คลายทุกข้อสงสัยโควิด “XBC” ทำไมติดซ้ำได้-ควรฉีดวัคซีนกี่เข็ม
คลายทุกข้อสงสัยโควิดลูกผสมเดลตาครอน “XBC” ที่ทั่วโลกกำลังจับตาและพบในคนไทยแล้ว 1 คน ว่าทำไมถึงทำให้ติดเชื้อซ้ำได้ และควรฉีดวัคซีนกี่เข็มเพื่อรับมือ
หลังมีข่าวว่าทั่วโลกกำลังเฝ้าระวังโควิดลูกผสมเดลตาครอน หรือที่เรียกกันว่า “XBC” ที่กำลังเริ่มแพร่ระบาดแทนที่โอมิครอนสายพันธุ์ย่อยหลักในปัจจุบัน “BA.5” ซึ่งได้รับการประเมินว่าเป็นไวรัสโควิดที่มีศักยภาพในการโจมตีปอดอย่างเดลต้า และอาจแพร่ระบาดได้รวดเร็วเหมือนโอมิครอน
ทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่าโควิดกลายพันธุ์นี้จะน่ากลัวหรือไม่ สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดี หรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นไหม เพราะปัจจุบันนี้ก็พบผู้ติดเชื้อในไทยแล้ว 1 คน
ล่าสุด นายแพทย์พงศกร จินดาวัฒนะ ผู้อำนวยการอาวุโสโครงการพิเศษพัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสาร ประจำศูนย์การแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ออกมาคลายทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับโควิดลูกผสม XBC ดังนี้
ข้อมูลทางการแพทย์ยังไม่พบว่ามีความรุนแรง
ธรรมชาติของโควิดนั้น คล้ายกับไข้หวัดใหญ่ คือ จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเมื่อเทียบกันแล้วกับคนที่เคยเป็นไข้หวัดใหญ่ โควิดลูกผสมเดลต้าครอนที่เกิดการกลายพันธุ์มานี้ จึงสามารถทำให้ประชาชนติดได้อีก เพราะหน้าตาของเชื้อไม่เหมือนเดิมแล้ว จากการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเรื่อยๆ นั่นเอง
แต่หากว่าโควิดกลายพันธุ์นี้แข็งแรง ก็จะพัฒนาขึ้นมาเป็นสายพันธุ์หลัก อย่างไรก็ตามการขึ้นมาเป็นสายพันธุ์หลักของประเทศ ไม่ได้หมายความว่า เราจะติดหรือไม่ติด เพราะไม่ว่าจะเป็นเชื้อหลัก หรือเชื้อไหนก็ตาม เราก็ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่รอบตัว ก็ระวังไว้ก่อนดีกว่า
ทั้งนี้ปัจจัยการติดเชื้อ มีอยู่ด้วยกัน 2 ปัจจัยหลักๆ คือ 1.) สุขภาพส่วนตัวของเรา และ 2.) วัคซีนก่อนหน้านี้ เราได้เราไปมากน้อยแค่ไหน ถ้าเราได้รับจำนวนมากเข็ม มีโอกาสที่ภูมิจะแข็งแรง ลดโอกาสติดเชื้อได้มากกว่าคน 1 เข็ม หรือไม่ได้รับเลย
เพราะฉะนั้นจะร้ายแรงกว่าสายพันธุ์อื่นไหม ในทางการแพทย์ไม่ได้มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญชัดเจน โดยข้อมูลการวิจัยทางการแพทย์หรือข้อมูลจากหลายๆ สถาบันทางการแพทย์ ระบุว่า โควิดกลายพันธุ์นี้เพิ่มโอกาสให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเชื้อมีหน้าตาใหม่ แต่เรื่องของความรุนแรงนั้น ไม่มาก ยังไม่มีนัยสำคัญว่าพบการเสียชีวิตหรือมีการปอดอักเสบมากกว่า ดังนั้นขออย่าเพิ่งกังวลไป
3 สาเหตุสำคัญทำให้เกิดการระบาดช่วงสิ้นปี
ทำไมการระบาดของโควิดถึงเพิ่มขึ้นในช่วงสิ้นปี จนหลายคนมักพูดกันว่า สิ้นปีทีไรก็มักจะพบการระบาดเพิ่มขึ้นทุกที สาเหตุ.ของการระบาดนี้สามารถอธิบายได้จาก 3 ปัจจัย ได้แก่
1.) การผ่อนคลายในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ถ้าเรามองหันไปรอบตัวจะเห็นว่ามีการผ่อนคลายการดำเนินชีวิตมากขึ้น อย่างบางคนไปในที่สาธารณะก็ไม่มีการใส่หน้ากากอนามัยแล้วเป็นต้น อาจด้วยการฉีดวัคซีนกันไปหลายเข็มแล้ว และถึงเวลาที่ต้องกลับใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
2.) ระยะเวลาการฉีดวัคซีน ส่วนใหญ่เราจะระดมฉีดวัคซีนกีนในช่วงต้นปี พอกลางปีมาแล้ว จะสังเกตว่า ไม่ค่อยมีคนพูดถึงการฉีดวัคซีน ขณะเดียวกันศูนย์วัคซีนก็ปิด แต่ด้วยธรรมชาติของโรคทางเดินหายใจ เมื่อระยะเวลาผ่านไป 4-6 เดือน ภูมิคุ้มกันจะเริ่มลดลง เพราะฉะนั้นโอกาสที่เราจะไปเจอเชื้อแล้วติดจึงง่ายขึ้น
3.) เชื้อกลายพันธุ์ เชื้อโควิดปลายปีนี้กับตอนต้นปี หน้าตาไม่เหมือนกัน การเพิ่มขึ้นของเชื้อโควิดกลายพันธุ์ใหม่ๆ จึงทำให้เรามีโอกาสติดเชื้ออีกครั้ง
โควิดติดซ้ำได้หลายรอบ
โควิดมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เรื่อยๆ เมื่อหน้าตาของเชื้อไม่เหมือนเดิม ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดมาก่อนหน้านี้แล้ว หรือผู้ที่ไม่เคยป่วยโควิดมาก่อนก็มีโอกาสติดซ้ำหรือติดเชื้อได้ ซึ่งในประสบการณ์ที่เคยเจอมาพบคนเคยติดโควิดซ้ำมามากถึง 3 รอบ อย่างไรก็ตามไม่มีสถิติที่บ่งชี้ได้ว่า คนเราจะติดโควิดซ้ำได้กี่รอบ แต่ขึ้นอยู่กับหน้าตาของเชื้อ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น สุขภาพร่างกายของเรา และภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติหรือวัคซีนด้วย หากใครเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวไม่มีโรคประจำตัว หรือมีภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิดยังสูงอยู่ ย่อมลดโอกาสติดเชื้อโควิดได้มากกว่า
ติดโควิดรอบหลัง ไม่สามารถป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ แต่ลดความเสี่ยงได้
การติดเชื้อโควิดในการระบาดรอบหลังๆ หรือการฉีดวัคซีนกระตุ้น ซึ่งปัจจุบันพัฒนามาจากโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิมอย่างอู่ฮั่น หรือแม้แต่วัคซีนรุ่นสองเอง ที่พัฒนามาจากโควิดสายพันธุ์เดลต้าและโอมิครอน ทำให้มีภูมิคุ้มกันที่จะช่วยป้องกันโควิดกลายพันธุ์ได้ระดับนึงเท่านั้น ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์ใหม่ได้ 100 % เพราะหน้าตาของเชื้อเปลี่ยนไป
แต่ถ้าเรามีภูมิคุ้มกันต่อโควิดหลายสายพันธุ์ ก็จะทำให้เราสามารถรับมือกับการติดเชื้อได้ดีขึ้น เช่น โอกาสติดโควิดน้อยลง หรือมีอาการป่วยลดน้อยลง หายป่วยได้เร็วขึ้น
วัคซีนยังเป็นเครื่องมือสำคัญสู้โควิด
วัคซีนแม้จะมีผลข้างเคียง หรือเคยมีข่าวระบุว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสียชีวิต แต่จากสถิติ โอกาสที่จะทำให้เสียชีวิตนั้นน้อยกว่า 0.1% ดังนั้นแล้วเมื่อเทียบกับการติดเชื้อ แล้วร่างกายต้องทรุดโทรมลง ทางการแพทย์จึงมองว่าประโยชน์ของการฉีดวัคซีนมีมากกว่าโทษ แต่ยอมรับว่าผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยๆ คือ อาการปวดบริเวณฉีด หรือครั่นเนื้อครั่นตัว อย่างไรก้ตามผลข้างเคียงในแต่ละบุคคลจะมากหรือน้อยขนาดไหน ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วย
เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และอาการป่วยหนัก แนะนำว่าคนที่ยังฉีดวัคซีนไม่ถึงเข็มที่ 4 และ 5 ควรไปฉีดวัคซีน ส่วนคนที่ฉีดเข็ม 4 หรือ เข็ม 5 แล้ว ถ้านานกว่า 4-5 เดือน ควรฉีดกระตุ้นอีกครั้ง เพราะภูมิคุ้มกันของวัคซีนจะลดลงตามธรรมชาติ และหากคุณเป็นกลุ่มเสี่ยง คือ ต้องพบปะผู้คนบ่อย หรือทำงานในที่สาธารณะ สามารถฉีดกระตุ้นทุก 4 เดือนได้
ทั้งนี้ในการฉีดวัคซีนของผู้ป่วยโควิด ขอให้นับการติดเชื้อนั้น เปรียบเสมือนเป็นการฉีดวัคซีน 1 เข็ม นั่นหมายความว่า หากหายป่วยมาแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป ก็สามารถรับวัคซีนอีกครั้งได้เช่นกัน
เอกซเรย์ปอดหลังหายป่วยโควิด จำเป็นสำหรับกลุ่มเสี่ยง
จากข้อมูลในตอนนี้ สำหรับผู้หายป่วยจากโควิดแล้ว ในกลุ่มเสี่ยง 608 (ผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี, ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง และ หญิงตั้งครรภ์) ควรเอกซเรย์ปอดทุกคน แต่ถ้าเป็นคนแข็งแรงดีไม่จำเป็น ยกเว้นในกรณีที่หายป่วยแล้ว ไอหนักมากจนไม่ได้หลับ เจ็บหน้าแก หรือพูดไม่รู้เรื่อง
โควิดกลายพันธุ์ลูกผสม XBC นี้ มีข้อมูลพบว่าแพร่ได้ไวจริง แต่ความรุนแรงนั้นยังไม่พบข้อมูลบ่งชี้ว่าจะทำให้เกิดอาการปอดอักเสบหรือป่วยหนักมากขึ้น อย่างไรก็ตามสามารถทำให้ติดเชื้อซ้ำได้ ดังนั้นขอให้ทุกคนป้องกันตัวเอง ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ รวมถึงฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น สิ่งเหล่านี้ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราห่างไกลจากโควิดได้
อัปเดต ! สิทธิบัตรทองป่วยโควิด-19 รับบริการออนไลน์ได้ที่ไหนบ้าง ?
เชิญชวนหญิงไทยคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ฟรี ระหว่าง 9-10 ธันวาคมนี้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ