“LAAB”ยาเสริมภูมิสู้โควิดกลุ่มเสี่ยง ผลข้างเคียงต่ำ-ต้าน BA.4/BA.5 ได้
ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป “LAAB” ถือเป็นทางเลือกเสริมภูมิสู้โควิด-19 ให้กลุ่มเปราะบาง หลังพบผลข้างเคียงต่ำ-ต้าน BA.4 /BA.5 ที่กำลังระบาดอยู่ได้
อุปสรรคของการใช้ชีวิตในช่วงเปลี่ยนผ่านการระบาดใหญ่ (Pandemic) ของโควิด-19 ไปสู่โรคประจำถิ่น (Endemic) คือ การที่มาตรการป้องกันต่างๆ เริ่มผ่อนคลาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้มากที่สุด ในขณะที่ โควิด-19 สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ยังคงแพร่ระบาดอยู่ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
การฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส เพื่อช่วยลดอาการเจ็บป่วยรุนแรงรวมไปถึงการเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งในกลุ่มผู้ที่เคยป่วยโควิด-19 มาก่อน และผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อโควิด-19
อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยโควิด-19 รุนแรง เนื่องจากมีข้อจำกัดในการรับวัคซีน อาทิ ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด และผู้ป่วยมะเร็งอื่นๆ ที่ได้รับเคมีบำบัด ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิหลังจากการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคไตกว่า 200,000 ราย ในประเทศไทย ที่มีอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 สูงกว่าประชากรทั่วไป
“LAAB” ทางเลือกเสริมภูมิให้กลุ่มเสี่ยง
นายธนพลธ์ ดอกแก้ว นายกสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย เปิดเผยให้เห็นถึงปัญหาของผู้ป่วยโรคไตว่า ผู้ป่วยโรคไตส่วนใหญ่ นอกจากจะมีภูมิคุ้มกันน้อยแล้ว ยังมีภาวะแทรกซ้อนของโรคต่างๆ ดังนั้นเมื่อไรที่ร่างกายรับเชื้อไโควิด-19 เข้าไปอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือกด้วยเครื่องไตเทียม
เนื่องจากหน่วยบริการล้างไตที่สามารถรองรับผู้ป่วยโรคไตที่เป็นโควิด-19 ได้ มีไม่เพียงพอ จึงเกิดปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นของเสียคั่งหรือน้ำท่วมปอด ซึ่งของเสียพวกนี้ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายแย่ลง ส่งผลให้ติดเชื้อง่าย และนำไปสู่การเสียชีวิตในท้ายที่สุด
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย จึงได้จัดงานเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับ LAAB (Long-acting Antibody) หรือ แอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว ที่จะเข้ามาเป็นทางเลือกเพื่อลดความเสี่ยงในกลุ่มประชากรที่เปราะบางและมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ทั้งนี้ LAAB ไม่ได้เข้ามาแทนที่วัคซีน เพราะการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยังคงเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตในประชากรหมู่มาก ดังนั้น LAAB จึงเป็นทางเลือกในการช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อวัคซีนได้น้อยกว่าคนทั่วไป
สำหรับ LAAB เป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างแอนติบอดีสองชนิด ได้แก่ tixagevimab และ cilgavimab ใช้ฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อสะโพกทีละข้าง พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้ทันทีหลังฉีด 6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19
โดยยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาแบบมีเงื่อนไขในประเทศไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับใช้เพื่อการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปี และมีน้ำหนักอย่างน้อย 40 กก. ซึ่งสามารถลบล้างฤทธิ์เชื้อไวรัสสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ที่กำลังระบาดอยู่ได้
ญี่ปุ่น-EU ขึ้นทะเบียนยา LAAB รักษาโควิด ด้านไทยอยู่ระหว่างยื่นเอกสาร
อัปเดต! 3 วัคซีนโควิดฝีมือคนไทย คาดขึ้นทะเบียนได้ใช้จริงปี 66-67
ผลข้างเคียงน้อย ใช้ได้ดีในคนภูมิต่ำ
ส่วนเกณฑ์การให้ยา LAAB นั้น มุ่งเน้นใช้กับ ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูก คือ กลุ่มคนไข้เป้าหมายตามประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขฉบับแรก ดังนั้นหากผู้ป่วยอยู่ในเกณฑ์การรับยา LAAB ก็สามารถแจ้งแพทย์เจ้าของไข้ ณ โรงพยาบาลต้นสังกัด เพื่อให้แพทย์เจ้าของไข้ได้ประเมินพร้อมแจ้งความจำนงไปทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อจัดสรรยา
สำหรับผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ ที่ทางผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิชาชีพมองว่าน่าจะได้รับประโยชน์จากยากลุ่มนี้อีก ประกอบด้วย
- ผู้ป่วยโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่กำลังได้รับการรักษาหรือเพิ่งหยุดการรักษาภายใน 6 เดือน
- ผู้ป่วยโรคทางโลหิตวิทยาที่กำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
- ผู้ป่วยโรคไตที่กำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
- ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบและแพ้ภูมิตัวเองที่กำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาและต้องรอประกาศจากกระทรวงฯ ต่อไป
ในทางปฏิบัติ ผู้ป่วยควรรับยาในวันที่ไม่ได้มีอาการผิดปกติ เช่น ไม่ได้อยู่ในระหว่างมีอาการป่วยหรือเพิ่งหายป่วย และควรเว้นระยะห่างในการฉีดยาปฏิชีวนะหรือการฟอกเลือดอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหากผู้ป่วยเพิ่งรับวัคซีนมาควรเว้นระยะ 2 สัปดาห์ขึ้นไป
หลังได้รับยา LAAB ควรมีการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจากการศึกษาวิจัย พบว่า LAAB มีผลข้างเคียงที่ยอมรับได้และไม่มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง ส่วนมากมักพบอาการปวดชั่วคราวบริเวณจุดที่ฉีดยาเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยะ นับว่าเป็นอีกกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากความจำเป็นที่ต้องรับประทานยากดภูมิอยู่เป็นประจำทำให้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เมื่อฉีดวัคซีนภูมิจะไม่ขึ้น ซึ่งข้อมูลการฉีด LAAB แก่ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะในต่างประเทศ ณ ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง รวมถึงไม่มีผลต่ออวัยวะที่ปลูกถ่าย ดังนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงเป็นอีกกลุ่มที่เข้าเกณฑ์การรับยา LAAB เช่นกัน
ถึงไทยแล้ว! “LAAB” 7 พันโดสแรก เริ่มฉีดกลุ่มเสี่ยงโควิดภูมิฯต่ำวันนี้
ครั้งแรกของโลก "ญี่ปุ่น" อนุมัติใช้ LAAB ป้องกันและรักษาโควิด-19