ศบค.แถลงโควิดไทยยังอยู่ช่วงขาขึ้น ปรับเพิ่มพื้นที่เฝ้าระวัง 47 จังหวัด
ศบค.แถลงโควิด-19ไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เร่งฉีดวัคซีนกลุ่ม608 ปรับระดับสีพื้นที่
พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 27,560 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 27,298 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 27,283 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 162 ราย มาจากเรือนจำ 54 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 61 ราย
นอกจากนี้ เป็นผู้มีผลบวกจากการตรวจหาเชื้อแบบเอทีเค 16,079 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 3,628,347 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 25,077 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 3,356,447 ราย อยู่ระหว่างรักษา 246,770 ราย ผู้ป่วยปอดอักเสบ 1,808 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 713 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 85 ราย เป็นชาย 51 ราย หญิง 34 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 69 ราย มีโรคเรื้อรัง 15 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 25,130 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 487,092,477 ราย เสียชีวิตสะสม 6,162,358 ราย
โควิดประเทศขาขึ้นคุมเข้มมาตรการ
ทิศทางแนวโน้มของผู้ติดเชื้อรายวัน ผู้ป่วยปอดอักเสบ ผู้ที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจยังเพิ่มขึ้น ช่วงนี้ประเทศไทยยังเป็นช่วงขาขึ้น มาตรการต่างๆ จึงยังสำคัญ และเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนที่จะช่วยลดอาการหนักได้ ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตวันนี้ที่ยังมากกว่า 80 รายนั้น ซึ่งการที่จะทำให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นได้อัตราการเสียชีวิตต่อวันควรจะต้องน้อยกว่า 80 ราย แต่เรายังมีทิศทางผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น
เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นกลุ่ม 608
พญ.สุมนี กล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนให้กลุ่ม 608 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง ข้อมูลวันที่ 30 มี.ค. มีจังหวัดที่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กลุ่ม 608 เกิน 70% แล้ว 7 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี น่าน สมุทรปราการ ลำพูน มหาสารคาม ชัยนาท ภูเก็ต และมีจังหวัดที่ฉีดเข็มกระตุ้นให้กลุ่ม 608 เกิน 60% แล้วจำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี สมุทรสงคราม ระยอง ลพบุรี และกทม. ขณะที่การฉีดเข็มกระตุ้นให้กับบุคคลทั่วไป มีจังหวัดที่ฉีดเข็มกระตุ้นได้ตามเป้า เกิน 70% แล้ว จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี สมุทรปราการ น่าน พระนครศรีอยุธยา ลำพูน ภูเก็ต ส่วนจังหวัดที่ฉีดเข็มกระตุ้นเกิน 60% แล้ว จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ อ่างทอง ระยอง ชัยนาท มหาสารคาม สระบุรี และกทม.
ปรับระดับพื้นที่ควบคุมและเฝ้าระวัง
จากเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่มีพื้นที่ควบคุมทั้ง 44 จังหวัด ปรับลดให้เหลือเพียง 20 จังหวัด ได้แก่ ตาก, นครนายก, นครปฐม, นครราชสีมา (ยกเว้นอําเภอเมืองนครราชสีมา เฉลิมพระเกียรติ โชคชัยปากช่อง พิมาย วังน้ำเขียว และสีคิ้ว), นครศรีธรรมราช, บุรีรัมย์ (ยกเว้นอ.เมืองบุรีรัมย์), ประจวบคีรีขันธ์ (ยกเว้นเทศบาลเมืองหัวหิน เฉพาะตําบลหัวหินและตําบลหนองแก), พระนครศรีอยุธยา (ยกเว้นอําเภอพระนครศรีอยุธยา), พัทลุง, พิจิตร, พิษณุโลก, ระนอง (ยกเว้นเกาะพยาม), ระยอง (ยกเว้นเกาะเสม็ด), ราชบุรี, สงขลา, สมุทรปราการ (ยกเว้นบริเวณพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ), สมุทรสาคร, สุราษฎร์ธานี, อุดรธานี (ยกเว้น อ.เมืองอุดรธานี กุมภวาปี นายูง บ้านดุง ประจักษ์ศิลปาคม และหนองหาน), อุตรดิตถ์
ปรับระดับพื้นที่เฝ้าระวัง
ปรับพื้นที่เฝ้าระวังเพิ่มขึ้นจากเดิม 25 จังหวัด กลายเป็น 47 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์, กําแพงเพชร, ขอนแก่น (ยกเว้น อ.เมืองขอนแก่น เขาสวนกวาง เปือยน้อย พล ภูเวียงเวียงเก่า และอุบลรัตน์), จันทบุรี (ยกเว้น อ.เมืองจันทบุรี และท่าใหม่), ฉะเชิงเทรา, ชัยนาท, ชัยภูมิ, ชุมพร, เชียงราย (ยกเว้น อ.เมืองเชียงราย เชียงของ เชียงแสน เทิง พาน แม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่สาย แม่สรวย เวียงแก่น และเวียงป่าเป้า), ตรัง, ตราด (ยกเว้น อ.เกาะกูด และเกาะช้าง), นครพนม, นครสวรรค์, นราธิวาส, น่าน, บึงกาฬ, ปราจีนบุรี, ปัตตานี, เพชรบูรณ์, แพร่, พะเยา, มหาสารคาม, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, ยะลา, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ลพบุรี, ลําปาง, ลําพูน, เลย (ยกเว้นเชียงคาน), ศรีสะเกษ, สกลนคร, สตูล, สมุทรสงคราม, สระแก้ว, สระบุรี, สิงห์บุรี, สุโขทัย, สุพรรณบุรี, สุรินทร์ (ยกเว้นอ.เมืองสุรินทร์ และท่าตูม), หนองคาย (ยกเว้นอ.เมืองหนองคาย ท่าบ่อ ศรีเชียงใหม่ และสังคม), หนองบัวลําภู, อ่างทอง, อุทัยธานี, อุบลราชธานี, อํานาจเจริญ
ประกันสังคม กำชับจนท.ช่วยเหลือผู้ประกันตนป่วยโควิด-19 อย่างเต็มที่
ดับไฟในร่างกาย ปรับสมดุลช่วงฤดูร้อน ด้วย"ยา อาหาร สมุนไพรไทย"