สธ. เผย “อะมีบา” ไม่ติดต่อระหว่างคน หลังชายชาวเกาหลีใต้กลับจากไทยเสียชีวิต
กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนที่สำลักน้ำใช้หรือเล่นน้ำที่ไม่สะอาดจากเเหล่งน้ำสาธารณะ เสี่ยงติดเชื้อโรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบา หลังพบชาวเกาหลีใต้เสียชีวิตจากโรคนี้ 1 ราย หลังเดินทางกลับจากไทย พร้อมเเนะนำ 4 วิธีป้องกันติดเชื้ออะมีบา แม้โรคนี้จะพบน้อย พร้อมแสดงความเสียใจกับการสูญเสีย
จากกรณีศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ (KDCA) ยืนยันว่า ชายสัญชาติเกาหลีวัยประมาณ 50 ปีเสียชีวิตด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบาชนิดนีเกลอเรีย (Naegleria fowleri) หลังเดินทางกลับจากประเทศไทย โดยชายดังกล่าวเดินทางกลับถึงเกาหลีใต้ในวันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. หลังพำนักอยู่ในไทยเป็นเวลา 4 เดือน ก่อนถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลในวันถัดมา และเสียชีวิตเมื่อวันพุธ (21 ธ.ค.)
ที่ผ่านมารายงานระบุว่า ชายรายนี้ถือเป็นผู้ติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบารายแรกในเกาหลีใต้ โดยผู้ติดเชื้อรายแรกของโลกตรวจพบที่รัฐเวอร์จิเนียในปี 2480
นายเเพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานดังกล่าว โดยโรคสมองอักเสบมักมีอาการ 1-12 วันหลังได้รับเชื้อ (เฉลี่ยประมาณ 5 วัน) ที่เข้าทางจมูกและเชื้อเข้าสมองผ่านเส้นประสาทรับกลิ่น (olfactory nerve) โดยอาการที่พบ ได้แก่ ปวดศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้อาเจียน คอแข็ง ความรู้สึกตัวลดลง ชักเกร็ง อาการจะค่อยๆ แย่ลงและเสียชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม
โรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบา Naegleria fowleri พบได้ทั่วโลก ในช่วง 40 ปี (2526-2564) ประเทศไทยพบเพียง 17 ราย ในจำนวนนั้น 14 คน (ร้อยละ 82) เสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 12 ปี (ต่ำที่สุด 8 เดือน มากที่สุด 71 ปี) เป็นสัญชาติไทย 16 ราย เเละสัญชาตินอร์เวย์ที่เดินทางกลับจากไทย 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่พบช่วงฤดูร้อน ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่มีประวัติสำลักน้ำที่ไม่สะอาดจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น สระน้ำ บ่อน้ำ แต่ไม่ติดต่อจากการดื่มน้ำ และไม่ติดต่อจากคนสู่คน
วิธีการป้องกันติดเชื้ออะมีบาจากการสำลักน้ำ ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำหรือดำน้ำในเเหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่สะอาด
- ระมัดระวังไม่ให้สำลักน้ำเข้าโพรงจมูก ถ้าสำลักให้รีบสั่งน้ำออกแรงๆทางจมูก
- รีบล้างจมูกด้วยน้ำต้มสุกที่สะอาดหรือน้ำเกลือ
- ผู้ที่มีประวัติเสี่ยงร่วมกับมีอาการป่วยน่าสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำไม่สะอาด การสำลักน้ำ หรือการใช้น้ำในการล้างจมูกให้เเพทย์ทราบ เพื่อประโยชน์ต่อการวินิจฉัย
หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะล้างจมูก สระว่ายน้ำควรรักษาความสะอาดตามมาตรฐานตามคำแนะนำของ กรมอนามัย โดยมีการตรวจวัด และเติมสารคลอรีน ให้มีปริมาณคลอรีนตกค้างอิสระ 1-2 มิลลิกรัมต่อลิตร
นายกฯ ห่วง “โรคหูดับ” หลังปีนี้คร่าชีวิตแล้ว 6 ราย
นายเเพทย์ธเรศ กล่าวต่อว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอบคุณการเเจ้งข่าวจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ที่ทำให้กรมควบคุมโรคได้ใช้ข้อมูลนี้ในการให้ความรู้เรื่องโรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบา (Naegleria fowleri) กับประชาชนเพื่อการป้องกันโรคเป็นตัวอย่างความร่วมมือที่ดีของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยเเละสาธารณรัฐเกาหลีที่มีมาอย่างยาวนาน เเละเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพของทั้งสองประเทศ
อินเดีย หวั่นเจอโควิดสายพันธุ์ใหม่ สั่งคุมเข้มตรวจคนเดินทางเข้าประเทศ