รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร นำร่องตรวจ DNA คนไร้สถานะ ให้มีบัตรปชช.เข้าถึงการรักษา
สปสช. ลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เยี่ยมชมการดำเนินงานตรวจ DNA รพ.อภัยภูเบศร หลังเป็นรพ.นำร่องเก็บสิ่งส่งตรวจสารพันธุกรรม ให้กับผู้มีปัญหาสิทธิสถานะไม่ต้องเดินทางมาตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ใน กทม. ระบุช่วยให้กระบวนการขอรับบัตรประชาชนและเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพได้เร็วขึ้น หนุนขยายโมเดลนี้ไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ
รศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เยี่ยมชมการพัฒนาการเข้าถึงบริการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ของกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาสิทธิสถานะ ภายใต้ “โครงการพัฒนาเครือข่ายการจัดเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร” ที่ดำเนินการโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
สำหรับโครงการพัฒนาเครือข่ายการจัดเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร
เป็นผลสืบเนื่องจากบันทึกความร่วมมือ (MOU) เมื่อปี พ.ศ. 2564 เพื่อบูรณาการความร่วมมือดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงบริการในระบบบัตรทอง
นายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอนาดี จ.ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า พื้นที่ อ.นาดี มีผู้ที่มีปัญหาสิทธิสถานะที่ถูกตรวจสอบ โดยรายที่มีปัญหาและได้รับการแก้ไขปัจจุบันคือ กรณีของ น.ส.หนึ่ง ลำพอง ที่มีสมาชิกผู้มีปัญหาสิทธิสถานะในครอบครัวจำนวนมากถึง 8 ราย ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการเข้าถึงการดูแลรักษาจากระบบสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่ารักษาพยาบาล หรือเรื่องของสิทธิที่ควรได้รับจากรัฐบาล
ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมามีการพิสูจน์สิทธิสถานะ โดยใช้วิธีการดูเอกสารหลักฐานต่างๆ ดังนั้นผู้ที่มีรายชื่อตกหล่นก่อนจะได้สัญชาติไทยต้องมีหลักฐาน และต้องมีการทดสอบพยานบุคคล แต่ผู้คนเหล่านี้ส่วนมากมักจะไม่มีพยานหลักฐานจึงทำให้ประสบปัญหาเรื่องเอกสารและไม่มีพยานบุคคล
ปัจจุบันได้มีการเกิดวิธีการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) เกิดขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถช่วยได้มาก และสามารถตรวจสอบได้ง่าย เพราะผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์จะเป็นตัวช่วยยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวคือใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรในครอบครัวอย่างไรก็ตาม ในอดีตการที่จะได้เข้ารับการตรวจ DNA จะต้องมีการเดินทางเข้าไปตรวจที่ส่วนกลางหรือกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงทำให้มีประชาชนไม่สามารถเดินทาง เพื่อรับการตรวจ DNA ได้ แต่ปัจจุบันได้มีการตรวจ DNA ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทำให้ประชาชนเกิดความสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งสามารถลดเวลาในการดำเนินการ จากอดีตที่เคยดำเนินการยาวนานประมาณ 1 ปีให้เหลือระยะเวลาเพียง 5-6 เดือน
อย่างไรก็ตามโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเริ่มต้นเข้าร่วมโครงการจากการที่มีเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์เข้ามาปรึกษาถึงปัญหาผู้ป่วยที่มีปัญหาสิทธิสถานะต้องเข้ารับการรักษาและมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง อีกทั้งไม่สามารถเข้าร่วมสิทธิบัตรทองได้ เนื่องจากขาดหลักฐานแสดงตัวตน โรงพยาบาลมองว่าการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ไม่เฉพาะแค่การรักษาอย่างเดียว แต่รวมถึงให้กลุ่มนี้ได้เข้าถึงสิทธิอีกด้วย โดยได้ประสานงานกับหลายหน่วยงาน ทั้ง สปสช. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อผลักดันให้ได้รับบัตรประชาชนและเข้าถึงสิทธิในการรักษาพยาบาล ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลนำร่องพิสูจน์อัตลักษณ์สามารถผลักดันให้ผู้มีปัญหาสิทธิสถานะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตัวตนและได้รับบัตรประชาชนไปแล้ว 61 ราย หนุนขยายโมเดลนี้ไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ
บัตรทอง เพิ่มสิทธิการรักษาหลอดเลือดอุดตันด้วยสายสวนหลอดเลือด (EVT)
อย่างไรก็ตามการที่มีโรงพยาบาลในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในการตรวจ DNA จึงช่วยลดอุปสรรคเรื่องการเดินทาง อีกทั้งทำให้กระบวนการตรวจ DNA รวดเร็วขึ้น ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการได้บัตรประชาชน และสิทธิการรักษาพยาบาลในระบบบัตรทอง รวมถึงอีกส่วนสำคัญในการดำเนินการในครั้งนี้ คือ เครือข่ายการปกครองและเครือข่ายยุติธรรมประจำจังหวัดที่สนับสนุนเอื้ออำนวยให้บุคคลที่มีปัญหาเหล่านี้สามารถเข้าถึงสิทธิของตนเองได้ ไม่ใช่เพียงสิทธิทางสาธารณสุขอย่างเดียว แต่ยังได้สิทธิสวัสดิการทางสังคมอีกด้วย
“ขอเชิญชวนประชาชนที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนแต่มั่นใจว่าตนเองเป็นคนไทย มาเข้าสู่ขบวนการ ซึ่งสามารถทำได้โดยการเดินทางไปที่หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ในแต่ละจังหวัด หรือเข้าพบหน่วยงานภาคประชาชนที่เรียกว่าหน่วย 50(5) ที่เป็นหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนอิสระ เพื่อที่จะพาท่านเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตัวตนต่อไป” รศ.ภญ.ยุพดี กล่าว
เปิดเกณฑ์เยียวยา “สิทธิบัตรทอง”กรณีได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล รับสูงสุด 4 แสน
สิทธิบัตรทอง เปลี่ยนสถานพยาบาลได้ 4 ครั้งต่อปี ฟรี! ผ่านแอปพลิเคชัน