เตือน!ว่านจักจั่นไม่ใช่ว่าน! เป็นซากสัตว์ติดเชื้อรา กินแล้วพิษถึงตาย
จากกรณีข้อถกเถียงในสื่อออนไลนื ถึง “ว่านจักจั่น” ว่าเป็นพืชว่านมงคล สามารถนำไปประกอบอาหารได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงซากสัตว์นั้น สัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้ระบุตรงกันว่า เป็นจักจั่นที่ติด"เชื้อราทำลายแมลง"ที่หากกินเข้าไปมีพิษรุนแรงถึงชีวิต เผยเคสเจอพิษรุนแรง เตือนเจออย่าไปเก็บมาบูชาหรือกินเพราะเป็นอาหารที่กินได้ครั้งเดียว แล้วต้องจัดงานรวมญาติ ซึ่งต้องใส่เสื้อผ้าขาว – ดำ มีพระสี่รูปมาสวดให้
กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในโลกออนไลน์กันอย่างกว้างขวางสำหรับ “ว่านจักจั่น” ที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นพืชว่านมงคลจริงหรือเป็นเพียงซากสัตว์ เนื่องจากมีผู้ใช้เฟชบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพว่านจักจั่น โดยมีผู้แชร์ไปมากกว่า 600 ครั้งอีกทั้งยังมีรายงานว่าบางกลุ่มบางคนนิยมนำไปต้มกินหรือขาดความรู้ทางการแพทย์อีกทั้งยังมีการโพสต์ขายในสื่อออนไลน์หลากหลายช่องทาง ราคาราคา 299-499 บาท
โดยทีมข่าวพีพีทีวีได้รวบรวมความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญอย่างหลากหลาย พบเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า“ว่านจักจั่น” เป็นซากจักจั่นที่ตายแล้วติดเชื้อรา หากกินเข้าไปอันตรายได้ถึงชีวิต
ผู้ใช้ facebook Save Gurney Pitta ซึ่งเป็นของนายสัตวแพทย์ จากศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทางสัตวแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ เห็นว่าเป็นประเด็นทางสังคมที่น่าเป็นห่วง และยังมีคนเข้าใจผิด ในเรื่องนี้อยู่มาก
โดยยกข้อมูลอ้างอิงจาก คุณธิติยา บุญประเทือง หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยเห็ด และ หัวหน้ากลุ่มงานพิพิธภัณฑ์เห็ดรา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค สวทช.) กล่าวไว้ว่า “จักจั่นจะติดเชื้อราในขณะที่เป็นตัวอ่อน ในช่วงที่ขึ้นมาลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยเหนือดิน ในระยะนี้จักจั่นจะอ่อนแอมาก ร่วมด้วยช่วยกันกบอากาศชื้นจากหน้าฝนที่มีความชื้นสูง ทำให้เชื้อราที่แพร่กระจายได้ดีในอากาศ เมื่อเชื้อราตกลงไปอยู่บนตัวจักจั่นผู้อ่อนแอ ภูมิต้านทานต่ำ จึงทำให้เชื้อราสามารถแทงเส้นใยเข้าไปและงอกงามภายใจตัวจักจั่นได้ดี โดยดูดน้ำเลี้ยงในตัวจักจั่นเป็นอาหาร และทำให้จักจั่นตายในที่สุด เมื่อจักจั่นตายแล้ว เชื้อราหมดทางหาอาหารได้ จึงต้องพยายามไปหาอาหารที่อื่น โดยการสร้างโครงสร้างสืบพันธุ์ที่มีลักษณะเหมือนเขายืดขึ้นเหนือพื้นดิน หรือ ลักษณะที่เหมือนเขาของว่านจักจั่น สปอร์ หรือ หน่วยสืบพันธุ์ที่ติดอยู่บริเวณปลายเขาที่สร้างขึ้นเหนือพื้นดิน จะต้องอาศัยลมหรือน้ำในการพัดพาให้ไปตกอยู่ในที่อื่นๆ เพื่อค้นหาจักจั่นโชคร้ายตัวต่อไป
เชื้อราที่มีพฤติกรรมอาศัยอยู่ในตัวแมลงที่มีชีวิต จัดอยู่ในประเภท เชื้อราทำลายแมลง ราชนิดนี้นักวิจัยสันนิษฐานว่าเป็นเชื้อราสายพันธุ์ Cordyceps sobolifer และจากการศึกษาของนักวิจัยจากไบโอเทค พบว่ามีราทำลายแมลงในประเทศไทยมากกว่า 400 ชนิด พบได้ทั้งบนหนอน แมลงวัน มวน เพลี้ย ผีเสื้อ ปลวก แมลงปอ แมงมุม มด เป็นต้น”
ส่วนสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ “ว่านจักจั่น” ว่า มีความใกล้เคียงกับราชนิด Ophiocordyceps sobolifera เมื่อกินแล้วคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ชัก กล้าเนื้อเกร็งกระตุก ดวงตาหมุนวนไปรอบๆไม่ทิศทางที่ชัดเจน อ่อนแรงใจสั่น และเวียนศีรษะ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หรืออาการ "tremorgenic mycotoxins" ซึ่งไม่มียาแก้ ต้องรักษาไปตามอาการ แบบประคับประคองเท่านั้น
นอกจากนี้ในประเทศเวียดนาม มีรายงานการกินว่านจักจั่นชนิด Ophiocordyceps heteropoda ทำให้เกิดอาการเวียนหัว อาเจียน น้ำลายไหล ม่านตาขยาย กรามแข็ง ไม่สามารถขับปัสสาวะได้ตามปกติ ชัก เพ้อคลั่ง เกิดภาพหลอน ง่วงซึม โคม่า และอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งก็คืออาการ "tremorgenic mycotoxins" อีกเช่นกัน
โปรดอย่าไปเก็บมาบูชา หรือ เก็บมากินเลยนะครับ เพราะเป็นอาหารที่กินได้ครั้งเดียว แล้วต้องจัดงานรวมญาติ ซึ่งต้องใส่เสื้อผ้าขาว - ดำ มีพระสี่รูปมาสวดให้ และคงไม่มีใครอยากมีงานนี้
เตือน! พิษกิ้งกือ สัตว์ชุกชุมช่วงหน้าฝนไม่กัดแต่มีพิษทำผิวหนังไหม้ได้!
ขณะที่ รศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุผ่าน เพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ได้เห็นพ้องว่า ว่านจักจั่น เป็นเชื้อราชนิดหนึ่งครับ ไม่ควรนำมากินกัน อาจเป็นอันตราย" บางคนก็ไปขุดเก็บกันมา โดยมองว่าเป็นวัตถุมงคล ตามความเชื่อว่าเป็นว่านกึ่งพืชกึ่งสัตว์ ประเภทเดียวกับพวกมักกะลีผล มีบูชาแล้วร่ำรวยจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่พืช ไม่ใช่ว่าน แต่เป็นเป็นตัวอ่อนของจักจั่น ที่ตายแล้วเนื่องจากการติด "เชื้อราทำลายแมลง"
- ในอดีต ในปี พ.ศ. 2562 มีชาวบ้านในจังหวัดอุบลราชธานี 2 คน เก็บว่านจักจั่นมากิน แต่กินแล้วเกิดอาการเป็นพิษกะทันหัน จึงนำส่งโรงพยาบาล
- ในปี พ.ศ. 2559 ก็เคยมีข่าว ที่จังหวัดสกลนคร มีประชาชนในตำบลคอนสวรรค์ อำเภอวานรนิวาส เก็บมากิน แล้วได้รับพิษกระทันกัน เกิดอาการร่อแร่ เข้าโรงพยาบาลสกลนคร 2 ราย จนต้องเตือนกันว่าถ้าใครพบเห็นห้ามนำรับประทานเด็ดขาด
ส่วน "ถั่งเช่า" ที่เอามาเป็นยาสมุนไพรชูกำลังกันนั้น ถึงแม้ว่าจะมีจุดกำเนิดในแบบเดียวกับว่านจั๊กจั่น คือมีเชื้อราทำลายแมลง พวกราคอร์ดิเซปส์ ชนิด Ophiocordyceps sinensis (หรือชื่อเก่า Cordyceps sinensis) ลงไปเจริญเติบโตตัวอ่อนของหนอนผีเสื้อ แต่มันเป็นเชื้อราชนิดที่ไม่ได้เป็นพิษ จึงนำมากินได้ครับ
ขอบคุณภาพจาก : Drama-addict และ biotec
วิธีจัดการ “แมลง-เศษดิน”เข้าจมูกทำผิดขั้นตอนอาจเสี่ยงหลุดเข้าหลอดลม
เตือน!ครึ่งปีพิษสุนัขบ้าคร่าชีวิตแล้ว 3 ราย แนะถูกกัด รีบพบแพทย์