"ฮีทสโตรก" อันตรายถึงชีวิตเมื่อติดในรถ แนะวิธีป้องกันก่อนเกิดเหตุสลด
ความร้อนภายในรถที่สูงขึ้นคือสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่ติดอยู่ในรถเสียชีวิต กรมควบคุมโรคแนะ 3 ข้อป้องกัน
จากรณีเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ถูกพบเสียชีวิตในรถตู้รับ-ส่งนักเรียน ครู ยอมรับลืมเด็กไว้ในรถตั้งแต่เช้า กระทั่งเลิกเรียนถึงทราบเรื่อง สร้างความเศร้าสลดให้กับโลกโซเชียลไม่น้อย เพราะเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่มีบทเรียนเป็นตัวอย่างมาแล้วนั้น
ด้านกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยข้อมูลการทดสอบกรณีเด็กติดในรถที่จอดกลางแดด ของศูนย์วิจัยสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่า
เด็กส่วนใหญ่ที่ติดอยู่ในรถไม่ได้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ แต่เป็นเพราะความร้อนภายในรถที่สูงขึ้น หากเด็กติดอยู่ในรถที่จอดกลางแดด 5 นาที อุณหภูมิจะสูงขึ้นจนไม่สามารถทนได้
พร้อมแนะ 3 ข้อ “นับ ตรวจตรา อย่าประมาท” เพื่อป้องกันการลืมเด็กในรถ
- นับ : นับจำนวนเด็กก่อนขึ้นและหลังลงจากรถทุกครั้ง
- ตรวจตรา : ก่อนล็อคประตูรถ ตรวจดูให้ทั่วรถ
- อย่าประมาท : อย่าทิ้งเด็กไว้เพียงลำพังแม้ช่วงเวลาสั้นๆ
รู้จักโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heatstroke)
โรคลมแดดเป็นภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เมื่อเกิดอาการควรได้รับการรักษาในทันที เพราะอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อหัวใจ สมอง ไต และกล้ามเนื้อ หากได้รับการรักษาที่ล่าช้า อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้
เมื่อรถยนต์จอดอยู่กลางแดด แสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาทางหน้ากระจกรถจะเป็นรังสีคลื่นสั้น เมื่อแสงส่องผ่านกระจกเข้ามาในรถยนต์จะกลายเป็นรังสีคลื่นยาวและถูกบล็อกเอาไว้ เนื่องจากกระจกไม่ยอมให้รังสีคลื่นยาวสะท้อนออกไป ทำให้เกิดความร้อนอยู่ข้างใน สูงมากกว่าภายนอกถึง 20 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่ออุณภูมิในร่างกายของคนสูงถึง 40 องศา จะทำให้เกิดอาการโรคลมแดด โดยเฉพาะเด็กที่ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว หากทิ้งเด็กไว้ในรถยนต์จะเสียชีวิตภายในเวลา 30 นาที
อาการของโรคลมแดด
- ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงถึง 40 องศา
- ไม่มีเหงื่อออก รู้สึกกระหายน้ำมาก
- หายใจถี่ ชีพจรเต้นแรง
- ปวดศีรษะ หน้ามืด ความดันโลหิตต่ำ
- อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน
- อาจถึงขั้นชักกระตุก เกร็ง และหมดสติไป
พบคนเป็นลมแดด ควรดูแลให้ดีก่อนนำส่งโรงพยาบาล
- หากพบผู้มีอาการโรคลมแดด ขอให้รีบนำเข้าที่ร่มอากาศถ่ายเทได้สะดวก
- ให้นอนราบยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียน
- ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้น คลายชุดชั้นใน
- ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น น้ำแข็งประคบตามซอกคอ หน้าผาก รักแร้ ขาหนีบร่วมกับใช้พัดลมเป่า เพื่อระบายความร้อนและลดอุณหภมิร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด
- หากไม่หมดสติให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, โรงพยาบาลพญาไท 2, โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4