่วยขจัดเศษอาหารที่ตกค้างในซอกฟัน และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ช่องปาก เหงือก และฟันแข็งแรงขึ้น
- ช่วยเผาผลาญแคลอรี และทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าแข็งแรง เพราะการจูบ 1 นาที สามารถเผาพลาญพลังงานได้ 2-6 แคลอรี และระหว่างการจูบจะมีการใช้กล้ามเนื้อบนใบหน้าถึง 30 มัด ทำให้ใบหน้าของเราเต่งตึงแน่นกระชับขึ้นด้วย
ข้อควรระวังของการจูบ
แต่การจูบนี้ จะต้องเป็นการจูบเฉพาะกับคนที่เราไว้ใจจะดีที่สุด เพราะการจูบอาจทำให้ป่วยหรือติดโรคกลับมาด้วยได้ ดังนี้
- ไอและมีไข้ขึ้น เพราะอีกฝ่ายมีเชื้อไวรัสหรือกำลังป่วยอยู่
- เจ็บคอ เป็นแผลในช่องปาก และอาจทำให้ต่อมทอนซิลบวมได้
- ไวรัสโรคเริม หรือ ไวรัสตับอักเสบบี
- โรคหูด หรือ เนื้องอกขนาดเล็กที่อาจลุกลามเป็นมะเร็งในช่องปากได้
- โรคมือ เท้า ปาก
- ฟันผุ เพราะการจูบเป็นช่องทางการแพร่
อ้างอิงข้อมูลจาก : National Today