มติศบค.ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผล 30 ก.ย.ใช้ พรบ.โรคติดต่อคุมโควิด
การประชุมวันนี้ ได้มีการรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์และมีเหตุจำเป็นในการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในภาพรวมของโลกดีขึ้นมีผู้ป่วยโควิดรายใหม่มีแนวโน้มลดลง รวมไปถึงผู้เสียชีวิตด้วย
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) แถลงภายหลังการประชุม ว่า ได้มีมติให้มีการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกจังหวัด โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 ก.ย. 2565 เป็นต้นไป และถือเป็นการสิ้นสุดของ ศบค.ไปด้วย
การประชุมวันนี้ ได้มีการรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์และมีเหตุจำเป็นในการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในภาพรวมของโลกดีขึ้นมีผู้ป่วยโควิดรายใหม่มีแนวโน้มลดลง
รวมไปถึงผู้เสียชีวิตด้วย ซึ่งประชาชน ผู้ประกอบการ สามารถดำเนินชีวิต และขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และกิจกรรมทางสังคม ได้ตามปกติ อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการปรับให้โควิด 19 จากโรคติดต่ออันตรายเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง และได้มีการจัดทำกรอบนโยบายและแนวปฏิบัติของภาคประชาชน ภาคเอกชน ประชาชน ภายหลังโควิด 19 ระดับสู่การเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังอย่างชัดเจนแล้ว โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการวางแนวทางนี้ไว้ก่อนแล้ว โดยทุกอย่างเป็นไปตามคาดการณ์
ทั้งนี้ ในส่วนของแผนปฏิบัติการควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19 รองรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หลังจากไม่มีศบค.แล้ว ทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเข้ามาดูแลในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุขโดยใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ขณะนี้ ประเทศไทยมีอัตราการป่วย-ตาย อยู่ที่ 0.1% อัตราการครองเตียง 11-24% พร้อมย้ำว่า เตียงที่อยู่ในระบบสาธารณสุข ที่มีอยู่ 1 แสนเตียง ยังสามารถรองรับผู้ป่วยติดเชื้อได้ รวมทั้งได้มีการ
กำหนด 4 ยุทธศาสตร์แผนปฏิบัติการ
ด้านการป้องกันเฝ้าระวังและควบคุมโรคมี 5 มาตรการ
- มาตราการเร่งรัดการฉีดวัคซีน
- มาตราการเผ้าระวังและควบคุมการระบาด
- มาตราการด้านสุขอนามัย
- การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในกลุ่มประชากรพิเศษแช่นแรงงานต่างด้าว เรือนจำ โรงเรียน
- กลไกการจัดการกรณียกระดับสถานการณ์แพร่ระบาดระลอกใหม่
ด้านการแพทย์และรักษาพยาบาลมี 4 มาตรการ
- มาตราการเตรียมระบบวินิจฉัย
- มาตราการรักษาพยาบาล
- มาตราการเข้าถึงยารักษาโควิด 19 ของประชาชน
- จัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันดูแลรักษาผู้ป่วยโรงติดต่อแห่งชาติ
ด้านการสื่อสารความเสี่ยงประชาสัมพันธ์และข้อมูลสารสนเทศมี 3 มาตรการ
- มาตราการสร้างความรู้ระดับบุคคลและเครือข่ายชุมชน
- มาตราการสร้างความรู้ระดับองค์กร ผู้ประกอบการ
- มาตราการข้อมูลระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ด้านบริหารจัดการกฎหมายสังคมและเศรษฐกิจมี 5 มาตรการ
- การปรับปรุงพรบ. โรคติดต่อ พ.ศ.2558
- บูรณาการความร่วมมือ ภายใต้ พรบ. โรคติดต่อ พ.ศ.2558
- การสื่อสารการมีความส่วนร่วมในการจัดการทั้งใน กทม/อำเภอ เมืองที่เกิดการระบาด
- พัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างกระทรวงและเอกชน
- การกำกับติดตามความก้าวหน้าของแผนกฎหมาย
อนุทิน มีแผนรับมือต่อ ศบค.ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ชัดโควิดไม่ต้องกักตัว
ส่วนโครงสร้างการดำเนินงานในการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 9 ในระยะที่โรคติดเชื้อโควิด 19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ยังสามารถรับวัคซีนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
นพ.ทวีศิลป์ ในฐานะที่เป็นโฆษก ศบค.ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพ เพื่อที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติและได้ขอขอบคุณทุกคนในการทำงานที่ผ่านมา อย่างเข้มแข็ง ทำให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ที่มีความยุ่งยากซับซ้อนจนได้รับคำชื่นชมในระดับโลก และในตอนนี้ได้กลับไปสู่โรคที่ต้องเฝ้าระวัง ที่ได้ดำเนินงานมาตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ที่ได้ขอบคุณที่ประชุม และขอให้ส่วนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการและทำงานต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ให้เกิดความเรียบร้อยต่อไป
เปิดวาระ “ประวิตร” นั่งประธาน ศบค.ชุดใหญ่ ก่อนปลดโควิดพ้นโรคอันตราย
"ประวิตร" ยัน เห็นชอบ ยกเลิก พ.ร.ก ฉุกเฉิน ไม่ห่วงสถานการณ์การเมือง